คนของเรา คือ รู้สึกยิ้มแย้มแจ่มใส ก็แปลก งานก็เยอะ แต่ดันยิ้ม ปกติไม่รู้ยิ้มอย่างไร แต่ก็ยิ้ม เข้าไปก็ยิ้ม อันนี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกดี บรรยากาศก็ดี

 

อ.ประพนธ์ ... NOK ใน 2-3 ปีนี้คงมีการเปลี่ยนแปลงอะไรพอสมควร และก็คงไม่สามารถพูดได้ว่า เป็นเพราะ KM เพราะที่ท่านนำเสนอมีเยอะแยะ มี KAISEN หรืออะไรต่ออะไร แต่อยากให้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดเจนมาก โดยเฉพาะเมื่อเริ่มทำ KM อย่างที่ว่า คือ บูรณาการกับเครื่องมือที่มีมา มันก่อผลอะไร ผมเชื่อว่าวันนี้ที่เรามอง อยากเห็นว่า มันออกผลอะไร เพราะฉะนั้นในภาคเอกชนนี่ ท่านเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ท่านรู้สึกว่ามันจะคุ้มค่ากับการที่เราศึกษา และเรียนรู้กันว่า มีอะไรที่เป็นรูปธรรมชัดๆ

  • อันดับแรกในโมเดล บอกว่าต้องเกิด Business outcome อันดับแรกที่เห็นชัด คือ องค์กรมีค่าเฉลี่ยการเจริญเติบโต 30% ทุกปี และในปีหน้า เป้าของเราคือ เติบโตเป็นสองเท่าของปีนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ว่าเป็นโอกาส
  • ธุรกิจ Mobile phone หรือ โทรศัพท์มือถือ เป็นธุรกิจที่ท้าทาย เพราะว่าโมเดลหนึ่งมีอายุแค่ 4 เดือน สูงสุดและต่ำสุดภายในเวลาแป๊บเดียว เพราะว่าเป็นมือถือ ประเทศญีปุ่นจะมีมือถือที่มีคุณสมบัติอันหนึ่งคือ กันน้ำได้ ตกน้ำล้างน้ำได้ด้วย ตอนนี้กำลังฮิตมาก และเขามาอย่างพายุ ผู้บริหารระดับสูงเป็นคนเลือกว่า ใครเป็นผู้ที่จะผลิตได้ และทำสิ่งนี้ได้ คือทั้งเร็ว แรง และควบคุมได้
  • ต่อมาเรื่องผลผลิต คือ ผลิตเข้าไป 100 ก็ต้องออกมา 100 สิ่งที่เราอยากจะได้ แต่มันมักศูนย์เสียไประหว่างทาง เราทำมา 3 ปี ค่าอยู่ที่ 95 กว่าๆ ไม่เคยไปได้สักที และปีนี้ขึ้นมา 98% (1% คือ 5 ล้าน) ผลกระทบในมุมอื่นก็เลยน้อยลง
  • ต่อมาก็คือ คนของเรา คือ รู้สึกยิ้มแย้มแจ่มใส ก็แปลก งานก็เยอะ แต่ดันยิ้ม ปกติไม่รู้ยิ้มอย่างไร แต่ก็ยิ้ม เข้าไปก็ยิ้ม อันนี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกดี บรรยากาศก็ดี
  • ต่อมาก็มีคนมาเยี่ยมชมบริษัทเรา ปีที่แล้ว 1,000 คน ปีนี้ 4,000 คน รวม 220 องค์กร
  • ฝ่าย HR ก็เกี่ยวข้อง เพราะว่าต้องหาคนเข้าบริษัทอาทิตย์หนึ่ง 100 คน ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็ทำได้ และมีกลยุทธ์มากมาย มีทั้งระดับจุลภาค และมหภาค เราดูว่า KM ทำให้เกิดการ growth ได้อย่างไร
  • ระดับจุลภาค มาดูว่า คนเป็นยังไงหลังจากทำ KM แล้ว
  • คนจะมีความเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น พนักงานระดับ Operator เราให้เขาสอบตัวเอง วุฒิ ม.6 เรามีโครงการพัฒนาภาษาอังกฤษ ไปสอบ TOIDS สอบได้เท่าไรไม่สนใจ มาจัด class เรียน เอาครูภาษาอังกฤษมาสอน ในเวลางาน เพราะว่าเราไม่เอาเปรียบเด็ก win-win ทั้งคู่ บริษัทได้ พนักงานได้
  • เป้าหมายต่อไป ประมาณกลางๆ ปี เราตั้งเป้า เด็กที่เข้ามาเรียน 30 คน ต้องสอบ TOIDS ได้ 550
  • ... ถ้าพนักงานระดับ Operator สอบภาษาอังกฤษได้ และพูดภาษาอังกฤษได้ ก็สื่อสารได้ องค์กรนั้นจะเป็นอย่างไร ระดับ 3,000 ล้าน หรือว่าธุรกิจที่มันเติบโตขึ้นผมว่าเอาอยู่
  • นอกจากนั้นแล้ว ภาษาญี่ปุ่น เราเชิญอาจารย์มาสอน คนที่เก่งๆ ในองค์กร เราสอนภาษาญี่ปุ่น ก็จะมีคนที่ถูกคัดเลือกมาเรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อฝึกภาษา
  • นี่เห็นว่า คนเราเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • อีกตัวอย่างหนึ่ง พอเอากิจกรรมใส่เข้าไปในโครงการ QCC พวก small group พนักงานกลุ่มย่อย ท่านเชื่อไหมครับว่าพนักงานของเราที่เป็น Operator สามารถเขียน Fish bone diagram เป็น สามารถทำ Wire-wire analysis เป็น สามารถที่จะทำ KPI report ต่างๆ เป็น และสามารถขึ้น present KFS QCC ได้รับรางวัลมามากมาย นี่คือการจัดการความรู้ที่ค่อนข้างเป็นระบบ ที่ก่อนทำ QCC ต้องทำกัน

อ.ประพนธ์ได้ถามว่า … ใช้พวก Fish bone diagram แผนภูมิก้างปลา 5ส อยู่ ที่อื่นเชยมากเลยนะ เพราะเราไปทำเรื่องใหม่แล้ว เราทิ้งเลยพวกนี้ ทำไมท่านถึงไม่ทิ้งอะไรเลย ยังเก็บสิ่งทั้งหลายที่มันดีดีอยู่ไว้

  • อย่างที่อธิบายไปแล้วครับว่า KM ต้องทำให้ง่าย และเข้าใจได้ เพราะฉะนั้น คนก็ต้องมีความรู้ในระดับง่ายๆ และเข้าใจได้ เราบอกว่า ผังก้างปลา แต่ไม่รู้จักว่าทำอย่างไร ก็งงได้
  • และงานสัมผัสอยู่ทุกวัน พอทำไปเรื่อยๆ คนก็หาปัญหาเองเป็น แก้ไขปัญหาเองเป็น
  • และเราก็ให้โอกาส ได้ present และเอาคนญี่ปุ่น สิงคโปร์มาฟัง และต้องพูดภาษาอังกฤษ ก็ยิ่งสนุกกันเข้าไปอีก วันนี้
  • ณ เวลานี้ ทีมเราได้เลือกไปญี่ปุ่น เป็นอะไรที่เราภูมิใจมาก ที่เราทำได้

ฟังๆ แล้วก็น่าสนุกนะคะ

รวมเรื่อง Learn 4 Change ที่เมืองทองธานี