พัฒนาทักษะการคิด ด้วยปริศนาคำทาย

                  หลังทานข้าวเย็น ลูกแก้วมักชอบไปเล่นที่บ้านคุณตาคุณยายเสมอ เพราะคุณตาคุณยายมักจะมีเรื่องเล่าสนุก ๆ ให้ฟัง ที่ลูกแก้วชอบฟังแล้วก็มักจะกลัวจนเดินกลับบ้านไม่ได้ต้องให้คนมาส่งก็คือเรื่องลี้ลับ เกี่ยวกับผีชนิดต่าง ๆ นั่นเอง  วันนี้คุณตาไม่ยอมเล่าเรื่องผี  บอกว่าถ้าจะให้เล่าต้องทายปริศนาของคุณตาให้ได้เสียก่อน คุณตาถามเป็นชุด โดยใบ้คำตอบให้ว่าเป็นพืชชนิดต่าง ๆ  ดังนี้ อะไรเอ่ย  ต้นเท่าขา     ใบวาเดียว  อะไรเอ่ย  ต้นเท่าแขน  ใบแล่นเสี้ยว  อะไรเอ่ย  ต้นเท่าครก   ใบปกดิน  อะไรเอ่ย  ต้นเท่าเรือ     ใบห่อเกลือไม่มิด                     ลูกแก้วและเพื่อน ๆ ไม่เคยได้ยินมาก่อน ก็คิดไม่ออก
ยอมให้คุณตา 
คุณตาจึงเฉลยว่า  คำตอบคือ ต้นกล้วย  ต้นอ้อย  ตะไคร้  แล้วก็ใบมะขาม นั่นเอง  ลูกแก้วก็เลยเข้าใจขึ้นมาหน่อยหนึ่งว่า  ปริศนาคำทายของคนสมัยก่อนนั้น ผู้ตอบจะต้องรู้จักการสังเกตและเปรียบเทียบสิ่งแวดล้อมรอบตัว  เป็นการฝึกทักษะการคิดและสติปัญญาของเด็ก ด้วยการถาม และท้าทายให้คิดหาคำตอบ ล่อใจด้วยขนมอร่อย ๆ  หรือเรื่องเล่าสนุก ๆ  ถ้างั้นแก้วถามคุณตาบ้าง  ตออะไรเอ่ยอยู่ในบ้าน  คุณตาอึ้ง เพราะตออะไรจะมาอยู่ในบ้านได้ คนสมัยก่อนเขาก็ห้ามปลูกเรือนคร่อมตอ แล้วตอจะมาอยู่ในบ้านได้อย่างไร  เอาตอไม้ที่เขาทำเก้าอี้ก็แล้วกัน  คุณตาตอบ ไม่ถูกครับ”  ลูกแก้วหัวเราะ  ตอระตั๊ด (โทรทัศน์) ไงครับ เด็ก ๆ ชอบดู    คุณตาหัวเราะแล้วส่ายหัวเออ !  ไอ้คำทายสมัยนี้มันแปลก ๆ นะ เค้าเรียกว่าอะไรนะ กวน กวนโอ๊ย รึอะไรละลูก”  ใช่ครับ มีหลายแบบมากเลยครับ แต่แก้วว่าสมัยคุณตาคล้องจองดีออกนะครับจำง่ายดี  คุณตาลองทายอีกซิครับ แก้วชอบ  เอาคำตอบแบบอื่นบ้าง  ได้  ถ้างั้นเอาคำตอบ
เกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้สมัยก่อนก็แล้วกัน
เจ้าจะได้รู้ไปด้วย 
ตากำหนดคำตอบให้ก่อนก็แล้วกัน  คำตอบมี  ควายและคราด 
เตาหุงข้าว  แห    ปิ่นโต   แล้วก็มุ้ง”  คำถามมีว่า

                 1. อะไรเอ่ย ยกตีนข้ามหัว  
                 2.
อะไรเอ่ย ขาไปเท่าอันนา  ขามาเท่ารอยช้าง 
                 3.
อะไรเอ่ย แปดตีนเดินหน้า  15  รอยลบ 
                 4.
อะไรเอ่ย แปดหู  สองขา  จะให้น่าดู  ต้องเอาขาทัดหู  
                 5.
อะไรเอ่ย จะมาติดจะมาต่อ จะมาล่อ จะมาชน จะมาติดอยู่ล่าง จะมาตั้งอยู่บน                   
                
แก้วขอถามหน่อยว่า  อันนา คืออะไรครับ อ๋อ ! ก็คือแปลงนาหรือบิ้งนาหนึ่งบิ้งนั่นแหละ คุณตาตอบ  ลูกแก้วพยักหน้าเข้าใจ คราวนี้ลูกแก้วรู้แนวทางการหาคำตอบแล้วว่า จะต้องสังเกตและเปรียบเทียบ เลยตอบได้อย่างถูกต้อง คำตอบเรียงตาม
ลำดับ ได้แก่   มุ้ง   แห   ควายและคราด  ปิ่นโต  และเตาหุงข้าว

                 เอาล่ะ  นี่ก็ค่ำแล้ว ได้เวลากลับบ้านแล้วลูก  ตาฝากชุดใหญ่ไปคิดเป็นการบ้านเลยนะ จดไปคิดใคร่ครวญหาคำตอบให้ได้ล่ะ                        
                
ข้อหนึ่ง    อะไรเอ่ย มีหน้าอยู่ 3 หน้า มีเขี้ยว 7 อัน  
 มีฟัน 12ซี่  กินคนหมดพื้นปฐพี  (คำตอบเกี่ยวกับปรากฏการณ์
 ธรรมชาติ)
 
                 ข้อสอง  อะไรเอ่ย ยาวแค่คืบคดก็มี  งอก็มี  ตรงก็มี
พอสอดเข้าหว่างขาก็ร้องซี้ด (คำตอบเป็นพืชมีรส เปรี้ยว) 
                
ข้อสาม อะไรเอ่ย แฝก 2 ตับ  ลุกขยับร้องเพลงได้ (คำตอบเป็นสัตว์)
 
                 
ข้อสี่ อะไรเอ่ย นอนคว่ำเห็นลาย  นอนหงายเห็นตับ  นอนตะแคง
เห็นเต่างับ (คำตอบเป็นส่วนประกอบของบ้านและเครื่องใช้ภายในบ้าน) 
                 
ข้อห้า  อะไรเอ่ย  หนองน้อยมีจอกมีแหน  สองตาแล  ปากเบี้ยว 
(คำตอบเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย)                          
                 
ข้อหก อะไรเอ่ย  ปั่นให้แข็ง แยงเข้าหว่างขา 
(คำตอบเกี่ยวกับการนุ่งห่ม) 
  
                  
ข้อเจ็ด อะไรเอ่ย สุกแคะ  สุกขัง  สุกกรังคารู
  (คำตอบเป็นของกินสามชนิด)                 
                 
วันนี้ลูกแก้วกลับบ้านโดยลำพัง ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว 
สายตามีความมุ่งมั่น
ที่จะหาคำตอบจากปริศนาคำทายที่คุณตาถามให้ได้ คำทายที่มีเสียงและจังหวะของถ้อยคำคล้องจอง การเลือกสรรคำตรงความหมายสื่อสารเข้าใจได้ง่ายทำให้ลูกแก้วจดจำปริศนานั้นได้ขึ้นใจ  คงเหลือแต่คำตอบเท่านั้น ที่ลูกแก้วจะต้องหาให้ได้  บางข้ออาจจะให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยแนะให้  แล้วจะนำไปตอบคุณตาในวันพรุ่งนี้  แล้วจะได้ลุ้นกันว่าตอบถูกหรือไม่    วันนี้เป็นวันที่ลูกแก้วมีความสุขมากวันหนึ่ง เพราะได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลินและท้าทายสติปัญญา รวมทั้งได้รับความรู้จากการเล่นปริศนาคำทายแบบโบราณ  อย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน                                     ?????????????????????????????????? 

อีกสามวันจะมาเฉลยค่ะ