"ผมกำลังจะนำการจัดการความรู้เข้ามาเป็นเครื่องมือในการทำงานศึกษาครั้งนี้ครับ"

          ช่วงเช้าของวันนี้ ผมได้เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือกับคณะทำงานเพื่อศึกษา "ยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ประโยชน์ที่ดิน  :  ศึกษาเฉพาะกรณีเกษตรกรชาวกำแพงเพชร"    ซึ่งเขาได้ตั้งให้ผมเป็นคนหนึ่งเป็นคณะทำงานฯ  กิจกรรมนี้เป็นนโยบายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ท่านวิทยา  ผิวผ่อง ที่ต้องการให้ทุกหน่วยงาน  โดยเฉพาะหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำงานส่งเสริมอาชีพร่วมกัน  ด้วยการบูรณาการข้อมูล ดิน  น้ำ  การเพาะปลูก ฯลฯ เข้าด้วยกัน แล้วทำการผลิตตามความเหมาะสม ซึ่งคิดว่าน่าจะทำให้ผลผลิตสูงขึ้นและต้นทุนการผลิตต่ำลง

          การศึกษาข้อมูลได้ดำเนินการมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว  ได้มีการซ้อนทับแผนที่ของจังหวัด ทำให้เห็นข้อมูลที่เกษตรกรในจังหวัดกำแพงเพชร  มีการใช้ที่ดินไม่เหมาะสมกับศักยภาพประมาณ 130,000 ไร่  ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนา

          ในขั้นต่อไปเป็นกระบวนการศึกษา และได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 2 ข้อใหญ่ๆ คือ

     1. เพื่อศึกษากลยุทธการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมตามเขตพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตร (Zoning)

     2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรในการทำการเกษตรตามเขตพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตร (Zoning)

          ในรูปแบบและกระบวนการศึกษา ได้กำหนดรูปแบบไว้ว่าจะทำการศึกษาโดย 1) การกำหนดเขตพื้นที่ที่ใช้ที่ดินไม่เหมาะสม  แล้ว 2) ทำการทดสอบด้วยการปรับเปลี่ยนชนิดพืชให้เหมาะสมเพื่อดูผลผลิต  และวิธีการศึกษาก็จะให้มีประชากรกรจายทุกพื้นที่ และทั้งใน-นอกเขตชลประทาน   และในการประชุมหารือในเบื้องต้นของวันนี้ ก็มีคณะทำงานจากหลายๆ หน่วยงานมาร่วมกันคิด   ซึ่งประเด็นของการหารือวันนี้จะใช้การทำแปลงตามผลการวิเคราะห์ในแต่ละพื้นที่  รวมทั้งได้กำหนดแปลงในเบื้องต้นไว้ที่ 80 แปลง

          ในวันนี้ ก่อนการจบการหารือ ผมก็อดไม่ได้ที่จะร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้  แต่ก็จะขอบันทึกไว้เผื่อท่านผู้รู้จะได้มาชี้แนะเพิ่มเติม  ผมได้แลกเปลี่ยนไว้ด้งนี้ครับ

  • ในเบื้องต้นต้องเข้าใจก่อนว่า "พื้นที่ที่เกษตรกรใช้ที่ดินไม่ตรงตามศักยภาพนั้นมีอยู่ในทุกหมู่บ้าน  และพื้นที่ที่ใช้ตรงตามศักยภาพก็มีอยู่ในทุกหมู้บ้านแล้วเช่นเดียวกัน"
  • ผมขมวดปมต่อว่า ขณะนี้การศึกษาวิจัยนี้เรากำลังติดรูปแบบหรือวิธีการเพียงการทดสอบ-ทดลองเท่านั้น(กลยุทธ์ ) ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้ว ก็ไม่แน่ว่าเกษตรกรจะเปลี่ยนพฤติกรรม หรือบรรลุตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 หรือไม่
  • ตามวัตถุประสงค์ของการศึกษาข้อที่ 1 "กลยุทธ์" ที่จะใช้เราใช้นั้น เราจะใช้เพียงกลยุทธ์เดี่ยวคือ "การทำแปลงทดลอง" (เชื่อมกับข้อข้างบน) เท่านั้น
  • ผมแลกเปลี่ยนต่อไปอีกว่า "กลยุทธ์หรือวิธีการที่จะทำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ( 2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรในการทำการเกษตรตามเขตพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตร (Zoning) ) นั้น น่าจะมาหลายวิธีมากกว่า 1 อาจจะด้วยการดูงานจากที่เกษตรกรปลูกตรงตามศักยภาพแล้ว หรืออะไรก็แล้วแต่ ตามแต่บริบทหรือกระบวนการกลุ่มได้ร่วมกันหารือแล้วกำหนดขึ้นเอง ฯ
  • ในบางพื้นที่ไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบหรือทดลองก็ได้ หากหาพื้นที่ที่ผลิตพืชตามศักยภาพแล้วได้ผลผลิตดี เกษตรกรที่ปลูกไม่ตรงตามศักยภาพ ก็รวมกลุ่มกันไปเรียนรู้ผลตรงนั้นได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณไปทดลอง
  • หากในพื้นที่ใดๆ หาเกษตรกรที่ปลูกพืชตรงตามศักยภาพของดินไม่ได้  หรือไม่เชื่อผลของการวิเคราะห์ ก็ค่อยทำการทดสอบหรือทดลองปรับเปลี่ยนชนิดพืช ให้ตรงตามศักยภาพทีหลัง
  • แนะนำผู้ประสานงานว่าพวกเราน่าจะได้มาแลกเปลี่ยนและพูดคุยกันนอกรอบบ่อยๆ เพื่อปรับความเข้าใจ และกำหนดแนวทางร่วมกันต่อไป

         เป็นความคิดเห็นของผมเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่พอจะนึกได้ในตอนนั้น  แต่สิ่งที่ผมดีใจที่แนวทางของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ก็คือได้เห็นแนวทางการพัฒนาของท่านที่ให้หลายๆ หน่วยงานมาบูรณาการ และร่วมมือกันทำงาน โดยใช้เกษตรกรหรือพื้นที่เป็นตัวตั้ง    มีการใช้ข้อมูลเพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน

          ซึ่งในฐานะนักส่งเสริมการเกษตรเห็นด้วยอย่างเต็มที่  เป็นงานที่นักส่งเสริมการเกษตรจะต้องทำความเข้าใจ และเข้าไปรับลูกต่ออย่างทันท่วงที  เพราะเป็นแนวทางหนึ่งหากเปรียบการขึ้นต้นไม้ก็คือขึ้นจากโคนต้น  แล้วค่อยๆ  ปีนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  หาปลาย  ตามลำดับ และ

  • เริ่มการทำงานด้วยการพูดคุยกัน  
  • นำข้อมูลของแต่ละหน่วนยงานมาบูรณาการกัน
  • แล้วกำหนดเขต-พื้นที่ที่จะทำงานร่วมกันในเบื้องต้น 
  • เข้าไปหาชุมชน-พื้นที่ เพื่อตรวจสอบ หาข้อมูลเพิ่มเติม
  • กำหนดกลุ่มคนที่จะต้องทำงานร่วมกัน(พัฒนา-ปรับเปลี่ยน)
  • เข้าไปดำเนินกระบวนการแบบมีส่วนร่วมทั้งหน่วยงานต่างๆ และชาวบ้าน
  • ดำเนินการปรับเปลี่ยน-พัฒนา ตามแต่บริบทของพื้นที่ตามกายภาพ-ชีวภาพ-เศรษฐกิจ-สังคมและสิ่งแวดล้อม
  • ฯลฯ

          ประเด็นเหล่านี้ครับที่ผมอยากจะสื่อให้กับทุกคนในที่หารือร่วมกันได้รับทราบและเข้าใจ อาจไม่ถูกต้อง   หรือผมอาจจะสื่อสารได้ไม่ชัดเจน ครั้งต่อไปก็คงต้องพูดคุยกันอีกเพิ่มเติม  และสุดท้ายที่ผมไม่ได้บอก และไม่อยากบอกกับผู้เข้าร่วมหารือในวันนี้ก็คือ..... 

       "ผมกำลังจะนำการจัดการความรู้เข้ามาเป็นเครื่องมือในการทำงานศึกษาครั้งนี้ครับ"    แต่ไม่ได้บอกเขาเหรอกนะ....อิอิ

          แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน....

   6 ธันวาคม  2550