เมื่อเช้าราว 9 น.เศษ ผมได้โทรสนทนากับผู้ใหญ่ที่เคารพ เพื่อบอกว่า ท่านบอกว่า นายก อบจ.น่าน ลาออก จะจริงเท็จประการใดต้องตรวจสอบข่าวกันอีก
น่านบ้านผมเมือง 100 นายก คือ มี อบต.91 แห่ง เทศบาล 8 แห่ง และ อบจ.อีก 1 แห่ง รวม 100 พอดี ยังไม่นับนายกสมาคมต่าง ๆ นะครับ นายกในที่นี้ หมายถึง ตำแหน่งทางการเมืองการปกครองท้องถิ่น หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า อปท. ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ตามที่หลายท่านอาจเดาก่อนเข้ามาอ่าน ต้องกราบขออภัย หากทำให้ท่านเดาผิด
ผมคิดว่า ข่าวที่รับฟังมาน่าจะเป็นความจริง เพราะผู้ให้ข้อมูลเป็นบุคคลสำคัญในจังหวัดคนหนึ่ง และระยะนี้การเมืองเขาชิงความได้เปรียบ หรือที่เรียกว่า แต้มต่อ เนื่องจากมีการเลือกตั้ง สส. ในวันที่ 23 ธ.ค.ศกนี้
หลายท่านที่จะต้องพลาดจากตำแหน่ง สส.ก็จะใช้โอกาสเดียวกันมาลง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน หรือ อบจ.น่าน ที่จะครบวาระในเดือน มี.ค.2551 การที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้วิถี วิธีทางการเมือง จะมีการวิพากวิจารณ์กันยกใหญ่ต่อไปอีก หากข่าวที่รับมาเป็นความจริง ว่าอย่างโน้น อย่างนี้
ผมเองไม่ค่อยสันทัดในกลยุทธทางการเมืองกับเขาสักเท่าไหร่ รู้และเข้าใจว่า ในทางการเมืองเป็นการขออำนาจประชาชนมาบริหารบ้านเมือง ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ตามวิถีทางประชาธิปไตย ชาวน่าน ชาวไทยเราก็ต้องศึกษาเรียนรู้กันไป
นายก ลาออกแล้ว
ตกใจ
รีบอ่าน ดูข้างใน
ใช่แล้ว
ถูกหลอก แต่ยังไง
ก็ใช่ ยกแล
ยกเล็ก ยกใหญ่แห้ว
อ่านแล้ว คมขำ
ขำนะ ขำที่เข้า
ใจผิด
คมนะ คมความคิด
บ่งไว้
สอบตก จักใช้สิทธิ์
คิดสู่ สอจอ
พลาดหนึ่ง เป็นหนึ่งได้
ช่างไร้ มโนธรรม
มีความเข้าใจหลังจากฟังการแถลงข่าว เข้าใจแล้วว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจน ก่อนการเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 23 ธันวาคม ไม่กี่วันที่จะถึง เนื่องจากมีความอึดอัดใจในข้อเท็จจริงที่เกิดกว่าจะรับไว้ จึงตัดสินใจลาออก เพื่อคืนอำนาจให้แก่ปวงชน และเพื่อให้เกิดความสบายใจทุกฝ่ายว่า ตัวท่านไม่ได้เอาเปรียบนักการเมืองสนามใหญ่อย่างใดทั้งสิ้น
จากกรณีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชพงษ์ จ.ขอนแก่น นายสุรเชษ นิ่มกุล จ.อ่างทอง นายไพรัตน์ ตันบรรจง จ.พะเยา นายอดุลย์ ไชยสุนันท์ จ.มุกดาหาร และนายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ จ.เลย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อลดความอึดอัดเนื่องจากถูกเพ่งเล็งเรื่องการวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 23 ธันวาคม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่โรงแรมเทวราช อ.เมืองน่าน นายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายก อบจ.น่าน พร้อมทีมบริหาร เปิดแถลงข่าวการลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ. โดยนายนรินทร์ให้เหตุผลว่าลาออกจากตำแหน่งฃเพื่อแก้วิกฤตเลือกตั้งเพราะถูกกดดันให้ช่วยผู้สมัคร ส.ส.บางฝ่าย พร้อมขอร้องผู้นำองค์กรท้องถิ่นอื่นๆ อย่าลาออกตาม โดยขอเป็นตัวแทนเตือนสติผู้นำ ซึ่งการกระทำครั้งนี้ร่วมกับนายก อบจ.ครึ่งประเทศคิดกันนานนับสัปดาห์ เชื่อว่าจะสร้างความปรองดองเกิดขึ้นได้ ท่ามกลางผู้นำชุมชนหลายแห่งมาให้กำลังใจกว่า 200 คน
นายนรินทร์ กล่าวว่า ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อการวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่พิเศษสำคัญซึ่งจะชี้อนาคตประเทศไทย เมื่อหลายฝ่ายอยากให้ตนใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยผู้สมัครบางคน ซึ่งเป็นเรื่องลำบากเพราะตนได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ก็เพราะผู้สนับสนุนอีกฝ่ายหนึ่ง จะทำให้กลายเป็นผู้ไม่กตัญญู เมื่อปฏิเสธข้อเสนอก็มีการรายงานเข้าหน่วยเหนือ และถูกตำหนิว่าไม่ให้ความร่วมมือ จึงเกิดความไม่สบายใจ เกรงว่าทั้งข้าราชการและองค์กร อบจ.จะได้รับผลกระทบไปด้วย จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง และอยากให้เป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามที่ปรารถนา
"ระหว่างเป็นนายก อบจ. ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตามผู้บังคับบัญชาสั่ง จึงแสดงออกทางการเมือง 100% ไม่ได้ แต่เมื่อบ้านเมืองเกิดวิกฤต นักการเมืองต้องรับผิดชอบ จะปล่อยไปไม่ได้ ก่อนลาออกได้หารือกับนายก อบจ.หลายจังหวัดแล้ว หลายคนเสนอ 2 แนวทาง คือ 1.อยู่ต่อไป ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิดหรือทำไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ 2.ลาออก ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะเกิดผลกระทบใดบ้าง จะเลือกตั้งเมื่อไร ผมจึงตัดสินใจลาออกมาเป็นนักการเมืองเต็มตัว เพื่อแสดงออกทางด้านการเมือง เพราะไม่ต้องการพูดอย่างหนึ่งแต่ทำตามเสียงกระซิบอีกส่วนหนึ่ง หลังจากวันนี้จะประกาศจุดยืนต่อสาธารณชนให้ชัดเจนว่าสนับสนุนพรรคใด ยืนอยู่ตรงจุดไหน มีนโยบายอย่างไร จะทำอะไรในสมัยหน้า อยากให้การเลือกตั้งผ่านไปไปโดยบ้านเมืองไม่บอบช้ำ ขอให้ประชาชนตัดสินใจเพื่ออนาคตของลูกหลาน อย่าไปเชื่อใคร ถ้ารักผมก็เลือก ส.ส.คนที่ท่านรักไปเลย ถ้ากาเบอร์เพราะมีคนขอมาบ้านเมืองจะไม่สงบแน่นอน และอย่าไปเข้าใจผมลาออกแล้วจะกลับเข้ามาเป็นนายก อบจ.ได้อีกอย่างสบาย เพราะการเลือกตั้งทุกระดับต้องแสดงตนตลอด หากลงสมัครลำพังแต่ไม่มีแนวทางทำอะไรให้ส่วนรวม เชื่อว่าหลายคนคงไม่เลือกและกากบาทช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนได้"
นายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้อนุมัติให้นายนรินทร์ลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.น่านแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมเป็นต้นไป และจะเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 60 วันตามกฎหมาย คาดว่าจะมีผู้บริหารใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2551 มีปลัด อบจ.น่านรักษาราชการในตำแหน่งดังกล่าวไปก่อน โดยบริหารงานตามปกติ และไม่สามารถอนุมัติงบประมาณลงทุนต่างๆ ได้ รวมทั้งมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่านคอยกำกับดูแลอยู่
"นายนรินทร์แจ้งว่า ถูกสมาชิกสภา อบจ.น่านบางคน ที่สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.บางฝ่ายกดดันให้ช่วยเหลือ จึงอยากวางตัวเป็นกลางและลาออกไปเคลื่อนไหวทางการเมือง เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบทางการเมืองเพราะนายนรินทร์บอกว่าจะวางตัวเป็นกลาง แต่กลับเป็นผลดีเพราะการเลือกตั้งนายก อบจ.น่าน ถ้าครบวาระในเดือนมีนาคม 2551 จะล่าช้าในการบริหารงบประมาณ เมื่อมีฝ่ายบริหารเร็วขึ้นการใช้จ่ายจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมาอีก
สำเนาจาก มติชนออนไลน์ ขอขอบพระคุณ เพื่อเป็นความรู้ว่ามีกรณีตามข่าว จะได้ไม่ต้องเดา http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pro01061250&day=2007-12-06§ionid=0112