ผมเพิ่งปิดโทรทัศน์ก่อนออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่ห้องทำงาน ก่อนปิดโทรทัศน์ผมดูรายการต่างๆ ที่แพร่ภาพจากสถานีฯ เช้าวันนี้ได้เห็นความปลาบปลื้มใจของคนไทยผู้มีความจงรักภักดีต่อในหลวง ให้น่าปลาบปลื้มใจซ้ำ ระหว่างกึ่งนั่งกึ่งนอน ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา "จงจำสิ่งที่พ่อทำไว้ให้ดี"
เมื่อคืนขณะทานข้าวกับเพื่อน ช่วงหนึ่งความคิดหนึ่งก็เกิด ผมเผลอพูดไปว่า "คนไทยนี้ว้าเหว่ ถ้าจะมีที่พึ่งที่ดีก็มีในหลวงนี่แหละ ที่เป็นที่พึ่งทางใจให้กับคนไทยได้" .... เพื่อนมองหน้าผม ผมก็เลยหยุดพูด จากชุดความคิดข้างต้น ทำให้ต้องมานอนนั่งคิดผนวกไปว่า สะพานตรงถนนบรมราชชนนี เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่เมื่อใช้แล้วไม่ต้องเสียเงินค่าผ่านทาง นี่พระองค์อยู่เพื่อให้ ดังนั้น หากพระองค์คือคนธรรมดาคนหนึ่ง คนธรรมดาเช่นนี้จึงเป็นผู้ควรได้รับของถวายจากคนทั้งหลาย ทำให้คิดไปอีกว่า นี่กระมัง "อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส"
เมื่อวานเป็นวันพ่อ ที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อยสระบุรี มีคนไปพักผ่อนหย่อนใจกันมากจนนับไม่ถ้วน เราจะเห็นลูกเด็กเล็กแดง พ่อเฒ่าแม่แก่ พ่อแม่ของแต่ละครอบครัว ปูเสื่อนอนบ้าง นั่งบ้าง กอดลูกอยู่บ้าง บางครอบครัวเช่าเรือพายในธารน้ำบ้าง รอยยิ้มสนุกสนาน ระหว่างที่เรือพายของครอบครัวหนึ่งผ่านไปตรงหน้าเราซึ่งเป็นธารน้ำ เพื่อนหญิงพูดว่า "ดีเหมือนกันถ้าวันนี้เป็นวันครอบครัว" ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันพ่อ การทำงานในปัจจุบัน ต่างคนต่างออกไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ลูกเด็กเล็กแดงก็ออกจากบ้านไปเรียนหนังสือตั้งแต่เล็กๆ ความใกล้ชิดสนิทสนมค่อยๆห่างไปเรื่อยๆ มีการมีงานทำก็ยิ่งห่างไปอีก ไม่เหมือนเมื่อก่อน ผู้ที่สอนเด็กน้อยคือ พ่อเฒ่า แม่แก่ ทั้งการเล่านิทาน ประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาของท่าน ภาพแบบนั้น น่าจะหาไม่ได้แล้วกระมัง วันนี้เป็นวันที่ให้เวลากับครอบครัว นับเป็นบารมีของในหลวงที่แต่ละคนได้หยุดงาน มีเวลาให้กัน "จงจำสิ่งที่พ่อทำไว้ให้ดี"
"จงจำสิ่งที่พ่อทำไว้ให้ดี" กว่าคนทั้งหลายจะยอมมอบกายถวายชีวิตให้ พระองค์เหนื่อยมามากต่อมากแล้ว ช่วยชีวิตคนมามากต่อมาก เสียสละมามากต่อมาก ให้มามากต่อมาก การพูดว่า "เรารักในหลวง" แล้วใส่เสื้อเหลืองคงไม่เพียงพอต่อการเดินตามรอยพระองค์ ยิ่งเป็นข้าราชการ หน่วยงานราชการหรือผู้เลือกที่จะทำงานในหน่วยงานราชการด้วยแล้ว ยิ่งต้องเหนื่อยกว่าพระองค์ให้มาก "ผู้มีชีวิตอยู่เพื่อประชาชน".... "จงจำสิ่งที่พ่อทำไว้ให้ดี"
ภาพความยิ่งเช่นนี้ เห็นคราวใดก็ให้ปลื้มใจคราวนั้น ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้มาจากการ "ให้"
ลุงเอกไปเที่ยวน้ำตก ไม่ยอมชวนหลานบุ๊ค ไปด้วยน่ะ
เคยทำอะไรให้พ่อเสียใจบ้างหรือเปล่า ???
อาตมามีเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง …
โยมพ่อของอาตมาเป็นคนขี้เหล้า... หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็กินเหล้าหมด
พอเมาก็ดุด่าโยมแม่กับอาตมา อาตมาไม่ชอบพ่อมาก.......
วันหนึ่ง โยมพ่อเมากลับบ้านไม่ได้ มีคนให้อาตมาพายเรือไปรับ
ตอนนั้น อาตมายังเป็นวัยรุ่น ทำงานมาทั้งวันก็อยากจะนอน....อยากพักผ่อน....
อาตมารู้สึกโมโหมาก …
พอพายเรือกลับบ้าน ก็ทิ้งโยมพ่อไว้ในเรือ
แต่พ่อเมามากลุกไม่ไหว ตะโกนเรียก....
“ ไอ้ยอม... ไอ้ยอม... มึงมาอุ้มกูขึ้นบ้านหน่อย...กูขึ้นไม่ไหว ”
ไอ้เราก็ทนรำคาญไม่ไหว เดินกระทืบเท้า ตึง.. ตึง.. ตึง..
กระชากร่างพ่ออุ้ม ในขณะที่อุ้ม..
ความรู้สึกเจ็บแค้นที่พ่อทำให้เราลำบาก ชอบด่าว่าเราเจ็บๆ
พออุ้มพ่อขึ้นมาจากเรือ... ถึงหัวสะพาน
จับร่างพ่อกระแทกกับหัวสะพาน ก้นพ่อกระแทกกับ พื้นไม้อย่างแรง เสียงดังโครม....
พ่อแกร้องไห้.... แล้วพูดว่า
“ ไอ้ยอมนะ... ไอ้ยอม..กูอุ้มมึงมาแต่เล็กแต่น้อย....
กูนอนหลับ.. แต่มึงไม่ยอมนอน... ร้องไห้กวน..
กูต้องลุกมาอุ้มมึง...ร้องเพลงกล่อมให้มึงนอน
จะไปไหนมึงเดินไม่ไหว.. มึงเหนื่อย..กูก็ต้องอุ้มมึง.. ทั้งที่กูก็เหนื่อย
กูอุ้มมึง.. มึงทั้งขี้..ทั้งเยี่ยว.. ใส่กู
แต่กูไม่เคยทุ่มมึงลงกับพื้นเลย....
เพราะกูรักมึง......
วันนี้... มึงอุ้มกู เหล้ากูไม่ได้หกโดนมึงสักนิด มึงทุ่มกูลงพื้นทำไม.....”
พูดจบ น้ำตาไม่รู้มาจากไหน มันไหลพรูลงมาอาบสองแก้ม
อาตมาเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน
ก้มลงกราบพ่อ แล้วพูดว่า
“ พ่อครับ ต่อจากนี้ไป... ผมจะอุ้มพ่อตลอดชีวิต
โดยไม่บ่นและทุ่มพ่อ ลงพื้นอีกแล้วละครับ ”
หลังจากนั้น อาตมาทำงานอย่างหนักเพื่อมาให้พ่อ หวังให้พ่อสบายขึ้น