กระบวนการวิจัยเป็นกระบวนการค้นหาคำตอบอย่างเป็นระบบ

    "คนจนอย่างพี่ไม่มีเงินเป็นอำนาจ จะไปสามารถบังคับสะกดจิตใจ คนสวยของพี่จึงคิดจะมีรักใหม่   ไปนั่งท้ายมอเตอร์ไซด์ Made in Japan ...ลองตรองดูเถิดหนาขวัญใจจักรยานกับมอเตอร์ไซด์ อย่างไหนปลอดภัยกว่ากัน ...จักรยานและมอร์เตอร์ไซด์ ..เจ้าจงวิจัย..เลือกใครดีเอย" ...

 

     "ได้ฮักกับอ้าย เหมือนใจได้ปริญญา ชีวิตผู้สาวบ้านนา วุฒิการศึกษามีน้อย ขาดโอกาสเรียน เพราะจนเป็นคนเลื่อนลอย โชคดีที่อ้ายเฝ้าคอย หยัดยืนให้โอกาสใจ...จับมือประคอง ขอร้องอย่าได้เปลี่ยนไป อ้ายคือปริญญาใจ น้องจึงยิ้มได้วันนี้.."

  ...ทั้งสองเพลงมีเนื้อความที่สะกิดใจผู้เขียน ที่น่าชวนคิด คือ การจะตัดสินใจของหญิงสาวที่จะเลือกคบชายหนุ่ม ต้องใช้กระบวนการคิดไตร่ตรอง .."ลองตรองดูเถิดหนา..." และใช้กระบวนการวิจัยด้วย "..เจ้าจงวิจัยเลือกใครดีเอย.." และ การที่จะร่ำเรียนจนได้ปริญญา ต้องมีการทำวิจัย ทั้ง วิจัยเล็ก ๆ งานค้นคว้าอิสระ และวิจัยเต็มรูปแบบ จากเพลงปริญญาใจ แสดงให้เห็นว่า กว่าหญิงสาวจะตัดสินใจและรักชายหนุ่ม..ต้องมีการวิจัยมาก่อนแล้ว ถึงตัดสินใจ "อ้ายคือปริญญาใจ..น้องจึงยิ้มได้วันนี้"...

...เห็นไหมคะ.. ชีวิตยังต้องมีการวิจัย .. เมื่อวานนี้ วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๐ ได้เข้าไปเยี่ยมชม blog ของอาจารย์วสวัตดีมาร ท่านก็กำลังรวบรวม..ข้อมูลของท่าน..สู่..สารสนเทศ..ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน GotoKnow ซึ่งกระบวนการของท่านเป็นกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ บอกที่มาที่ไปได้..นั่นคือ กระบวนการวิจัย..นั่นเอง...

... ย้อนกลับมาหาคุณครูภาษาไทยนะคะ "ทำไมต้องวิจัย " "วิจัยดีตรงไหน" "สอนเฉย ๆ ไม่วิจัยไม่ได้หรือ " "สอนมาตั้งนานแล้ว  ไม่เห็นต้องทำวิจัยเลย.."   มีเหตุผลหลายข้อค่ะ  ที่สามารถยืนยันได้ในเรื่อง การจัดการเรียนรู้ด้วยการวิจัย ดังนี้...

      ๑.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ มาตราที่ ๒๔ การจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้อ(๖)ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอน..สามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน .."...

       ๒.หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ของกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ ๓.๖ แนวทางการจัดหลักสูตรสถานศึกษา (๓.๖.๔)การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ : การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจ และความต้องการของผู้เรียน โดยให้ผู้สอนนำกระบวนการวิจัยมาผสมผสานหรือบูรณาการใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน.....

  ๓.มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน :มาตรฐานด้านการเรียนการสอน มาตรฐานที่ ๑๐ ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๗ มีการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนและนำผลไปใช้พัฒนาผู้เรียน...

  ๔.มาตรฐานการศึกษา ตัวบ่งชี้และเกณฑ์การพิจารณา เพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) หรือ สมศ. : มาตรฐานที่ ๙ ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เกณฑ์การพิจารณา ข้อ ๙.๑-๙.๘.๗ ครูมีการวิจัยเพื่อพัฒนาสื่อและการเรียนรู้ของผู้เรียน และนำผลไปใช้พัฒนาผู้เรียน...

   ๕.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ บัญญัติว่าการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะใดและการเลื่อนเป็นวิทยฐานะใด ต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิทยฐานะ ตามมาตรา ๔๒ ในด้านผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในด้านการเรียนการสอน โดยพิจารณาจาก ผลการปฏิบัติงานและผลงานทางวิชาการ (ซึ่งก็คือการพัฒนางานอย่างเป็นระบบ ก็คือ "งานวิจัย" นั่นเอง...

...ทั้ง ๕ ข้อกำหนดดังกล่าว น่าจะตอบคุณครูภาษาไทย ได้นะคะ ..ว่า "ทำไมต้องวิจัย" เพราะกระบวนการวิจัยเป็นการค้นหาคำตอบอย่างเป็นระบบ "เครียดจัง!"..เอาไว้พบกันตอนต่อไป..อะไรเป็น "ปัญหาการวิจัย" บ้าง  คุณครูภาษาไทยและท่านผู้สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกันนะคะ  ..วันนี้สวัสดีค่ะ...