ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง

  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ได้ประชุมได้ตั้ง กมธ.วิสามัญ 15 คน เพื่อศึกษาร่าง พ.ร.บ.ธง (ฉบับที่..) พ.ศ.... ซึ่งเสนอโดย พล.อ.ปรีชา โรจนเสน สมาชิก สนช.กับคณะ เนื่องจากมีสมาชิก สนช.หลายคนเป็นห่วงในเนื้อหาบางมาตราอาจจะขัดต่อหลักความเป็นจริง เพราะกำหนดให้กรณีที่ได้ยินเสียงเพลงชาติหรือสัญญาณการชักธงชาติ จะเห็นหรือไม่เห็นการชักธงชาติก็ตาม จะต้องแสดงความเคารพโดยการหยุดนิ่ง ยืนตรงหันหน้าไปทางธงชาติหรือทางที่เสียงเพลงชาติดัง กรณีอยู่ในยานพาหนะ ให้หยุดยานพาหนะจนกว่าการชักธงชาติหรือเพลงชาติหรือเสียงเพลงชาติหรือสัญญาณชักธงชาติจะสิ้นสุดลง

จากข้างต้นดังกล่าวในเรื่องกฎหมายยืนตรงเคารพธงชาติ  หากมองในด้านของสิทธิมนุษยชนแล้วจะมีปัญหามาก....
มาตรา 45/5ในกรณีที่ได้ยินเสียงเพลงชาติหรือสัญญาณการชักธงชาติ จะเห็นหรือไม่เห็นการชักธงชาติก็ตาม ให้แสดงความเคารพโดยการหยุดนิ่งยืนตรงหันหน้าไปทางธงชาติหรือทางที่เสียง เพลงชาติดัง ในกรณีอยู่ในอาคารให้หยุดนิ่งยืนตรงดังกล่าวด้วย หากไม่สามารถยืนแสดงความเคารพได้ ให้แสดงความเคารพโดยหยุดนิ่งในอาการสำรวม ในกรณีอยู่ในยานพาหนะ ให้หยุดยานพาหนะจนกว่าการชักธงชาติหรือเสียงเพลงชาติ หรือสัญญาณการชักธงชาติจะสิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีอยู่ในยานพาหนะที่สัญจรบนทางด่วน ทางรถไฟ ทางรถไฟฟ้า ทางน้ำ หรือทางอื่นที่ไม่อาจหยุดยานพาหนะได้ ตามรายละเอียดที่กำหนดในกฎกระทรวง...
     ความจริงเรื่องของการแสดงการเคารพธงชาติเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความเป็นชาติและความภูมิใจในเอกราชและความเสียสละของบรรพบุรุษไทย  เป็นการแสดงออกทางความคิดแบบชาตินิยม ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย  หากมองในสังคมปัจจุบันประเทศไทยยังขาดจิตสำนึกตรงส่วนนี้อยู่มาก  เพราะกระแสวัฒนธรรมจากต่างประเทศโหมทับเข้ามากลืนกระแสสังคมไทยไปแทบหมดสิ้น  กฎหมายที่ออกมาในลักษณะนี้เป็นไปในลักษณะที่ต้องการสร้างจิตสำนึกร่วมกันของคนในชาติ  
     หากมองในด้านสิทธิของปัจเจกชนจะแสดงความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งใดก็ไม่สามารถที่จะบังคับได้เพราะเป็นสิทธิตามธรรมชาติที่เขาจะยืนตรงเคารพธงชาติหรือไม่ก็ได้  แต่ถ้าเป็นกฎหมายออกมาต้องมองในลักษณะ  เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม และจะเกิดความเป็นหนึ่งเดียวในการปฎิบัติร่วมกัน
      ความเห็นที่ว่ามันควรเป็นจิตสำนึกมากกว่าที่จะออกเป็นกฎหมายนั้นส่วนหนึ่งข้าพเจ้าเห็นด้วยแต่มองจากสภาพสังคมปัจจุบันแล้ว  ควรจะสร้างความเป็นระเบียบและความคิดที่เป้นไปในแนวทางเดียวกันโดยเฉพาะสถาบันชาติ  และก็ไม่เสียหายหรือละเมิดสิทธิของบุคคลใดถึงขนาดร้ายแรงและไม่เป็นการบังคับจิตใจของผู้ปฎิบัติอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว  เนื่องจากว่าหากเป็นการปฎิบัติร่วมกันของคนทั้งชาติตามหลักที่ว่า บุคคลย่อมเสมอกันภายใต้กฎหมาย  ทุกคนที่เป็นคนไทยปฎิบัติเหมือนเช่นเดียวกันหมด  ประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนคงตกไป   เพราะการที่คนเราจะมารวมกันเป็นชาติคงต้องสละสิทธิตามธรรมชาติบางอย่าง  ส่วนจะให้ทุกคนเห็นชอบหมดคงไม่มีชาติไทยมาจนถึงปัจจุบันนี้
   ในส่วนนี้ภาครัฐควรสร้างจิตสำนึกให้เด็กๆซึ่งเป็นเยาวชนให้เห็นความสำคัญของการเคารพธงชาติ  ให้เป็นไปในลักษณะจารีตประเพณีเพื่อให้เกิดจิตสำนึกร่วมกันอย่างแท้จริงก็จะไม่มีปัญหาในเรื่องที่ว่าจะเคารพกันด้วยใจหรือด้วยการแสดงออกในหนึ่งนาที ตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อที่จะให้มีระเบียบวินัยกันมากขึ้น 
   ส่วนเหตุถึงขนาดต้องมีโทษจำคุกนั่นแสดงถึงความมีจิตสำนึกในสถาบันชาติคงจะน้อยลงเต็มที  สิทธิมนุษยชนตรงส่วนนี้ ใน 1 นาทีคงต้องสละให้กับประเทศเพื่อแลกกับคนที่เสียสละ 1 ชีวิตเพื่อรักษาแผ่นดินผืนนี้เอาไว้ให้ลูกหลาน ซึ่งการแสดงออกซึ่งความเคารพที่ต้องทำด้วยใจนั้นบางครั้งมันแสดงออกมาไม่เห็นเป็นรูปธรรมแต่การแสดงออกทางกายร่วมกันนั้นจับต้องได้กว่า  เสียสละเวลากันสักนิดเพื่อเคารพธงชาติ  ยืนตรงเคารพธงชาติด้วยความภาคภูมิใจในเอกราชและความเสียสละของบรรพบุรุษไทย
    สุดท้ายกลอนบทนี้ทำให้ข้าพเจ้าสำนึกในความเป็นชาติและอยากที่จะเคารพธงชาติในทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลงชาติไทย
    ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง
    การที่จะสร้างชาติได้ก็จำเป็นจะต้องมีกฎหมายในลักษณะนี้อยู่แต่การรักชาติสำคัญกว่า เพราะแสดงถึงเจตจำนงค์ร่วมกัน   คุณรักชาติของคุณแค่ใหนกัน  เสียสละชีวิตได้หรือเสียสละหยุดแล้วเคารพเพลงชาติและธงชาติได้  ถ้าทำอย่างหลังได้อย่างแรกคงไม่มีปัญหาอะไร