ท่าเรือนี้สีชมพู : วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์


ความเรียง ด้วยความรักและคิดถึง แด่การจากไปของพี่สาวที่แสนดี ลูกของแผ่นดินไทย ผู้รักและต่อสู้เพื่อแผ่นดินนี้ และผู้คนบนแผ่นดินนี้ ด้วยรอยทางแห่งความคิดถึง แด่การเดินทัพทางไกล การเดินทางไกลในชีวิตของผู้ซึ่งเปรียบตนดั่งหิ่งห้อย บนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ขอให้พี่มด เดินทางไกลด้วยดวงใจอันเป็นสุข

ท่าเรือนี้สีชมพู : วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์

อ้างอิง - ภาพ http://burabhawayu.multiply.com/photos

ยามเดินผ่านท่าเรือ

หากไม่ข้ามฝั่งน้ำ ก็คงเป็นการส่งคนข้ามน้ำ

หรือไม่เช่นนั้น ก็นั่งมองท่าเรือแลฝั่งน้ำ

ด้วยความงดงามของห้วงน้ำเบื้องหน้า ด้วยดวงตาและดวงใจ ยามต้องการคำตอบของชีวิต มองสิ่งไหลผ่านไปเพียงเพื่อถามว่า สายน้ำที่ไหลไปกับชีวิตที่ไหลไปของเรา ทำไมช่างคล้ายคลึงเช่นนี้

หลายคนชอบนั่งมองสายน้ำ

หลายคนชอบนั่งมองเรือข้ามฟาก

หลายคนชอบนั่งมองท่าเรือ

เราทุกคนต่างต้องมีวัน ที่เดินทางผ่านฝั่งแห่งชีวิต ข้ามจากฟากหนึ่งสู่ฟากหนึ่งของชีวิต จากฝั่งสู่ฝั่ง จากดินสู่ดิน ด้วยสายน้ำซึ่งนำพาเราไปสู่คำตอบแห่งชีวิต ด้วยความหมายความหวัง และความปรารถนาในคำตอบของชีวิต

เหมือนเช่นคำถามพื้นฐานของชีวิต

เมื่อยามเห็นการเกิดและการตาย

การจากพรากกลายเป็นคำถาม

ทุกอารยธรรมของมนุษย์ มีคำถามเหล่านี้ไว้คอยค้นหา มากมายหลายครั้งคราเปรียบเปรยชีวิต ดั่งห้วงน้ำใหญ่ จากฝั่งหนึ่งสู่ฝั่งหนึ่ง จากการเริ่มต้นสู่การดับ จากการเกิดสู่การตาย วนเวียนไปดั่งห้วงน้ำใหญ่ ให้เราได้ว่ายวนอยู่ในห้วงมหรรณพแห่งนี้ เราท่านทั้งหลายต่างยังว่ายวนในห้วงน้ำอันกว้างใหญ่ร่วมกัน

คำถามแห่งห้วงน้ำใหญ่

เป็นหนึ่งในโจทย์ชีวิตแห่งการค้นหา

เมื่อเจ้าชายแขกขาวต้องการจะรู้

เจ้าชายฮินดูแห่งศายกวงศ์ เฝ้าเพียรถามว่า ทำเช่นไรชีวิตจึงจะไม่ว่ายวนเช่นนี้ เฝ้าคิดเฝ้าถามเฝ้าค้นหาจึงพบว่า มีเพียงคำตอบเดียวเพื่อพ้นห้วงน้ำอันกว้างใหญ่นี้ คือต้องไปให้พ้น ก้าวย่างให้พ้น ให้หลุดพ้นจากห้วงน้ำนี้ให้จงได้ ดังนั้นเมื่อต้องการจะไปให้พ้น จึงต้องพ้นจากกฎเกณฑ์แห่งการว่ายวน จงอย่าเวียนว่าย

ไม่เพียงคำถามถึงห้วงน้ำในบทแห่งเจ้าชายแขกขาว

ในบทรำพันรจนาของดังเต้

ก็กล่าวถึงเช่นกัน

เมื่อยามเราผ่านจากชีวิตหนึ่งสู่ชีวิตหนึ่ง เมื่อเราก้าวจากฝั่งหนึ่งสู่ฝั่งหนึ่ง เราทุกคนต่างต้องคอยเรือลำหนึ่ง ซึ่งจะนำพาเราไปสู่ฟากอีกฝั่งหนึ่ง เรือลำน้อยจากนำพาชีวิตไปสู่ฝั่งหนึ่ง ซึ่งจะไม่ได้ย้อนกลับมา

 

หลายวัฒนธรรมหลากเรื่องเล่าแลนิทาน

เปรียบเปรยชีวิตดั่งการเดินทาง

ดั่งการข้ามฝั่งห้วงน้ำ

เมื่อผู้ก้าวย่างไปยังท่าเรือ พร้อมผู้คนเฝ้าติดตาม เหมือนดั่งอัลมุสตาฟาก้าวย่างไปสู่ท่าเรือแห่งเมืองออร์ฟาลีส เพื่อรอเรือนำท่านกลับไปยังเกาะแห่งการเวียนเกิด ในความหมายจากข้อเขียนชิ้นสำคัญ ของ คาลิล ยิบราน ซึ่งถามไถ่ไว้ในบทแห่งประกาศก นาม อัลมุสตาฟา ผู้รจนาเรื่องราวแห่งชีวิตในปรัชญาชีวิต

อัลมุสตาฟาลงจากภูเขาไปยังท่าเรือ

ด้วยความเศร้าสลดบังเกิดในใจ

พร้อมทั้งคิดว่า

เราจะไปโดยความสงบ และปราศจากความเศร้าโศกได้อย่างไร ไม่ได้ เราจะจากเมืองนี้ไปโดยปราศจากความเจ็บปวดไม่ได้ วันอันเต็มไปด้วยทุกข์ทรมาน ซึ่งเราได้อยู่ในกำแพงเมืองนี้ยืดยาว และคืนอันเปล่าเปลี่ยวก็เนิ่นนาน ใครนะที่จะอาจจะจากความเจ็บปวด และเปล่าเปลี่ยวของตนเองไปโดยไม่รู้สึกเสียใจได้

บนถนนเหล่านี้ เราได้มีสิ่งที่รักมาก

และลูกหลานแห่งความเฝ้าคอยของเรา

ก็เดินเปลือยร่างอยู่ตามเนินเขานี้มากมาย

และเราก็ไม่อาจจากสิ่งเหล่านี้ไปได้โดยปราศจากความปวดร้าว สิ่งที่เราจะสละวางลงวันนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแต่เครื่องนุ่งห่มแต่เป็นเนื้อหนังของเราแท้ๆ ที่เราจะฉีกด้วยมือตนเอง และสิ่งที่เราจะละไว้เบื้องหลัง ก็ไม่ใช่เพียงความคำนึง แต่เป็นดวงใจที่งดงามด้วยความหิว และความกระหาย

แต่เราก็ไม่อาจอยู่ต่อไปได้

ห้วงสมุทรอันเรียกสรรพสิ่งเข้าสู่ตน ได้ร้องเรียกเราแล้ว และเราก็ต้องลงเรือ เพราะการที่จะยับยั้งอยู่นั้น ถึงแม้ว่าโมงยามจะลุกไหม้ในราตรี เราก็จะเย็นตัวแข็ง และถูกจำกัดในแบบพิมพ์ ที่จริงเราอยากจะนำสิ่งทั้งหมดไปด้วย แต่จะทำได้อย่างไรเล่า เสียงพูดไม่อาจนำเอาลิ้นและริมฝีปาก ซึ่งให้ปีกแก่มันไปด้วยได้ มันจะต้องเคลื่อนไปในเวหาแต่เดียวดาย

และนกอินทรีบินผ่านดวงอาทิตย์ก็แต่ลำพังตนเอง

ไม่ได้นำรังไปด้วย

บทแห่งประกาศก อัลมุสตาฟา งดงามด้วยถ้อยคำของอาจารย์ระวี ภาวิไล ด้วยเรื่องราว ในห้วงขณะของโมงยามแห่งความคิดถึง ฤาคิดคำนึงของผู้มาส่งยังท่าเรือจะเป็นเช่นไร แต่ผู้ก้าวผ่านท่าเรือสู่เรือ เพื่อข้ามห้วงน้ำใหญ่สู่อีกฟากฝั่งหนึ่ง ล้วนเป็นไปตามจังหวะอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ล้วนต้องก้าวย่างไปสู่หนทางอันเป็นนิรันดร์ ซึ่งจะมิมีวันเปลี่ยนแปลงไป

ขอเพียงร่วมรับรู้ถึงการเดินทางไกลครั้งนี้

ขอเพียงยินดีในการเดินทางผ่านห้วงน้ำใหญ่

ขอให้พี่มด เดินทางไกลด้วยดวงใจอันเป็นสุข

 

ภาพ            ทะเลเวลา

ผลงาน        สมิทธิ ธนานิธิโชติ

หมายเหตุ    เรื่องราวความเรียงชิ้นนี้ เขียนขึ้นด้วยความคิดถึง มอบแด่ความมุ่งมั่น และการต่อสู้ของ วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้เปรียบเปรยตนดั่งหิ่งห้อยน้อยบนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ แด่การเดินทางไกลครั้งสุดท้าย การเดินทางไกลครั้งสำคัญของ พี่มด ด้วยภาพอันงดงาม แห่งท่าเรือสีชมพู ด้วยความรักและคิดถึง

มอบแด่ วนิดา  ตันติวิทยาพิทักษ์



ความเห็น (5)
เสียใจกับการจากไปด้วยครับ  คงฝากไว้แต่คุณค่าความดีครับ
ฉันคือหิ่งห้อย  ฉันจะเรืองแสงในยามที่ทุกสิ่งมืดมิด ฉันจะบินว่อนฉวัดเฉวียน เฝ้าดูความเป็นไปของสรรพสิ่งอย่างเงียบสงบ ฉันจะมีอุเบกขา ในสิ่งที่พบเห็น จะไม่ยินดี หรือยินร้าย ต่อทุกข์โศก หรือรื่นรมย์  ฉันภาวนาขอให้ผู้คนที่ทนทุกข์ และตัวฉัน ได้หลุดพ้นจากโซ่ตรวนของกิเลส และตัณหา ฉันภาวนาให้พ่อแม่ พี่น้องของฉัน หลานของฉัน เป็นเช่นหิ่งห้อย เรืองแสงร่วมกันบนหนทางธรรม  ฉันจะร่วมกับหิ่งห้อยนับล้านล้าน ทอแสง สร้างขวัญ ขึ้นแทนหมู่ดาว  คราเมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงพราว หิ่งห้อยน้อยค่อยจากจร….   วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ 20 กันยายน 2546 เขียนขึ้นจากแรงบันดาลใจในการเข้าฝึกปฏิบัติธรรม  ศูนย์ฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานโกเอ็นก้า..   ร่วมอาลัย วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์  ซึ่งจากไปอย่างสงบ ในบ่ายวันที่ 6 ธันวาคม 2550 

สวัสดีครับ

ติดตามข่าวการต่อสู้มาตลอด

ไม่คิดว่าจะด่วนจากไปเร็วอย่างนี้

ขอไว้อาลัยด้วยครับ

พัชริน วิจิตรอลงกรณ์

การเดินทางไกล คือ การเดินทางต่อของชีวิต

การข้ามพ้นห้วงน้ำมหรรณพอันกว้างใหญ่

และการเท่าทันตัวตนของตนเอง เป็นสิ่งที่ควรเคารพ

และน่านับถืออย่างยิ่ง

ขอให้คุณความดีที่พี่มดได้ทำมา จงพบแต่ความสุข

สงบ และหลุดพ้นเทอญ

 

ด้วยจิตคารวะ

พัชริน

สุมิตรชัย คำเขาแดง

         อาทิตย์ดับแสง

             ยามแลงแล้วค่ำคืน

                 เสียงเศร้าเงาสะอื้น

                      เสียงคลื่นเคล้าน้ำตาที่ ท่าเรือ

 

                      แต่การต่อสู้  แด่นักสู้

                      ขอ   .... และหวังว่า

                       ผู้ยังอยู่อย่างเรา จะเข้มแข็ง....ต่อไป..

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี