จากกรณีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชพงษ์ จ.ขอนแก่น นายสุรเชษ นิ่มกุล จ.อ่างทอง นายไพรัตน์ ตันบรรจง จ.พะเยา นายอดุลย์ ไชยสุนันท์ จ.มุกดาหาร และนายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ จ.เลย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อลดความอึดอัดเนื่องจากถูกเพ่งเล็งเรื่องการวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 23 ธันวาคม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่โรงแรมเทวราช อ.เมืองน่าน นายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายก อบจ.น่าน พร้อมทีมบริหาร เปิดแถลงข่าวการลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ. โดยนายนรินทร์ให้เหตุผลว่าลาออกจากตำแหน่งฃเพื่อแก้วิกฤตเลือกตั้งเพราะถูกกดดันให้ช่วยผู้สมัคร ส.ส.บางฝ่าย พร้อมขอร้องผู้นำองค์กรท้องถิ่นอื่นๆ อย่าลาออกตาม โดยขอเป็นตัวแทนเตือนสติผู้นำ ซึ่งการกระทำครั้งนี้ร่วมกับนายก อบจ.ครึ่งประเทศคิดกันนานนับสัปดาห์ เชื่อว่าจะสร้างความปรองดองเกิดขึ้นได้ ท่ามกลางผู้นำชุมชนหลายแห่งมาให้กำลังใจกว่า 200 คน
นายนรินทร์ กล่าวว่า ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อการวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่พิเศษสำคัญซึ่งจะชี้อนาคตประเทศไทย เมื่อหลายฝ่ายอยากให้ตนใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยผู้สมัครบางคน ซึ่งเป็นเรื่องลำบากเพราะตนได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ก็เพราะผู้สนับสนุนอีกฝ่ายหนึ่ง จะทำให้กลายเป็นผู้ไม่กตัญญู เมื่อปฏิเสธข้อเสนอก็มีการรายงานเข้าหน่วยเหนือ และถูกตำหนิว่าไม่ให้ความร่วมมือ จึงเกิดความไม่สบายใจ เกรงว่าทั้งข้าราชการและองค์กร อบจ.จะได้รับผลกระทบไปด้วย จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเพื่อขับเคลื่อนทางการเมือง และอยากให้เป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามที่ปรารถนา
"ระหว่างเป็นนายก อบจ. ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตามผู้บังคับบัญชาสั่ง จึงแสดงออกทางการเมือง 100% ไม่ได้ แต่เมื่อบ้านเมืองเกิดวิกฤต นักการเมืองต้องรับผิดชอบ จะปล่อยไปไม่ได้ ก่อนลาออกได้หารือกับนายก อบจ.หลายจังหวัดแล้ว หลายคนเสนอ 2 แนวทาง คือ 1.อยู่ต่อไป ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิดหรือทำไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ 2.ลาออก ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะเกิดผลกระทบใดบ้าง จะเลือกตั้งเมื่อไร ผมจึงตัดสินใจลาออกมาเป็นนักการเมืองเต็มตัว เพื่อแสดงออกทางด้านการเมือง เพราะไม่ต้องการพูดอย่างหนึ่งแต่ทำตามเสียงกระซิบอีกส่วนหนึ่ง หลังจากวันนี้จะประกาศจุดยืนต่อสาธารณชนให้ชัดเจนว่าสนับสนุนพรรคใด ยืนอยู่ตรงจุดไหน มีนโยบายอย่างไร จะทำอะไรในสมัยหน้า อยากให้การเลือกตั้งผ่านไปไปโดยบ้านเมืองไม่บอบช้ำ ขอให้ประชาชนตัดสินใจเพื่ออนาคตของลูกหลาน อย่าไปเชื่อใคร ถ้ารักผมก็เลือก ส.ส.คนที่ท่านรักไปเลย ถ้ากาเบอร์เพราะมีคนขอมาบ้านเมืองจะไม่สงบแน่นอน และอย่าไปเข้าใจผมลาออกแล้วจะกลับเข้ามาเป็นนายก อบจ.ได้อีกอย่างสบาย เพราะการเลือกตั้งทุกระดับต้องแสดงตนตลอด หากลงสมัครลำพังแต่ไม่มีแนวทางทำอะไรให้ส่วนรวม เชื่อว่าหลายคนคงไม่เลือกและกากบาทช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนได้"
นายสมพงษ์ อนุยุทธพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้อนุมัติให้นายนรินทร์ลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.น่านแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมเป็นต้นไป และจะเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 60 วันตามกฎหมาย คาดว่าจะมีผู้บริหารใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2551 มีปลัด อบจ.น่านรักษาราชการในตำแหน่งดังกล่าวไปก่อน โดยบริหารงานตามปกติ และไม่สามารถอนุมัติงบประมาณลงทุนต่างๆ ได้ รวมทั้งมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่านคอยกำกับดูแลอยู่
"นายนรินทร์แจ้งว่า ถูกสมาชิกสภา อบจ.น่านบางคน ที่สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.บางฝ่ายกดดันให้ช่วยเหลือ จึงอยากวางตัวเป็นกลางและลาออกไปเคลื่อนไหวทางการเมือง เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบทางการเมืองเพราะนายนรินทร์บอกว่าจะวางตัวเป็นกลาง แต่กลับเป็นผลดีเพราะการเลือกตั้งนายก อบจ.น่าน ถ้าครบวาระในเดือนมีนาคม 2551 จะล่าช้าในการบริหารงบประมาณ เมื่อมีฝ่ายบริหารเร็วขึ้นการใช้จ่ายจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นมาอีก
สำเนาจาก มติชนออนไลน์ ขอขอบพระคุณ เพื่อเป็นความรู้ว่ามีกรณีตามข่าว จะได้ไม่ต้องเดา http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pro01061250&day=2007-12-06§ionid=0112