ต่อแต่นี้ไป จะทำงาน ให้หนักมากยิ่งขึ้น และจะละวางความขัดแย้งทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานออกไปให้หมด มุ่งหน้าทำงานที่รักด้วยความสุข เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯตราบชีวิตจะหาไม่

 

น้อมนำกระแสพระราชดำรัสมาทำงานและดำเนินชีวิต

 เมื่อคืน กลับ ไปนอนกับมารดาที่บ้านอิสรชน คลองสามวา หลังจากที่ ทำงานไม่ได้กลับบ้านมาหลายเดือน และได้นั่งฟังเทปกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เกิดความปีติในความห่วงใยที่ในหลวงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างเสมอภาคและทั่วถึงกัน

 เมื่อเสร็จสิ้นการถ่ายทอดกลับมานั่งทบทวนกระแสพระราชดำรัสที่ มุ่งเน้นให้คนไทยทุกคนปรองดองกัน แล้วนำพาประเทศชาติไปสู่ความสงบร่มเย็น ยิ่งทำให้เกิดอาการหัวใจพองโต และเมื่อได้นั่งคุยกับมารดาต่อ ถึง ภาพเก่าความหลังเมื่อครั้งที่ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ  และตลอดระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 60 ปี พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยและตรากตรำพระวรกายอย่าไม่ทรงย่อท้อ ทรงงานตั้งแต่ย่ำรุ่งจรดค่อนดึก เดินทางไปในทุกที่ ที่ มีประชาชนของพระองค์อยู่ ไม่ว่าจะยากลำบากหรือห่างไกลเพียงใด

 สะท้อนภาพมาที่ ตัวเราเองที่เพิ่งเริ่มทำงานอย่างจริง ๆ จัง ๆ ได้เพียง 10 กว่า ปี และต่อให้นับรวมเอาเวลาที่เริ่มเป็นอาสาสมัคร เข้ามาด้วยแล้ว ก็ 22 ปี นั้นยังไม่ถึงครึ่งทางกับที่พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมาตลอดระยะเวลาที่ ครองราชย์ งานที่เราทำ ก็เพียงกระผีกเดียวที่ ทรงงานทั้งหมด  และในความเป็นจริง ก็ มีคนวิพากษ์วิจารณ์พระองค์ไม่น้อย ในตลอดรัชกาลของพระองค์ แต่ก็ไม่ได้ทรงย่อท้อ ใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ทรงตั้งใจจริง และทรงต้อการให้เกิดความปรองดองขึ้นมาในชาติจริง ๆ

 ได้ฟังมารดา สะท้อนภาพแบบนั้น ทำให้ ย้อนกลับมาทบทวน การทำงานและการใช้ชีวิตโดยปกติของตัวเอง แล้ว ก็ ไปนั่งที่ห้องพระ ตั้งใจอธิษฐานว่า ต่อแต่นี้ไป จะทำงาน ให้หนักมากยิ่งขึ้น และจะละวางความขัดแย้งทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานออกไปให้หมด มุ่งหน้าทำงานที่รักด้วยความสุข เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯตราบชีวิตจะหาไม่