พ่อเป็นฮีโร่ตัวจริงของผม

 

 

 

                           นี่ก็เปิดร้านมาหลายเดือนแล้ว...ยังไม่มีงานที่เกินกำลัง...หรือเหลือบ่ากว่าแรง...ทุกอย่างราบรื่น...

                           จะมีปัญหาบ้าง...ก็ในเรื่องของอะไหล่...ซึ่งบางเครื่องเก่ามากจนอะไหล่ไม่มีสำหรับเปลี่ยน...บางอาการก็สามารถดัดแปลงอุปกรณ์ที่มีอยู่...มาใช้ทดแทนกันได้

                            ในการทำงานทุกอย่างเราต้องจด...โดยหาสมุดปกแข็งดินสอยางลบ มาไว้สำหรับการนี้โดยเฉพาะ...ยิ่งในเรื่องของการดัดแปลงอุปกรณ์เรายิ่งต้องจดใหญ่...รายละเอียดต้องถี่ยิบ...ทั้งการดัดแปลงลายพริ้น...การสับเปลี่ยนขาของอุปกรณ์...ยี่ห้อ รุ่น ที่ใช้แทนกันได้ วิธีนี้ได้มาจากขณะทำงานที่ร้านสากลวิทยุ...

                           การจัดหาอุปกรณ์ก็สำรวจร้านขายอะไหล่ในปัตตานี ยะลา ซึ่งการเดินทางจะใกล้กว่าไปหาดใหญ่ นอกจากต้องซื้อของเป็นจำนวนมากจึงจะไปซื้อที่หาดใหญ่ และจะได้ราคาที่ย่อมเยาว์กว่า...ซึ่งผลประโยชน์นี้จะตกถึงลูกค้าด้วย...จะจ่ายเงินในการซ่อมน้อยลง

                          วันนั้นขณะนั่งทำงานอยู่ ได้มีลูกค้าบ้านอยู่ในตลาดโคกโพธิ์ นำเครื่องรับโทรทัศน์ยี่ห้อฟิลิปส์มาให้เราซ่อม ด้วยอาการที่ไม่มีแสงไม่มีภาพ...ได้รับไว้ซ่อม...และเราบอกลูกค้าว่าเมื่อเสร็จแล้วจะนำไปส่งให้ที่บ้าน...

                         เมื่อเสร็จจากงานที่ทำอยู่ เราก็ได้มาเริ่มเปิดฝาหลังเครื่องนั้น...แล้วตรวจเช็คตามอาการของเครื่อง...เราก็เห็นว่าระบบไฟสูงไม่ทำงาน...จึงตรวจสอบไปเรื่อย ๆ เพื่อหาสาเหตุการชำรุดของอุปกรณ์...ตรวจอยู่นานก็ไม่มีอุปกรณ์อะไรเสียหรือเสื่อม...แต่ไฟสูงก็ยังไม่มี...

                        หนึ่งวันผ่านไป...เราก็ยังทำการซ่อมไม่สำเร็จ...แต่เราก็ไม่ละความพยายาม...

                       สองวันผ่านไป...เราก็ยังซ่อมไม่สำเร็จ...หากเป็นสมัยนี้ก็คงโทรศัพท์ไปถามอาจารย์ที่สงขลาเรียบร้อยไปแล้ว...แต่สมัยนั้นโทรศัพท์ยังไม่สะดวกที่ร้านสากลวิทยุก็ไม่มีโทรศัพท์...ที่บ้านเราก็ไม่มีโทรศัพท์...มึนตึ้บ...เลย...ซึ่งตั้งใจไว้ว่า...ยังไงก็ต้องทำให้ได้...

                      ย่างสู่วันที่สาม...หลังจากเปิดร้าน...พ่อไปดื่มน้ำชากลับมา...ท่านได้ถามว่า...

                   " พรื้อลูก(เป็นยังไงลูก)...ซ่อมเสร็จหม้าย(ซ่อมเสร็จไม๊) "

                     เราตอบพ่อไปว่า

                  " ไม่เสร็จครับพ่อ  ไม่รู้พรื้อตรวจเหม็ด(หมด)แล้ว...ก็ไม่ติด"

                     จากนั้นพ่อก็ไม่พูดอะไร...เห็นท่านเดินไปล้างมือล้างเท้า...แล้วเดินเข้าห้องนอนปิดประตู...

                     ๑๕ นาทีต่อมา...เสียงเปิดห้องนอน...พ่อเดินมาหาเราที่โต๊ะทำงาน...แล้วท่านก็พูดว่า...

                     " พ่อตรวจแล้ว...เห็นว่าสายสีแดงขาดอยู่ สายสีแดงมีหม้ายละลูก ตรงที่เสีย "

                     เราได้ตอบพ่อไปว่า...

                    " มีครับ...แต่ลูกตรวจแล้ว...ไม่พรื้อ "

                    พ่อก็บอกว่า...

                    " แต่พ่อเห็นว่ามันขาดอยู่..."

                    เราเลยบอกพ่อว่า...

                    " ครับ...เดี๋ยวลูกตรวจแลใหม่ครับ "

                    พ่อก็เข้าไปทำงานหลังบ้าน เพื่อเตรียมปั่นไอศครีมสำหรับขายในวันนั้น

                    ส่วนเราก็ลงมือตรวจใหม่...ในภาคไฟสูง...ถอดออกมาเจอสายสีแดงเป็นสายใส้หลอดในภาคไฟสูงซึ่งบรรจุอยู่ในกล่องพลาสติก...ก็เห็นปกติไม่ขาดจากขั้ว...

                    ด้วยความสงสัยในประโยคที่พ่อบอก...เราจึงใช้ไขควงตัวเล็กลองงัดดูที่ขั้วบัดกรี...ใช่แล้วครับคำพูดของพ่อถูกต้อง...สายที่ช่างคนเก่าได้บัดกรีไว้ไม่แน่น...ได้หลุด ที่อยู่ได้เพราะอัดอยู่ในกล่องจึงแตะอยู่ ใช้เครื่องวัดทั้งกล่องยังไงก็ปกติ...แต่เมื่อเครื่องเริ่มทำงานกระแสไฟฟ้าจะวิ่งได้ไม่เต็มที่...ภาคไฟสูงก็ไม่ทำงาน...อนิจจาโง่อยู่ได้ตั้งสองวัน...

                    เรารู้สึกดีใจมาก...กระโดดตัวลอย...วิ่งไปหลังบ้าน...เจอพ่อกำลังปั่นไอศครีมอยู่...พ่อยิ้ม...เราคุกเข่าลงไปกราบที่เข่าพ่อ...บอกพ่อว่าลูกทำตามที่พ่อบอก...เจอจุดที่เสียแล้วครับ...

                    นี่แหละครับพ่อผม...ตั้งแต่เล็กจนโต...เมื่อผมถึงจุดอับพ่อช่วยผมได้เสมอ...พ่อจะปฏิบัติธรรม...นั่งสมาธิตลอดเมื่อมีเวลาว่างจากภารกิจ...และจะทราบเหตุการณ์ที่จะเกิดกับลูก ๆ ล่วงหน้าเสมอ...และตามช่วยเหลือตลอด...พ่อเป็นฮีโร่ตัวจริงของผม...

                                  สวัสดีครับ