บทความกาจัดการความรู้ของโรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ)

  บทความเกี่ยวกับการจัดการความรู้โรงเรียนเทศบาล ๔ (เพาะชำ)  นำเสนอในหนังสือพิมพ์ของเทศบาลนครนครราชสีมา

รูปแบบการสอน (Model  of  Teaching) <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">                                นายศักดิ์เดช  กองสูงเนิน     </p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๔  (เพาะชำ)</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">************</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">                ในการจัดการเรียนการสอนที่ดีนั้น  ผู้สอนต้องมีการศึกษา แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวกับการเรียนรู้  จิตวิทยา หลักการสอน  เนื้อหาสาระต่าง ๆ และที่สำคัญคือประสบการที่เกิดจากการสอนที่ดี (Good  Practice)  หรือ  ประสบการสอนที่ประสบผลสำเร็จ (Best  Practice)  มาประมวลแล้วสังเคราะห์ให้เป็นรูปแบบการสอนของตนเอง    จึงจะเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสอน</p>                รูปแบบการสอนคืออะไร  ? <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">          ศาสตราจารย์.ดร.ธีระ  รุณเจริญ  ได้กล่าวไว้ในหนังสือ  ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษายุคปฎิรูปการศึกษา  ว่า  </p>รูปแบบการสอน (Model  of  Teaching)  หมายถึง  กระสวนหรือแผนงานที่ใช้ในการจัดหลักสูตร การเลือกวัสดุอุปกรณ์การสอน และในการกำหนดกิจกรรมของครูผู้สอน  ดังนั้นรูปแบบการสอนจึงเป็นกิจกรรมที่รวมเอาแนวคิดในการจัดการศึกษา  กลยุทธ์ในการสอน  ทฤษฎีต่าง ๆ   หลักสูตร จิตวิทยา  และสภาพแวดล้อม แล้วจัดสภาพความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมา <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">นอกจากนี้ศาสตราจารย์.ดร.ธีระ  รุณเจริญ  ยังได้ให้แนวคิดอีกว่า</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 83.25pt; text-indent: -47.25pt; tab-stops: list 83.25pt" class="MsoNormal">๑.                         ไม่มีรูปแบบการสอนรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้บรรลุความสำเร็จในการสอนเสมอไป</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 83.25pt; text-indent: -47.25pt; tab-stops: list 83.25pt" class="MsoNormal">๒.                       การแก้ปัญหาด้านการสอนเป็นงานที่ยุ่งยากซับซ้อน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 83.25pt; text-indent: -47.25pt; tab-stops: list 83.25pt" class="MsoNormal">๓.                        ไม่มีรูปแบบการสอนใดดีที่สุด</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">ขั้นตอนในการสร้าง รูปแบบการสอน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt; text-indent: 0.5in" class="MsoNormal">ในการที่จะสร้างรูปแบบการสอนที่ดี  เหมาะสม  และเป็นที่ยอมรับได้นั้น  มีขั้นตอนที่สำคัญดังนี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">๑.      ขั้นเตรียมการ  เป็นการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง  แนวคิด  ความต้องการในการสอน  แนวคิด  ทฤษฎี  หลักสูตร  จิตวิทยา  และทีสำคัญคือต้องวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน  สภาพแวดล้อม  ทั้งด้านการเมือง  เศรษฐกิจ  สังคม  เทคโนโลยี และประสบการณ์ในการสอน ให้รอบรู้ให้มากที่สุด</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">๒.    ขั้นสร้างรูปแบบ  เป็นการนำความรู้ต่าง ๆที่ได้มาสังเคราะห์ให้เหมาะสมแล้วสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาเป็นรูปแบบของตนเองขึ้นมาใหม่  กำหนดกลุ่ม สาระวิชา ระดับนักเรียนที่จะนำไปใช้สอน การวัดประเมินผล   ในขั้นตอนนี้ควรมีผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นเป็นที่ปรึกษาด้วยจึงจะดี</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">๓.    ขั้นทดลองใช้  เป็นการนำรูปแบบที่สร้างขึ้นไปทดลองใช้กับนักเรียน  มีการเก็บข้อมูลสถิตต่าง ๆที่เกี่ยวข้องไว้เป็นระยะ  </p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">๔.    ขั้นสรุปและพัฒนา  เป็นขั้นตอนที่นำผลที่ได้จากการทดลองกับนักเรียน  นำผลคะแนน  แบบสังเกต  ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ  ที่เกิดจากการทดลอง มาสรุปผลว่าได้ผลดีเพียงใด  และจะเพิ่มเติมหรือลด หรือปรับเปลี่ยนในส่วนใด  แล้วก็นำกลับไปทดลองใหม่  ทำหลายครั้ง  แล้วจึงเผยแพร่ต่อไป</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">๕.    ขั้นตอนการเผยแพร่  เมื่อได้ทดลองใช้  ปรับปรุงพัฒนาจนได้ผลดีแล้ว  สิ่งที่ควรกระทำก็คือการเผยแพร่ในวงวิชาการ  ซึ่งในปัจจุบันนี้ทำได้หลายหลากวิธี  เช่น  การบอกกล่าวแก่เพื่อนร่วมงาน  พิมพ์เป็นเอกสาร เผยแพร่ตามสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ หรือนำเสนอในวงการสัมมนาวิชาการ  และในปัจจุบันการเผยแพร่ที่รวดเร็วที่สุดคือการนำไปเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต  ทั้งนี้เพื่อให้มีการต่อยอดความรู้จากผู้ที่สนใจในเรื่องเดียวกันแล้วนำไปทดลองใช้หรือปรับปรุงต่อไปอีก  บนความเชื่อที่ว่า ความรู้เป็นสมบัติของมวลมนุษย์ชาติ</p><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เตรียมการ  </p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สร้างรูปแบบ  </p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ทดลองใช้  </p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">สรุปและพัฒนา  </p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การเผยแพร่  </p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div>กระบานการสร้างรูปแบบการสอน</div></td></tr></tbody></table>          <p> </p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">ประเภทของรูปแบบการสอน  ศาสตราจารย์.ดร.ธีระ  รุณเจริญ  ได้จัดกลุ่มรูปแบบการสอนสามารถจัดหมวดหมู่ได้ ๔ กลุ่มดังนี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">๑.      กลุ่มที่ยึดปฏิสัมพันธ์ในสังคมเป็นหลัก  เช่น  Group  Investigation Model ซึ่ง  H.Thelen  and  John  Dewey  เป็นผู้ก่อตั้ง  โดยมุ่งพัฒนาทักษะในการอยู่ในสังคมประชาธิปไตยอย่างมีความสุขเน้นทักษะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม  หรือ Social  Inquiry  Model  ซึ่งก่อตั้งโดย  B.Massialas  มุ่งสร้างวิธีการแก้ปัญหาในสังคมโดยใช้การใฝ่หาความรู้และการรู้จักให้เหตุผลต่าง ๆ </p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">๒.    กลุ่มที่ยึดกระบวนการในการได้มาซึ่งเนื้อหาสาระต่าง ๆ เป็นหลักเช่น Inductive  Teaching  Model   ก่อตั้งโดย  H. Taba  จะมุ่งพัฒนากระบวนการคิดจากส่วนย่อยไปหาส่วนใหญ่และพัฒนาการให้เหตุผลทางวิชาการและการสร้างทฤษฎี  หรือ  Science  Inquiry  Model  โดย  J.J.Schwab  ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จักระบบการค้นคว้าเพื่อก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในวิชาการหมวดต่าง ๆ เป็นต้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">๓.    กลุ่มที่ยึดบุคคลเป็นหลัก        เช่น    Awareness  Training  Model  ก่อตั้งโดย W.Schutz  F. perls   โดยมุ่งการเพิ่มพูนสมรรถภาพส่วนบุคคลในด้นสำรวจตนเอง  รู้จักตนเอง และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล  หรือ  Conceptual  Systems  Model ของ   D.E.Hunt  มุ่งเพิ่มพูนด้านความซับซ้อนและความยืดหยุ่นส่วนบุคคลโดยการสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับนักเรียน  เป็นต้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.75in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .75in" class="MsoNormal">๔.    กลุ่มที่ยึดการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงพฤติกรรมของผู้เรียนเป็นหลัก   เช่น Operant  Conditioning  Model ของ B.F.Skinner  โดยมุ่งให้รู้จักประยุกต์ใช้สิ่งต่าง ๆ ที่แวดล้อมอยู่โดยใช้การวางเงื่อนไขเป็นเครื่องช่วยเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในด้านต่าง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องวิชาการ  เช่นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรม  เป็นต้น</p>ตัวอย่างรูปแบบการสอน  แบบ Group  Investigation Model <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">ผู้ก่อตั้ง  H.Thelen  and  John  Dewey</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">เป้าประสงค์คือ มุ่งพัฒนาทักษะในการอยู่ในสังคมประชาธิปไตยอย่างมีความสุข</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">       เน้นทักษะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม</p>ขั้นตอนการสอน <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๑. ผจญกับสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความฉงนสนเท่ห์ ซึ่งได้รับการวางแผนล่วงหน้าที่ไม่วางแผนล่วงหน้ามาก่อนก็ได้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๒. แสวงหาปฏิกิริยาโต้ตอบกับสถานการณ์นั้น ๆ </p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๓. จัดวิธีดำเนินการเพื่อศึกษา  เช่นกำหนดขอบเขตของปัญหา  กำหนดบทบาท  กำหนดงานที่จะทำ  เป็นต้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๔. ศึกษาตามลำพังหรือศึกษาเป็นกลุ่ม</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๕. วิเคราะห์ความก้าวหน้าหรือกระบวนการที่ใช้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๖. ดำเนินกิจกรรมตั้งแต่เริ่มต้นใหม่ตามลำดับ</p>ตัวอย่างรูปแบบการสอน  แบบClassroom  Meeting  Model <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">ผู้ก่อตั้ง  William  Glaser</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">เป้าประสงค์คือ มุ่งพัฒนาความเข้าใจในตนเองและรับผิดชอบด้วยตนเอง  ซึ่งอาจจะช่วยพัฒนาด้านอื่น ๆ ตามมา  </p>  ขั้นตอนการสอน <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๑. ครูสร้างบรรยากาศให้นักเรียนมีความรู้สึกที่อยากจะเกี่ยวข้องผูกพันในเรื่องที่จะเรียน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๒. ครูหรือนักเรียนนำปัญหามาอภิปราย</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๓. ครูให้นักเรียนใช้ความคิดเห็นส่วนตัวมาตัดสินปัญหานั้น ๆ </p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๔. ครูและนักเรียนแสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาร่วมกัน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๕. นักเรียนปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                ขั้นตอนที่ ๖. ครูหรือนักเรียนอื่น ๆ ทำตาม</p><p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">ตัวอย่างรูปแบบการสอน</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">นับตั้งแต่ประเทศไทยได้ก้าวสู่ยุคของการปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มาจนถึง </p>ในปัจจุบันได้มีรูปแบบวิธีการเรียนรู้ที่ได้รับการยอมรับและนำมาใช้เพิ่มมากขึ้นได้แก่                 การเรียนแบบค้นพบ  ( Discover Learning   )                การเรียนแบบสืบเสาะ ( Inquiry Learning   )                การเรียนแบบแก้ปัญหา  ( Problem  Solving )                การเรียนแบบร่วมมือ  ( Cooperative  Learning  )                การเรียนโดยการสร้างความรู้  ( Constructivism  )                สถานการณ์จำลอง  ( Simulation  ) <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">                การสร้างโครงงาน  ( Project )</p>      <p style="margin: 0in 0in 0pt 0.5in" class="MsoNormal">นอกจากนี้  ครูผู้สอนที่ดีจำเป็นมากที่ต้องเข้าใจในหลักสูตรอย่างถ่องแท้  เช่น  การเรียน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">การสอน ภาษา นั้นเป็นวิชาที่เน้นทักษะการพูด ฟัง  อ่านและเขียน  หรือการเรียนกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยีนั้นก็ต้องการให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงมากกว่าเรียนอ่านพูดฟังและเขียน เป็นต้น  ที่สำคัญคือ  นักเรียนจะมีพัฒนาการตามวัยของแต่ละคน  ในด้านร่างกาย  สังคม  อารมณ์  และสติปัญญา  สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ครูจะต้องนำมาประมวล สังเคราะห์ให้ตกผลึกทางความคิดแล้วนำมาสร้างเป็นโมเดลการสอน  และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการจึงต้องมีการำเนินการให้ครบขั้นตอนที่ได้นำเสนอไว้อันได้แก่ การเตรียมการ การสร้างรูปแบบ  การทดลองใช้  การพัฒนา และการเผยแพร่  ซึ่งถ้าทำได้ครบ  เชื่อว่าจะเป็นครูที่เหมาะสมกับวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง</p><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #d4d0c8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p></div></td></tr></tbody></table>      <p> </p>