การประชุมวันที่สอง วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ เป็นเรื่องอาหารเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน ดร.ชนิดา ปโชติการ ทำหน้าที่บรรยายตลอดช่วงเช้า บอกเล่าถึงปัญหาของเบาหวานและโรคแทรกซ้อน ความสำคัญของอาหารที่ใช้ในการรักษา การให้คำปรึกษาทางโภชนาการ
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดต้องคุมทั้งระดับน้ำตาลก่อนและหลังอาหาร อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในเลือด ๑๐๐% ส่วนโปรตีนประมาณ ๕๕% และไขมันประมาณ ๑๐% เวลาที่ใช้ในการเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลในเลือดแตกต่างกัน เช่น น้ำตาล (๑๐๐%) ประมาณ ๑๕-๓๐ นาที ข้าว แป้ง ผลไม้ (๙๐-๑๐๐%) ๓๐-๙๐ นาที เนื้อสัตว์ นม ไข่ (๕๘%) ๓-๔ ชม. เป็นต้น ความรู้เหล่านี้มีการเอาไปใช้ในการลดน้ำหนัก เช่น อาหารบางสูตรให้กินแต่ผักและเนื้อสัตว์ ไม่มีคาร์โบไฮเดรต
ปิรามิดสำหรับคนเบาหวาน ฐานคือการออกกำลังกาย กินได้เท่าไหร่ขึ้นกับน้ำหนักตัว กิจกรรมที่ทำ ความต้องการพลังงานของแต่ละคนไม่เท่ากันแม้จะมีน้ำหนักตัวเท่ากัน ควรสอนให้ผู้ป่วยประเมินตนเอง
น้ำหนักที่ควรจะเป็นคำนวณโดยใช้สูตรง่ายๆ คือส่วนสูง-๑๐๐ ในผู้ชาย และ -๑๐๕ หรือ ๑๑๐ ในผู้หญิง โดยทั่วไปจะใช้ ideal BW คำนวณความต้องการพลังงานในคนไข้ไต แต่คนเบาหวานใช้ actual BW เพราะถ้าใช้ ideal BW อาจเกิด hypoglycemia ได้ และถ้าต้องการลดน้ำหนักให้ลบออก ๕๐๐ cal.
หมวดอาหารแลกเปลี่ยนมีรายละเอียดที่ต้องจดจำมากเหมือนกัน ดิฉันฟังหลายๆ ครั้งก็พอจะจำได้บ้างแล้ว นอกจากนี้ยังแนะนำวิธีการอ่านฉลากที่มี ๒ แบบคือฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ
ช่วงบ่ายมีการเรียนรู้เป็นฐาน ดิฉันดูแลฐานการอ่านฉลากโภชนาการ ฐานของอาจารย์ชนิดาเป็นเรื่องของอาหารท้องถิ่น
เรียนรู้เรื่องอาหารพื้นบ้าน กินได้แค่ไหน |
ได้รู้ว่าจิ้งหรีดทอด ๓๐ ตัวเท่ากับเนื้อสัตว์ ๑ ส่วน แต่ถ้าเป็นจิ้งหรีดมีไข่ก็แค่ ๒๐ ตัว รายการอื่นๆ ก็น่าสนใจ แต่ต้องคุมฐานด้วยจึงไม่ได้มาร่วมเรียนรู้ เมื่อเสร็จกิจกรรมแล้วจึงมีโอกาสมาถ่ายภาพเก็บไว้
|
|
|
ลาบปลาชนิดหนึ่ง |
จิ้งหรีดมีไข่ทอด |
<p>ฐานของคุณชนิกา จรจำรัส เป็นเรื่องของการนับคาร์บ</p><p> </p><table border="0" align="center"><tbody>
เรียนรู้การนับคาร์บ ต้องชั่ง ตวง วัด
</tbody></table><p> </p><p>ช่วงสุดท้ายคุณชนิกา จรจำรัส บรรยายเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ก่อนที่จะบรรยายได้ให้ผู้เข้าประชุมได้เล่าว่าได้ทำอะไรกันมาบ้างแล้ว เราได้รู้ว่ามีเรื่องเล่าเยอะ ทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ บางแห่งเคยเอากระติบขนาดเฉพาะตัวไปให้ชาวบ้านใช้ พบว่าเวลาอยู่บ้านเขาไม่ใช้เพราะไม่เข้ากับวิถีชีวิตปกติที่เขาใช้กระติบรวมกันทั้งบ้าน บางแห่งเคยให้ผู้ป่วยจดอาหารที่กินมาให้ดู เขียนมาว่า “กินข้าวกับป่น” ก็ไม่รู้ว่ากินเท่าไหร่ </p><p>บางแห่งมีการให้ผู้ป่วยเข้ากลุ่ม ถ้ามีพระมาด้วยก็ให้นำทำสมาธิ ผู้ป่วยที่เป็นหมอลำก็จะมานำเสนอหมอลำเรื่องเบาหวาน “มีแต่จะแย่งการรำการร้อง” ถ่ายทอดความรู้ตามวิถีชาวบ้าน มีการให้ความรู้โดยสหสาขาวิชาชีพ มีตารางสอน เป็นต้น</p><p>วัลลา ตันตโยทัย</p>