"ในยุคสุดท้าย ผู้ศรัทธาจะมีสภาพเหมือนกับคนที่ต้องกำถ่านไฟที่ร้อนระอุไว้ในมือ"
بسم الله الرحمن الرحيم



                ความเจ็บปวดของอุมมะฮฺมีหลากหลายรูปแบบ   สำหรับผมเก็บความเจ็บปวดนี้เอาไว้นานมาก  และเจ็บปวดมากขึ้นเมื่อได้อ่านโองการของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ที่พระองค์ทรงตรัสว่า

كنتم خيرأمة اخرجت للناس تأمرون بالمعروف وتنهون عن المنكر وتؤمنون بالله
พวกท่านคือประชาชาติที่ดีที่สุดจากมวลมนุษยชาติ  พวกท่านเชิญชวนสู่ความดี  และยับยั้งความชั่ว  และพวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
 

   

จากโองการข้างต้นสรุปได้ว่า  การที่เราจะเป็นประชาชาติที่ดีที่สุด เราต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข 3 ประการ  ดังนี้
            1.  เชิญชวนสู่ความดี
            2.  ยับยั้งความชั่ว 
            3. ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ

          ประกอบกับอัลหะดิษของท่านนบี  (ศ็อลฯ)

من رأى منكم منكرا فليغيربيده فإن لم يستطع فبلسانه فإن لم يستطع فبقلبه فدلك أضعف الايمان
บุคคลใดที่พบเห็นความชั่ว (منكر ) เขาจงเปลี่ยนแปลงด้วยมือ (ด้วยอำนาจที่เขามีอยู่) หากเขาไม่มีความสามารถเขาจงยับยั้งด้วยวาจา  และหากเขาไม่สามารถเขาจงรัเกียจด้วยหัวใจ  ดังกล่าวนั้นคือ อีหม่านที่อ่อนแอที่สุด



         นี่คือ  พระดำรัสจากเอกองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) และคำสอนของท่านศาสดา (ศ็อลฯ)   แต่ในความเป็นจริง  คนดีมีอีหม่านกำลังถูกรังแก   ผู้ที่ยึดมั่นในศาสนากำลังจากถูกปลดออกจากตำแหน่งหน้าที่   และยกระดับให้คนเลวคนชั่ว  เช่นคนที่ซื้อหวย  ซื้อเบอร์  เป็นอาจิณ  มาเป็นผู้มีอำนาจในการบริหารกิจการศาสนาอิสลาม   บริหารการศึกษาให้แก่เยาวชนมุสลิม   ในขณะเดียวกัน  ผู้รู้ทั้งหลายไม่กล้าที่จะพูด  หดหัวอยู่ในกระดอง   มิหนะซ้ำผู้รู้ดังกล่าวเหล่านั้นยังยอมสยบต่ออำนาจของความชั่ว (منكر ) ดังกล่าวอีกต่างหาก   และเมื่อมีคนลุกขึ้นมาพูดคนที่พูดกลับถูกรุมประนามว่าก้าวร้าว  อคติ  ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
         นี่คือความเจ็บปวดที่เรากำลังเผชิญหน้ากับมัน   แล้วความเจ็บปวดของคุณละเป็นเช่นใด
         สมจริงแล้วกับคำกล่าวของท่านศาสดาที่กล่าวว่า
     

"ในยุคสุดท้าย   ผู้ศรัทธาจะมีสภาพเหมือนกับคนที่ต้องกำถ่านไฟที่ร้อนระอุไว้ในมือ"