โครงการ ส่งเสริมทันตสุขภาพเด็กปฐมวัยดงพญา
หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบันปัญหาทันตสุขภาพเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทั้งโครงสร้างของอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้มีผลต่อการดูแลรักษาฟัน ทั้งรูปแบบของการเลี้ยงดูเด็กในด้านต่างๆ ที่ปรับเปลี่ยนและมีการพัฒนา จึงมีผลกระทบต่อช่องปากเด็ก และเด็กในช่วงอายุ 0 – 5 ปีเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดต่อพัฒนาการทางด้านร่างกาย ,จิตใจ และสมองในอนาคต และจากการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติซึ่งดำเนินการสำรวจทุก 5 ปี พบว่า ในปี 2543-2544 เด็กกลุ่มอายุ 3 ปี มีอัตราฟันน้ำนมผุเฉลี่ย ร้อยละ 65.7 ในปี 2545 กรมอนามัยมีนโยบายให้ทุกจังหวัดดำเนินการสำรวจอัตราฟันผุในเด็กกลุ่มอายุ 3 ปี พบว่า มีเพียง 6 จังหวัดที่มีอัตราฟันผุต่ำกว่าร้อยละ 60 จังหวัดส่วนใหญ่มีอัตราฟันผุร้อยละ70-80 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 72 จากการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของจังหวัดน่าน ปี 2550 พบว่า เด็กกลุ่มอายุ 3 ปีมีอัตราผู้ปราศจากฟันผุเฉลี่ย ร้อยละ 37.34 , มีอัตราฟันน้ำนมผุเฉลี่ย ร้อยละ 58.94 จากการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของอำเภอบ่อเกลือซึ่งได้ดำเนินการตรวจฟันและเหงือกของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลดงพญา จำนวน 3 แห่ง (จากทั้งหมด 4 แห่ง ) ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสะปัน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสว้า และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านน้ำแคะ ในปี พ.ศ. 2550 พบว่า เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 3 แห่ง
1. มีอัตราผู้ปราศจากโรคฟันผุเฉลี่ยร้อยละ 16.67 , 31.25 , 66.67 ตามลำดับ
2. มีอัตราฟันน้ำนมผุเฉลี่ย 83.33 , 68.75 , 33.33 ตามลำดับ
3. มีค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด(dmft)ในฟันน้ำนมเป็น 4.25 ซี่/คน , 2.63 ซี่/คน , 2.56 ซี่/คน ตามลำดับ
4. ร้อยละของเด็กที่ต้องได้รับการขูดหินปูน เป็น 6.67 , 0 , 35.71 ตามลำดับ
ซึ่งจะเห็นว่า ภาพรวมของสภาวะฟันผุในฟันน้ำนม และสภาวะเหงือกอักเสบของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กส่วนใหญ่ยัง อยู่ในระดับสูง สาเหตุการเกิดโรคฟันผุและสภาวะเหงือกอักเสบส่วนใหญ่ในเด็กปฐมวัยเกิดจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูของผู้ปกครองและผู้เลี้ยงดูเนื่องจากการรักษาโรคผันผุในเด็กปฐมวัยทำได้ยาก เพราะเด็กให้ความร่วมมือน้อย แนวทางที่เหมาะสมสำหรับเด็กกลุ่มนี้ควรเน้นไปที่การป้องกันการเกิดฟันผุตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น ซึ่งสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพหากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ช่วยให้สามารถเก็บรักษาฟันให้มีสุขภาพดีและใช้งานได้ เด็กปฐมวัยยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้มากนัก ในการพัฒนาด้านใดๆ ก็ตามเด็กวัยนี้ ต้องการความช่วยเหลือสนับสนุนเป็นอย่างมากจากพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่มีบทบาทในการดูแลเอาใจใส่และสร้างพฤติกรรมที่ถูกต้องให้แก่เด็ก จึงเหมาะแก่การปลูกฝังและส่งเสริมด้านการดูแลทันตสุขภาพ จากการสำรวจพฤติกรรมทางทันตสุขภาพของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 3 แห่งพบว่า เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสะปัน , บ้านสะว้า และบ้านน้ำแคะ
1. มีร้อยละการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันดังนี้ 93.33 , 100 , 64.29 และ
2. มีร้อยละการนำขวดนมมาดูดที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็น 40 , 27.22 , 28.57 ตามลำดับซึ่งจะเห็นว่า เด็กยังมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะฟันผุและเหงือกอักเสบอยู่ในระดับที่สมควรได้รับการปรับปรุงแก้ไข ฝ่ายทันตสาธารณสุขโรงพยาบาลบ่อเกลือได้เห็นความสำคัญของปัญหาทันตสุขภาพของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของตำบลดงพญาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีสภาวะทันตสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้ดูแลเด็กมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสภาวะทันตสุขภาพของตนเองและเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างถูกต้อง
2. เพื่อให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลดงพญาเกิดกิจกรรมค้นหาแนวทางปฏิบัติในการจัดสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่องานส่งเสริมทันตสุขภาพของเด็กโดยผ่านกระบวนการAIC
3. เพื่อให้เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลดงพญาได้รับการรักษาและส่งเสริมป้องกันทางทันตสุขภาพ
4. เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรงานส่งเสริมทันตสุขภาพในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
กลุ่มเป้าหมาย
- ผู้ดูแลเด็กศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลดงพญา จำนวน 5 คน - เด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 3 แห่ง- เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา
วิธีดำเนินงาน
1. เตรียมความพร้อมของผู้ดำเนินการ
- ไปดูงานที่ศูนย์สุสขภาพม่วงตึ๊ด เพื่อศึกษากระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม
- ศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ
2. เตรียมข้อมูลพื้นฐาน
- เก็บข้อมูลสภาวะทันตสุขภาพของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
- เก็บข้อมูลพื้นฐานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
- วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ
3. สะท้อนข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ และแนวทางดำเนินการแก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและองค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา
4. ดำเนินกิจกรรมตามกลุ่มเป้าหมาย
4.1 ผู้ดูแลเด็ก
- จัดกิจกรรม AIC
- ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสภาวะทันตสุขภาพ
4.2 เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
- ทำกิจกรรมส่งเสริมป้องกันสภาวะทันตสุขภาพ- ทำการรักษาตามอาการ
4.3 องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา
- จัดให้บริการตรวจสุขภาพช่องปากแก่เจ้าหน้าที่
5. สรุปผลโครงการ
ระยะเวลาดำเนินการ
1 ตุลาคม 2550-1 เมษายน 2551
สถานที่จัดทำโครงการ
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 3 แห่ง ,องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา
งบประมาณ
สื่อต่างๆ ที่ใช้ในการให้ความรู้ 200 บาท
ป้ายโครงการส่งเสรมทันตสุขภาพเด็กปฐมวัยดงพญา 800 บาท
(ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากเงินโครงการ ยิ้มสดใสเด็กไทยฟันดี งวดที่ 4 จำนวน 1000 บาท )
การประเมินผล
1. แบบบันทึกการตรวจสุขภาพช่องปากเด็ก
2. แบบสัมภาษณ์ผู้ดูแลเด็ก
3. แบบทดสอบความรู้ ก่อน – หลัง ของผู้ดูแลเด็ก
4. แบบประเมินโครงการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้ข้อมูลพื้นฐานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลดงพญา
2. ผู้ดูแลเด็กมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมทันตสุขภาพของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
3. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีแนวทางในการส่งเสริมทันตสุขภาพของเด็ก
4. เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีสภาวะทันตสุขภาพที่ดีขึ้น
5. มีเครือข่ายพันธมิตรในงานส่งเสริมทันตสุขภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ผู้เขียนโครงการ
( น.ส. สุภาภรณ์ สายยาน )
เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข
ผู้รับผิดชอบโครงการ
ฝ่ายทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลบ่อเกลือ ผู้เสนอโครงการ ( น.ส. สุภาภรณ์ สายยาน )
เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข ผู้เห็นชอบโครงการ ( นายเก่ง วิศวะกุล ) ทันตแพทย์ 6
หัวหน้าฝ่ายทันตสาธารณสุข ผู้อนุมัติโครงการ (นายเฉลิมพล พงษ์พิชิต) นายแพทย์ 5 ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ่อเกลือ
รูปกิจกรรมโครงการ
ปัญหาที่พบในการทำกิจกรรมที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสว้า
วันที่ 4 ธันวาคม 2550
1. ความพร้อมของบุคลากรทันตสาธารณสุขที่เข้าไปทำโครงการ
- ยังจัดลำดับขั้นตอนการดำเนินงานไม่ชัดเจน
2. ความพร้อมของผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล้กบ้านสว้า
-ผู้ดูแลเด็กไม่มีเวลาในการร่วมทำกิจกรรม
3. เวลาที่ใช้ในการดำเนินโครงการไม่เหมาะสม
-เป็นช่วงเวลาที่เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสว้าตื่น และกำลังจะกลับบ้าน ทำให้เกิดความวุ่นวาย
4.ขั้นตอนการทำแบบทดสอบ pre-post test
ปัญหาที่พบในการทำกิจกรรมที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสะปัน
วันที่ 18ธันวาคม 2550
1. ผู้ดูแลเด็กไม่มีเวลาให้ เพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่เด้กกำลังเลิกเรียน
2. เด็กส่งเสียงรบกวนเวลาทำกิจกรรม
ข้อเสนอแนะของผู้ดูแลเด็ก
- อยากให้นำข้อมูล สภาพปัญหาในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสะปันเสนอต่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงพญาเพื่อให้ได้รับทราบปัญหาร่วมกัน
ดีใจแทนเด็กด้วยที่มีหมอขยันๆไปช่วยดูแล
เมย์เม่...เจ๋งอะ