ผ่านงานร้องเพลงไปแล้วหนึ่งงาน เนื่องจากวันศุกร์เสาร์ที่ผ่านมา สะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบก เจอมลภาวะ ทำให้แพ้อากาศ เป็นอุปสรรคต่อการร้องเพลง

     หลังจากงาน KM แห่งชาติจบลงเมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ไปตะลอนนอกบ้านอีกครึ่งวัน พอกลับมาบ้านเกิดป่วยขึ้นมาทำให้พลาดการไปร่วมงาน มงคลสมรสของพนักงานที่บริษัทในช่วงเย็น และลามปามต้องเป็น นางจันทร์ลา เพราะปวดเมื่อยตัว และปวดศีรษะ  หลังจากวินิจฉัยตัวเองแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นไข้หวัด แต่ใหญ่หรือเปล่าไม่ทราบค่ะ เมื่ออ้าปากดูคอ ก็พบว่าคอแดง (Pharyngitis) มีจุดขาวเหมือนเมล็ดข้าวสารขึ้นที่ต่อมทอนซิล   จึงตัดสินใจว่าวันศุกร์ที่ 7 ซึ่งจะเป็นวันจัดงานครบรอบวันเกิดบริษัท คงไปร้องเพลงไม่ได้แล้ว แต่กะว่าจะไปดูเขาซ้อมกัน

    วันอังคาร เมื่อวานตอนเย็นรู้สึกว่าจะเริ่มครั่นเนื้อครั่นตัวอีก แต่ก็แวะไปดูน้องๆ ซ้อมเพลงกัน  พอบอกคุณครูว่า ขอไม่ร้องบนเวทีนะคะ ไม่สบาย คุณครูไม่เห็นใจ บอกว่าให้ไปร้องเถอะ พร้อมแนะนำให้ดื่มน้ำเกลืออุ่นๆ และรับประทานยาลดอาการบวม ไม่อยากจะบอกว่าทำมาแล้วค่ะ 

    เนื่องจากเด็กๆ มากันช้ากว่าจะรวมตัวได้ ใครมาก่อนเลยต้องซ้อมเยอะหน่อย ต้องขอชมว่าคุณครูตั้งใจมากๆ  เด็กผู้ชายบางคนบอกว่า "ร้องไม่ดีก็ไม่เป็นไรหรอกครู" ครูบอกว่าไม่ได้  ในระหว่างซ้อม บางคนไม่ตั้งใจ เอาแต่คุย หรือกินขนมกัน ระหว่างที่ครูซ้อมให้กลุ่มย่อย  ซ้อมพร้อมกันหลายรอบก็ยังไม่ดี มี 3 ระดับเสียงแต่ประสานงามากกว่า คำพูดที่ครูพูด สะกิดใจ อีกแล้ว  ครูบอกว่า "ขอให้พวกเราอยู่กับปัจจุบัน ตั้งใจฟัง ตั้งใจร้อง แล้วเดี๋๊่ยวจะออกมาได้ดีเอง"  ในฐานะพี่ใหญ่สุด จึงได้ช่วยเสริมคำพูดคุณครูว่า เราต้อง focus ว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไร นึกถึงคำพูด อ.ดร.ประพนธ์เรื่องการอยู่กับปัจจุบัน และใส่ใจกัน

     "การร้องเพลงประสานเสียง ไม่ใช่ตั้งอกตั้งใจร้องอย่างเดียว แต่ต้องฟังเพื่อนๆ ในวงด้วย ว่าเสียงกลมกลืนกัน ไม่มีใครดัง ใครเบากว่ากัน"

    ไม่น่าเชื่อว่า เทคนิคที่ได้จากสุนทรียสนทนานำมาใช้กับการร้องเพลงได้ด้วย แถมผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ลืมไปเลยว่าตัวเองป่วย เรียกว่า ศิลปะดนตรีช่วยบำบัดโรคให้ด้วย ตอนกลับมาบ้าน ส่องกระจกดู  คอยังแดงอยู่ แต่เจ้าเม็ดขาวๆ ที่ต่อมทอนซิลมันแตกไปแล้ว ต้องรอลุ้นต่อไปว่า วันศุกร์นี้จะได้ขึ้นเวทีหรือไม่ 

ภาพแสดงในงาน ณ ห้องโถง สำนักงานใหญ่ บางซื่อ

SCG Chem Chorus