ช่วงเดือน พ.ย. 50 – เม.ย. 51 โครงการ Bridges :  Dialogue Towards A Culture of Peace กลับมาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง     หลังจากได้มาดำเนินการในช่วง พ.ย. 46 – เม.ย. 48    ท่านที่สนใจโครงการนี้ดูได้ที่ www.peace-foundation.net

         ผมชอบโครงการนี้และตอนกิจกรรมช่วงปี 46 – 48 ผมพยายามไปร่วมมากที่สุดเท่าที่จะมากได้     เพราะคนที่มาบรรยายและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเป็นคนเก่งระดับรางวัลโนเบล      มีมุมมองต่อเรื่องต่างๆ ลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง     มีเพียงคนสองคนที่ผมผิดหวัง ว่ามาพูดแบบไม่เตรียมตัว ไม่จริงจัง      หรืออาจเป็นเพราะผมโง่ ฟังไม่รู้เรื่องก็ได้

        Phase 2 ของ Bridges นอกจากมามีกิจกรรมที่ประเทศไทยแล้ว มีแถมที่ฟิลิปปินส์ด้วย     เท่ากับเน้นเชิญคนระดับรางวัลโนเบลซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากประเทศพัฒนาแล้ว      มาแลกเปลี่ยนกับวงการในประเทศกำลังพัฒนา      ผมจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า เนื้อหาของกิจกรรมนี้ relevant กับบริบทไทยหรือไม่     ผู้นำทางความคิดที่มาพูดเหล่านี้พูดแบบ generic หรือพูดแบบมี contextual relevancy

         ผมตอบตัวเองว่างานของ International Peace Foundation มีธรรมชาติเป็น generic สำหรับมนุษยชาติ     หากจะหาจุดหรือประเด็นที่ relevant กับสภาพสังคมไทย เราต้องดำเนินการเอง      ไม่ใช่หวังจาก International Peace Foundation 

         ผมเข้าไปใน เว็บไซต์ ดังกล่าว และเลือกอ่านบทความของ ศาสตราจารย์ Baruch S. Blumberg นักวิทยาศาสตร์มือรางวัลโนเบล แห่ง Fox Chase Cancer Center  ที่นครฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา    เรื่อง “วิทยาศาสตร์ในฐานะเครื่องมือของความร่วมมือระหว่างประเทศ  และสังคมที่มีสันติ”    ที่เสนอใน Bridges เมื่อ 21 – 25 มี.ค. 48     โดยเล่าเรื่องโครงการความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างชาติ ที่มุ่งเป้าเพื่อความเข้าใจธรรมชาติของจักรวาล ที่เราเป็นส่วนหนึ่ง     ผมได้เข้าใจวิธีคิดและวิธีสร้างความร่วมมือในการวิจัยเพื่อสร้างความรู้ในระดับ “ขอบฟ้าใหม่” ด้านอวกาศและด้านชีวิตในอวกาศ (astrobiology)

         นอกจากนั้น ศาสตราจารย์ บลุมเบิร์ก ยังเล่าเรื่องโครงการวิจัยขนาดใหญ่ที่เริ่มต้นเมื่อ 50 ปีที่แล้ว     และนำไปสู่การค้นพบไวรัสตับอักเสบชนิด บี  และการพัฒนาและใช้วัคซีนป้องกันไวรัสชนิดนี้เพื่อป้องกันโรคมะเร็งตับ     อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อมนุษยชาติ     และทำให้ท่านได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ในปี ค.ศ. 1976       โครงการวิจัยที่เริ่มต้นเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เป็นโครงการศึกษาความแตกต่างหลากหลายทางชีวเคมีของมนุษย์ที่เป็นจุดอ่อนให้เกิดโรคบางโรคได้ง่าย      ผมอ่านรายละเอียดแล้ว เกิดความประทับใจในจินตนาการใหญ่  ที่นำไปสู่การดำเนินการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ที่ต่อเนื่อง  ที่นำโดย ศ. บลุมเบิร์ก  และสหรัฐอเมริกาก็มีกลไกด้านทุนวิจัยสนับสนุนจินตนาการใหญ่เช่นนี้   

         จินตนาการใหญ่ และกลไกสนับสนุนให้สามารถดำเนินการจินตนาการใหญ่      ทำให้คนเรามุ่งมั่นทำงานสร้างสรรค์  อันเป็นวัฒนธรรมแห่งสันติ     หากขาดกลไกเหล่านี้ มนุษย์ก็จะหมกมุ่นอยู่กับสัญชาตญาณด้านลบซึ่งทำได้ง่ายกว่า คือการรบราฆ่าฟัน     หรือการต่อสู้กันเองภายในกลุ่มเล็กๆ หรือภายในประเทศเดียวกัน (อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย)     หรือการต่อสู้กันระหว่างประเทศ

วิจารณ์ พานิช
4 พ.ย. 50
จังหวัดชุมพร