สวัสดีครับ

วันนี้อยากเขียนเรื่องสบายๆนะครับ  เกี่ยวกับการทำงานและการเรียนรู้

ผมเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้างและเห็นความสัมพันธ์ของเรื่องสองเรื่องนี้ครับ

ในที่ทำงานมีผู้คนมากมาย  มีความแตกต่างและหลากหลายอย่างมากมายครับ  บางครั้งก็ยากที่จะเข้าใจและเรียนรู้กันได้ทั้งหมด

แต่ ณ วันนี้  ผมเริ่มจะมองเห็นโอกาสที่ดีในชีวิตของตนเองบ้างแล้วครับ  ว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราจะเริ่มเรียนรู้  เรียนรู้และเข้าใจตนเอง  และเข้าใจผู้ร่วมงานของเราทุกๆคน  จากการทำงานร่วมกัน  และการสัมผัสกันและกันในหลายๆด้านครับ

 

   ก่อนหน้านี้บางครั้งตัวตนของเรามักเต็มไปด้วยความกลัว  อัคติ และขาดมุมมอง ตลอดจนทักษะในการเข้าถึงจิตใจและความเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละผู้ละคนที่ทำงานร่วมกับเรา  อาจจะเพราะว่าบรรยากาศที่ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้

 

    อัคติของเรามักผลักไสให้เราแบ่งแยกผู้คน ให้มีเขา เรา ดีไม่ดี อยากคุย  ไม่อยากคุย  อยากอยู่ไกล้  ไม่อยากอยู่ใกล้  ทำให้การทำงานและการเรียนรู้ตลอดจนการพัฒนาจิตของเราเป็นไปด้วยความขาดเขิน กระท่อนกระแท่น  ไม่สมบูรณ์เต็มที่เท่าที่ควรจะเป็น  ทั้งหมดเพราะว่าเราถูกครอบงำด้วยอัคติและความกลัว  ที่มากเกินไป....

 

   แต่ตอนนี้  ตั้งแต่การเริ่มปรับกระบวนทัศน์แบบค่อยๆเป็นไป  และมีแรงหนุนเสริมให้การปรับกระบวนทัศน์เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นนั่นคือการมีเพื่อร่วมทาง  ร่วมคิดที่ดี  และจะยิ่งมีอิทธิพลมากขึ้นถ้าคนที่เรารู้สึกเคารพและศรัทธา  และเป็นแบบอย่าง  มาร่วมทางเดิน  และร่วมเรียนรู้และพัฒนา

   กระบวนทัศน์ที่กล่าวถึงและสำคัญนั่นคือ

    - หลักการ 80/20  ปัญหาทั้งหมดส่วนใหญ่อยู่ที่เรา ตัวเรา ภายใน

   - ทุกคนปรารถนาที่จะเป็นคนดี 

   - วาระแห่งความปรองดอง สามัคคี ที่ต้องเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับกลุ่มคน หน่วยงาน  องค์กร  และชาติ  เป็นวาระลับๆที่เรากำลังขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดขึ้นในองค์กร  โดยค่อยๆไป  พร้อมๆกับการเรียนรู้  การทำงาน  และการแทรกความเป็นคนใหม่ คิดใหม่ ทำแบบใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิมๆๆ..

   - เชื่อในหลักการที่ว่า  พลังแห่งความดี  ความจริง  ความงาม ยิ่งเรามีมากเท่าใด  พัฒนาตนให้เกิดตรงนี้มากๆยิ่งขึ้นเท่าใด  ก็จะส่งผลให้เกิดการโน้มน้าว  เหนี่ยวนำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้าง  ที่มาสัมผัสกัน  ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น  เราหวังถึงการเปลี่ยนแปลงภายในระดับจิตวิญญาณกันเลยทีเดียว...(จะเรียกว่าแพ้ความดี??)

   ...การปฏิบัติธรรม  การเรียนรู้ แลกเปลี่ยนแล้วนำมาปฏิบัติจริงๆ  จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งๆขึ้นกับคนที่ปฏิบัติ...เป็นเรื่องจริง..

 

   จากที่ไล่เรียงมาทั้งหมดแล้วนั้น...นำมาซึ่งความคิดที่ว่า...

   เราสามารถได้ประโยชน์จากการทำงาน  จากการที่ต้องอยู่กับผู้คน

  ผู้คนที่มีความแตกต่างกันมากมาย หรืออย่างไรก็ตาม

   ถ้าเราเข้าใจ  เต็มใจ  และมีมุมมองที่ดีกับทุกๆคนและเข้าใจความเป็นตัวของเขาอย่างลึกซึ้งและแท้จริงเท่าใดแล้ว  เราก็จะยิ่งสามารถใช้ประโยชน์ในการมาพัฒนาจิตใจของเรา  และพัฒนาสิ่งที่ดีงามอื่นๆร่วมกับผู้คนเหล่านี้ได้อย่างดี  และง่ายดาย...

      ครับนั่นคือสิ่งที่เริ่มคิดได้ ..ก่อนหน้านี้อาจะลางๆ  ตอนนี้เริ่มชัดขึ้นเลยลองเขียนขึ้นมา..  เพราะช่วงนี้เป็นอะไรที่ต้องสัมผัส  และทำงาน  ประสานกับผู้คนมากมายเลยครับ

    จนบางครั้งอยากมีมนต์วิเศษที่สามารถอ่านใจอ่านความคิดและความต้องการของผู้คนได้ก็จะดีไม่น้อยครับ   ..จะได้คิด ได้พูดและได้ทำอะไรที่ดีๆต่อเขาได้  ไม่เกิดการกระทบกัน  หรือขุ่นข้องหมองใจกันมากมายนัก  เพื่อให้การทำงานและการประสานงามราบรื่นยิ่งๆขึ้นไปครับ

    เริ่มคิดได้ชัดเจนขึ้น  แต่จะทำได้ผลมากมายขนาดไหนก็ขึ้นกับบุญบารมีด้านธรรม  ด้านความดีในตัวเราอีกทีนะครับ  หรือเป็นช่วงที่ปลอดจากเจ้ากรรมนายเวรมาเอาคืน  อาจจะได้มาเล่าสู่กันฟังต่อไป..^_^

 

    ท่านใดมีมุมมอง เพิ่มเติม ก็เชื้อเชิญเข้ามาแบ่งปันกันได้ครับผม...