ตอนที่ผมพึ่งไปช่วยงานอาจารย์วิบูลย์ใหม่ๆ นั้น คำแรกๆ ที่อาจารย์วิบูลย์สอนผม นั่นคือคำว่าหน่ออ่อนความดี ซึ่งผมก็จำใส่สมองมาไว้ตลอดว่า หน่ออ่อนความดีคืออะไร ไปบรรยายที่ไหนก็เอาไปขยายความต่อ ให้ผู้เข้าร่วมได้ฟัง ได้รู้
ผมมาฝึกงานที่ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยหัวเฉียว หลายคนถามผมว่าดีมั้ย (เข้าใจว่าจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังไม่เคยมีใครมา - ตอนฝึกที่มติชนผมก็เป็นคนแรก แต่ไม่ใช่คนแรกของมหาวิทยาลัยนเรศวร แต่เป็นคนแรกของสาขาวิชา) คนที่เจอผมทุกคนจะถามคำเดียวกัน ว่าที่ฝึกงานดีมั้ย ผมเอาความคิดตนเองเป็นที่ตั้ง ผมว่าเจตนาของคนถามหากเป็นรุ่นน้องก็คงหวังจะได้รู้ว่า ถ้ามันดีก็จะได้ตามมาฝึกงานในปีหน้า แต่ถ้าไม่ดีก็จะไม่มา ซึ่งที่มติชนผมตอบว่าดี แต่ที่นี่ก็ดีแต่ฝึกงานยังไม่จบเลยยังตอบได้ไม่เต็มปาก แต่เท่าที่เห็นมานั้นดี อย่างน้อยก็ได้ฝึกความอดทน อย่างมากนั้นเดี๋ยวคงได้รู้กัน
เหมือนกันครับ ก่อนผมจะมาฝึกงานผมก็เคยถามรุ่นพี่ว่าดีมั้ย แต่ไม่เคยมีรุ่นพี่ฝึกที่นี่นะ ต่างคนก็ต่างพูดออกไปตามสภาพ ดีมั่ง แย่มั่ง อยากลาออกไปอยู่ที่ดีดีมั่ง นั่นหมายความว่ายังไงครับ "ทุกคนอยากจะไปอยู่แต่ที่ดีดี ใช่ไหมครับ" ที่ไม่ดีไม่มีใครอยากอยู่ ทำไมครับ ...??
ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่งสอนให้ผมตระหนักอยู่เสมอว่า..
.....
ถ้าเราทุกคนหนีไปอยู่ที่ที่มันดีแล้ว แล้วที่ไม่ดีละ ใครจะอยู่ คนที่เลือกไม่ได้อย่างนั้นหรือ ที่ไหนก็เมืองไทยเหมือนกัน เราต้องมองอนาคต มองหาความสำเร็จในอนาคต แล้วก็มองหาโอกาสในปัจจุบัน มองหาหน่ออ่อนความดี เห็นแล้วก็รดน้ำพรวนดินมัน ให้ความดีมันทับถมความไม่ดี แล้วค่อยๆ ปรับที่ไม่ดีให้มันดี ให้คนเห็นว่าดีแล้วอยากมาอยู่ ให้คนที่อยู่ก่อนมีความรักที่จะพัฒนาองค์กรของตน ไม่อยากไปไหน สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ ให้ที่นั้นๆ ดีจนแข็งแรง จนมันงอกเงยเองได้ แล้วก็ขยายความดีของเราไปที่อื่นๆ ให้ความดีนั้นลุกลามไป แต่จุดเริ่มต้นนั้นคือ "เราต้องอย่าหนีความไม่ดี"
เพราะที่ไหนก็เมืองไทยทั้งนั้น เราจึงไม่ควรหนีความไม่ดี
แต่ควรปรับปรุงมัน แม้มันจะนานห้าปี สิบปี
แต่ถ้ามันดีขึ้น มันก็คุ้ม
เพราะเราเป็นปัญญาชนของประเทศ
ปัญญาที่เอาภาษีชาวบ้านมาเรียน
เรียนเสร็จจะรับใช้ความสบายของตนเองไม่ได้
ต้องขจัดความลำบากของประเทศ ให้ประเทศดำรงอยู่
นั่นแหละปัญญาชน
ครูบาอาจารย์ท่านนั้นเค้าปลูกฝังผมมาอย่างนี้ครับ ผมเลยคิดอย่างนี้
.....

ได้ข้อคิดดีมากครับ ขอให้อดทนและตั้งใจทำงานให้ประสบความสำเร็จนะครับ
บ่อยครั้งก็มักจะมีอุปสรรค การมองหาหน่ออ่อนความดี และ การมองที่เป้าหมายในอนาคต ช่วยให้มีกำลังใจในการทำงานได้ขึ้นมากครับ
บอกได้คำเดียวว่า "Born to be TEACHER"
ไม่แปลกใจเลยคะ.. ที่พี่บอกว่าอยากเป็นอาจารย์ อยากเป็นคนให้ความรู้แก่เมล็ดพันธุ์ใหม่
ข้าพเจ้าของให้พี่สมหวัง ดั่งตั้งใจนะคะ ฝากอนาคตของหน่ออ่อนไว้กะพี่ด้วย
เพราะที่ไหนก็เมืองไทยทั้งนั้น เราจึงไม่ควรหนีความไม่ดี
แต่ควรปรับปรุงมัน แม้มันจะนานห้าปี สิบปี
แต่ถ้ามันดีขึ้น มันก็คุ้ม
ขอบคุณ พี่มากๆครับที่ทำให้ผมคิดหาคำตอบได้อย่างชัดเจนว่าทำไมถึงเลือกมาเรียนที่ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้ และตอนนี้ผมเรียนมาถึงปี 3 แล้วครับ ความคิดเรื่อง "หน่ออ่อนความดี" ทำให้ผมได้รู้ว่า การทำสิ่งดีไม่ใช่เพียงคำนึงถึงตัวเราเองเพียงอย่างเดียว แต่เราควรมองรอบๆด้านว่าดีแล้วหรือยัง ถ้ายังเราควรใช้วรดีเราพัฒนาจึงจะเรียกว่าความดีที่สมบูรณ์แบบ ขอบคุณครับพี่
พันธุ์พืชที่มีคุณค่าในสายตาของคนทำพันธุ์ ต้องเป็นพันธุ์ที่สามารถปรับตัวให้เจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีภายใต้สภาพวิกฤต
เยี่ยมมากครับ
อ่านแล้วได้คิดจริง ๆ ค่ะ ตอนแรกก็งงจากหัวข้อว่า หน่ออ่อนความดีคืออะไร แต่ตอนนี้เข้าใจแจ่มเลยค่ะ
ว่าง ๆ ของยืมคำนี้ไปเขียนในรายงานบ้างนะค่ะ คงไม่ว่ากัน
ถ้าว่างก็เข้าไปเยี่ยมทักทายกันบ้าง
http://learners.in.th/blog/490720-402/
ดีค่ะ ศ .ดร.รงค์รบ น้อยสกุล
เฮ้ยยย !!!!
อ่านแล้วได้ข้อคิดดีมากเลยคะ ตอนแรกก็คิดว่าเรียนจบต้องหางานที่ดี ๆ ทำ บริษัทที่มีชื่อ แต่พอได้อ่านแล้วก็ได้เปลี่ยนความคิดไปเลยละคะ ต่อไปถ้สทำงานก็จะไม่เลือกงานจะทำงานที่ได้รับให้ดีที่สุดและจะสร้างหน่ออ่อนความดีและจะบำรุงให้เจริญเติบโตยิ่ง ๆ ขึ้น.........พี่เป็นตัวแบบที่ดีของเยาวชนได้มากเลยคะ
อ่านตอนแรกๆก็ งง เหมือนกันว่า "หน่ออ่อนความดีมันคืออาราย" แต่พออ่านจบแล้ว...
ความคิดในการทำงานก็เปลี่ยนไปเลย หากเรามองอีกมุมหนึ่ง เราก็จะมองเห็นด้านดีๆของการเริ่มต้นทำงานในที่ที่เราต่างไม่คิดที่จะไป.....
จุดประการให้ หน่ออ่อนต้นน้อยๆทั้งหลาย กล้าพอที่จะออกไปเติบโตรับแสงจากภายนอกมากยิ่งขึ้น
ขอบคุณมากเลยค่า^^
เพราะที่ไหนก็เมืองไทยทั้งนั้น เราจึงไม่ควรหนีความไม่ดี
แต่ควรปรับปรุงมัน แม้มันจะนานห้าปี สิบปี
แต่ถ้ามันดีขึ้น มันก็คุ้ม
เพราะเราเป็นปัญญาชนของประเทศ
ปัญญาที่เอาภาษีชาวบ้านมาเรียน
เรียนเสร็จจะรับใช้ความสบายของตนเองไม่ได้
ต้องขจัดความลำบากของประเทศ ให้ประเทศดำรงอยู่
นั่นแหละปัญญาชน
ขอบคุณมากนะ ... ปืน ...
ตามมาชื่นชมหน่ออ่อนความดีต้นนี้ ต่อไปจะแตกเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและดอกผลที่งดงาม
โหยย อาจารย์ขจิต
พี่ตูน