อันเนื่องมาจากการอ่านบันทึกของพี่โอ๋ เรื่อง ความประทับใจจากการฟังบรรยายของท่านอาจารย์วิจารณ์  พานิช  ก็เลยอยากจะขยายความต่อเรื่องการบันทึก

      ในความคิดส่วนตัว ผมคิดว่าพวกเราสนุกสนานกับการทำงาน สนุกสนานกับการพัฒนา และสนุกมากกับการแสดงความคิดเห็นต่างๆ แต่น้อยครั้งนักที่เราจะสนุกสนานกับการบันทึก เพราะอะไรนะเหรอ เพราะการบันทึกเป็นงานที่ยากที่สุดและใช้เวลาค่อนข้างมากในการทำ ถ้าไม่ถูกบังคับให้ทำ ข้ามได้ก็อยากข้าม ยกเว้นว่าได้รับมอบหมายให้บันทึกรายงานการประชุม ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องบันทึก

     แต่หลังจากการที่ได้รู้จักการเขียน blog แล้ว ผมเริ่มเปลี่ยนแนวคิด เพราะได้เห็นประโยชน์ของการบันทึกหลายอย่างได้แก่

     1. การบันทึก ทำให้เราได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา และตั้งใจจะเขียน เพราะถ้าไม่ย้อนกลับไปคิดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็ไม่รู้ว่าจะบันทึกอะไร

     2. การบันทึก ฝึกให้เรารู้จักการสรุปและการอธิบาย ตามความเข้าใจของผม การบันทึกใน blog เป็นการสรุปสิ่งที่ได้พบเห็น (ย่อความ) หรือไม่ก็เป็นการอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น (เรียงความ) ซึ่งไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายของเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เรียนวิชาย่อความและเรียงความ ทำให้หลายๆคนรู้สึกว่าการบันทึกเป็นเรื่องยาก แต่ผมเชื่อว่าการย่อความซึ่งเป็นฐานของการบันทึกเป็นสิ่งที่เราใช้กันอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แต่เราอาจจะเรียกว่า การจับประเด็น คนที่จับประเด็นไม่ได้ ก็น่าจะเขียนบันทึกได้วกวน น่าสนใจไปอีกแบบ ส่วนการอธิบายมักเป็นสิ่งที่เราทำกันได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว เพราะถ้าอธิบายไม่ได้ดี ก็คงไม่มีเพื่อนคนไหนอยากคบนัก ให้เล่าเรื่องหนังให้ฟังสักเรื่องก็ไม่ได้ หรือถามไถ่ว่าไปไหนมาบ้างก็เล่าไม่ได้ เท่าที่เคยพบมีแต่การย้อนถามกลับมาว่า...อยากฟังจริงหรือเปล่า ....มีเวลากี่ชั่วโมงล่ะ

     3. การบันทึก ฝึกให้เราวิเคราะห์ หลายๆครั้งเราไม่สามารถนำเสนอสิ่งที่เราพบเห็นได้ทั้งหมด ดังนั้นรูปแบบในการนำเสนอ ก็จะเปลี่ยนจากการแสดงข้อมูลดิบ เป็นการวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว ซึ่งจะมีระดับความน่าสนใจและมีคุณค่าเพิ่มขึ้น

     4. การบันทึก ฝึกให้เรารู้จักเปรียบเทียบ การที่เราได้รู้ว่าเรามีความรู้อะไรอยู่บ้าง ก็เหมือนกับการได้รู้เพียงฝ่ายเดียว การที่จะได้สนุกมากกว่านั้น คือการได้รู้ว่าคนอื่นเขารู้อะไรบ้างในเรื่องเดียวกัน แตกต่างกับเราตรงไหน อย่างไหนดีกว่ากัน ถ้าเลือกได้เราจะเลือกแบบไหน เพราะอะไร ซึ่งการเปรียบเทียบเป็นสิ่งที่สนุกที่สุด และช่วยให้เรามองเห็นโอกาสในการพัฒนาในเรื่องต่างๆ

     เห็นหรือยังว่าการบันทึกเป็นได้มากกว่าการเขียน เพราะต้องผ่านกระบวนการต่างๆ หลายขั้นตอน การบันทึกเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้ ฝึกฝนได้ อยู่ที่ว่าอยากฝึกหรือเปล่า มันก็เหมือนกับการสอนเด็กให้หัดเดินหรือหัดพูด สิ่งเดียวที่ทำให้เราบันทึกได้ดี คือการทำซ้ำ ซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเกิดความชำนาญ ไม่มีนักดนตรีคนไหนที่เริ่มต้นจับเครื่องดนตรีก็เล่นได้เลย ทุกคนต้องผ่านกระบวนการฝึกฝน ทำซ้ำ ซ้ำในสิ่งเดียวกันนับร้อย นับพันครั้ง จนเพลงที่บรรเลงเป็นได้มากกว่าเพลง นั่นคือมีอารมณ์เพลง การทำซ้ำและการฝึกฝนจะทำให้การบันทึกเป็นได้มากกว่าการเขียนเช่นเดียวกัน