บทวิพากษ์ ถึงเสียงกรอกหูผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ ถืงวาทกรรมแห่งความร่ำรวย ด้วยเรื่องราวและคำถามธรรมดา ถึงความสุขแห่งชีวิต ความดี ความงาม และความจริง ในห้วงชีวิตผู้คน ว่าสิ่งใดคือเป้าหมายในแต่ละตัวตนของชีวิต

วาทกรรมความร่ำรวย

อ้างอิง - ภาพ http://burabhawayu.multiply.com/photos

ตั้งแต่เด็กยันโต

เรื่องราวคำสอนและคนรอบข้าง

ล้วนมีความหมายของคำว่าร่ำรวยคอยประกบข้างหู

เป็นหนึ่งในรายละเอียดกำกับชีวิต เสมือนหลักหมายที่คอยบอกให้ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า หรือกระทั่งเป็นเครื่องหมายแสดงให้รู้ว่า เราเกิดมาเพื่อสิ่งใด บางครั้งบางขณะก็มีคำบอกกล่าวลอยเข้าหู ว่าเป็นเป้าหมายของชีวิต

จนแม้เมื่อเติบโตขึ้น

ท่ามกลางลูกฟุตบอล เพื่อน มวย และหนังสือ

เรื่องราวของคำนี้ก็ยังดังแว่วอยู่

แม้จะเริ่มลดทอนไปบ้าง เมื่อมีคำถามเสียงดังจาก รพินทรนาถ ฐากูร คำขยายความของกฤษณมูรติ คำยั่วแย้งของ คาลิล ยิบราน คำสะกิดสีข้างด้วยคำเขียนของเปาโล โคเอโย และประดานักคิดนักเขียนมากมาย ซึ่งต่างได้ทิ้งรอยทางแห่งชีวิตไว้ ให้คนรุ่นต่อมาได้ตั้งคำถามกับตัวเอง

เมื่อผมอ่านและผมคิด

ตัวผมเองต้องเป็นคนตอบคำเหล่านี้

เพราะสิ่งเหล่านี้คือชีวิตผม

แม้ได้รับข้อซักถามของชีวิต จากงานคิดงานเขียนมากมาย แต่วาทกรรมของคนชั้นกลาง เช่นคำปฏิญานถึงความร่ำรวย ก็ยังมีอานุภาพความดังอยู่ในหูตลอดเวลา กระทั่งเรียนผ่านไปถึงรั้วมหาวิทยาลัย การเดินทาง หนังสือ และความรัก ทำให้มีคำถามมากมายเกิดขึ้นในท่ามกลางคำว่าร่ำรวย

ถามตัวเองตลอดเวลาว่า

ชีวิตเราต้องการสิ่งใด

เราเกิดมาเพื่อทำอะไร และมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

บางคนก็ขยายความว่า ชีวิตคนเราไม่ได้มากได้มาย เกิดขึ้นมาเพื่อกิน นอน ผ่องถ่ายชีวิต สืบเนื่องชีวิต เกิดแก่เจ็บตาย เพื่อสร้างครอบครัวอันอบอุ่น เลี้ยงดูเขาเหล่านั้นจนพอเพียงต่อการโบยบิน และวันหนึ่งเราก็จะจากไป

เท่านี้หรือที่บางคนตอบ

บางคนตอบว่าใช่

แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน

เพราะคนบางคนตอบคำถาม ว่ามนุษย์มีความฝันอันยิ่งใหญ่ คนบางคนจึงเกิดมาเพื่อทำความฝันเหล่านั้น เรียนรู้เดินทางตั้งคำถาม รับผิดชอบชีวิตในมุมที่ชีวิตเรียนรู้ความงดงาม เพื่อสร้างสรรค์บางสิ่งไว้ให้โลกนี้ หลังจากนั้นจะเดินทางจากไป จะก้าวย่างเดินทางไกลไปไหน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

บางคนตอบว่า

คำถามเหล่านี้คือหัวใจสำคัญ

ในศาสตร์แห่งปรัชญาแลศรัทธา

ถามเราอยู่ตลอดเวลาว่า ในโลกที่เรายังมีลมหายใจให้หยัดยืน เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ทำสิ่งใด ก่อนจะก้าวขาเดินจากไป อะไรและอะไร คือหัวใจแห่งเรื่องราว ในคุณค่าแห่งความจริง ความดี และความงาม ในแต่ละตัวตนของมนุษย์

 

เหมือนเช่นผู้คนทั่วไปในบ้านนี้เมืองนี้

เพราะมีคำถามติดพันตั้งแต่วัยรุ่นคอยถามไถ่

ว่าเมื่อชีวิตเติบโต ชีวิตเราต้องการสิ่งใด

มีเป้าหมายใด มีสิ่งใดเป็นคำตอบสูงสุดว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร หรือเพียรถามย้ำไปมา ว่าชีวิตคนเราเกิดมาเพื่อความร่ำรวยหรืออย่างไร เราจึงชอบบอกลูกหลานและถามไถ่กันถึงความร่ำรวย หรือแม้แต่กระซิบข้างหูเด็กแรกเกิด เมื่อยามโตขึ้นขอให้ร่ำรวย

หลายครั้งหลายหน เราอาจเชื่อคำตอบ

เพื่อก้าวพ้นหนทางอันยากลำบาก

คือความร่ำรวย

แต่ไม่ใช่สำหรับทุกหนทาง และไม่ใช่สำคัญคนทุกคน เหมือนหลายครั้งของการฝึกฝนทำงานในวัยเด็ก กระทั่งเติบโตขึ้นมาเพื่อทำงาน รับผิดชอบชีวิตตนเองและคนรอบข้าง ความเชื่อมั่นส่วนตัวประการหนึ่ง คือความตั้งใจและตั้งใจ

คุณค่าของการทำงานหนัก

ได้รับการยกย่องมากกว่า

เท่ากับคุณค่าในการรู้จักตนเอง ว่าทำไปเพื่ออะไร

แม้จะเหลวไหลหรือเกเรในแต่ละช่วงขณะของชีวิต แต่ผมก็ยังคงเชื่อมั่น ว่าบุคคลที่มอบคุณค่าให้กับการทำงาน เมื่อทำงานด้วยความจริง ชีวิตก็จะดำรงอยู่กับความจริง เมื่อเราให้คุณค่ากับการทำงาน คุณค่านั้นก็ยังคงอยู่รอบตัว เมื่อเราจริงใจในแต่ละขณะลมหายใจในการทำงาน ซึ่งรักซึ่งชอบ สิ่งเหล่านี้จะคอยตอบคำในใจเราเสมอ ว่าการทำงานด้วยความรักงดงามเพียงใด

ไม่ใช่การจำนนจำยอมหรือต้องทำ

แต่ต้องรำลึกถึงคุณค่าของลมหายใจ

เมื่อได้ทำงานเมื่อได้สร้างงานเหล่านั้น

เมื่อเริ่มต้นการทำงานนักข่าว ผู้คนในสายการเมืองเศรษฐกิจ สายหุ้น สายตลาด ต่างขับขานถามไถ่ ว่าจะเกษียณอายุเมื่อหลังเล่นหุ้นกันอย่างไร เกษียณตอนสามสิบห้าหรือสี่สิบปีดีไหม ในท่ามกลางความมั่งคั่งร่ำรวย รวยหุ้นรวยโอกาสรวยเงินทอง หลังจากนั้นเราจะกลับไปหาความสุขของชีวิต ย้อนกลับไปมีชีวิตหลังร่ำรวย

แล้วสายลมแห่งวิกฤติก็มาเยี่ยมเยือน

เมื่อทุกคนวิกฤติ เมื่อหัวใจเราเจ็บปวด และเมื่อบ้านเมืองบอบช้ำ

เราจึงต้องกลับมาถามไถ่กันใหม่

ผมก็ถามไถ่ตัวเองใหม่ ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ทำไปทำไมในความหมายของชีวิตที่เป็นอยู่ เราจะยังมีชีวิตอยู่เพื่อทำงาน เพื่อความร่ำรวย เพื่อหัวใจและลมหายใจของตัวเองเช่นไร ใช่ที่ใช่ทางซึ่งเราจะก้าวไปหรือไม่

เหมือนเช่นเดิมเมื่อครั้งผู้คนรวยหุ้น

เมื่อผมกลับมาอ่านข้อความเหมือนเดิม

เมื่อมีวาทกรรมคนรุ่นตัวเลขศูนย์หนึ่ง

คอยบอกกล่าวว่าย้ำย้ำซ้ำซ้ำว่า ไม่ยากเย็น สบาย ง่าย ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องคิดมาก งานสบายเงินดี จะไปยากอะไร ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องทำงานหนัก เพราะทั้งหมดมีข้อสรุปอยู่แล้ว ว่าร่ำรวย มีความร่ำรวยอยู่หากเดินก้าวไป เดินไปงานสบาย ไม่มากมายร่ำรวยและร่ำรวย เหมือนคำกระซิบข้างหู

ท่ามกลางคำอ่านดังดังในใจ

ผมนึกถึงเพื่อนหลายคน

ซึ่งต่างเคยกระหายความร่ำรวย

ในขณะที่เราหลายคนกำลังให้คุณค่ากับตัวเอง หลายคนทำงานหนัก หลายคนรับผิดชอบแต่ละขณะของชีวิตด้วยความระมัดระวัง ห้วงเวลาขณะนั้น เราหลายคนเสียเพื่อนไปเพราะความร่ำรวย เพื่อนหลายคนล้มหายตายจากความร่ำรวย ด้วยการฆ่าตัวตาย เพียงเพราะเลขเตือนในใบแจ้งหนี้

ในท่ามกลางคุณค่าของชีวิต ไม่ว่าใครจะพูดกรอกหูผมเช่นไร

ขอให้รู้ไว้ว่า คุณค่าของชีวิตไม่ใช่เพียงความร่ำรวย

ผมท่องประโยคนั้นขึ้นใจ

เพราะไม่ว่าอย่างไร กรุณาอย่าส่งจดหมายขยะมาชวนให้ผมร่ำรวย เพราะผมรู้ว่าผมร่ำรวยด้วยอะไร จากสิ่งใด ในห้วงขณะอารมณ์เช่นไร ขอให้รู้ไว้ว่า ความร่ำรวยเคยฆ่าเพื่อนของผมหลายคนมาแล้ว ท่ามกลางความป้อยอโป้ปดเช่นนี้

ขอให้รู้ไว้เถอะว่า

ความร่ำรวยไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของชีวิต