“ทำอะไรก็ได้ที่ชอบ การได้ทำอะไรที่ชอบจะทำให้มีความสุข แล้วพยายามทำให้ประณีต ความประณีตจะเป็นความงามที่มาพัฒนาจิตใจตนเอง แล้วพยายามให้เข้าใจลึกขึ้นๆ แล้วมันก็จะไปเจอกันเอง”

        ผมเล่าเรื่องจากหนังสือ ระบบการเรียนรู้ใหม่ไปให้พ้นวิกฤติแห่งยุคสมัย ของ   ศ.นพ.ประเวศ  วะสี  ไปสองตอนว่าจะจบก็จบไม่ลง เพราะมีเรื่องอยากเล่าอีกสักตอน  เป็นเรื่องที่   ศ.นพ.ประเวศ  เขียนถึง วิธีระพี  สาคริก  ซึ่งเกิดจากการสัมภาษณ์ ศ.ระพี  สาคริก  ในคำถามที่ว่า  คนเราควรทำอะไร  ซึ่งศ.ระพีท่านตอบว่า
        
ทำอะไรก็ได้ที่ชอบ  การได้ทำอะไรที่ชอบจะทำให้มีความสุข  แล้วพยายามทำให้ประณีต  ความประณีตจะเป็นความงามที่มาพัฒนาจิตใจตนเอง  แล้วพยายามให้เข้าใจลึกขึ้นๆ  แล้วมันก็จะไปเจอกันเอง
        คำว่า พยายามให้เข้าใจลึกขึ้นๆ  แล้วมันก็จะไปเจอกันเอง ศ.ระพีหมายถึง  สรรพสิ่งล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน  ส่วนที่ปรากฏว่าต่างกัน  เช่น  หู  หาง  ขา  ลำตัว ของช้าง  เป็นส่วนของช้างตัวเดียวกัน  ดังนั้นเมื่อเริ่มต้นไปจับหรือสัมผัสส่วนที่ต่างกัน  ก็ไม่จำเป็นต้องไปทะเลาะกัน  เหมือนตาบอดคลำช้าง  ถ้าตาไม่บอดก็จะรู้ว่า  ส่วนต่างนั้นเป็นของช้างตัวเดียวกัน
       ศ.นพ.ประเวศ  บอกว่า  
ศ.ระพี  สาคริก คือตัวอย่างของคนที่เข้าถึง  ความจริง  ความดี  และความงาม...วิธีระพี  สาคริก  เป็นวิธีพัฒนาคนที่สำคัญ  ซึ่งนอกจากแต่ละคนจะสามารถเอาไปเป็นหลักในการปฏิบัติเพื่อพัฒนาตนเองแล้ว  หากระบบการศึกษาจะนำหลักการนี้ไปใช้  ก็จะเป็นการศึกษาที่เอาความเป็นคนเป็นตัวตั้ง  จะทำให้การศึกษาเป็นความสุขและความสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่
         คนที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน  ควรจะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม  แล้วทำสิ่งนั้นๆร่วมกัน  ทำให้ประณีต  และลึกขึ้นๆ  ในสังคมน่าจะมีกลุ่มหรือชุมชนแห่งการปฏิบัติอันหลากหลายให้เต็มสังคม เป็นกลุ่ม  ทำอะไรก็ได้ที่ชอบ  เช่นกลุ่มที่ทำเรื่องต้นไม้  เรื่องวัฒนธรรม  เรื่องการศึกษา  เรื่องสุขภาพ  เรื่องประวัติศาสตร์  เรื่องศิลปะ  เรื่องธรรมะ ฯลฯ  ทุกคนจะมีทางออก  มีความสุข  และความสร้างสรรค์...