การรื้อฟื้น  "พลังท้องถิ่น"  ของชาวบ้านพระบาท  ซึ่งมีความภาคภูมิใจวิถีชีวิตชุมชนในอดีต  ทำให้สามารถร่วมกันสร้างพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านได้สำเร็จ   อันมีจุดเริ่มต้นจากเวทีรวบรวมความรู้เกี่ยวกับป่าชุมชนและทรัพยากรในท้องถิ่น   ทำให้ชาวบ้านเห็นความสัมพันธ์ของคนกับทรัพยากร  และมองเห็นว่าชุมชนที่มีทรัพยากรหลากหลายก็จะมีระบบความรู้ที่หลกหลาย  สอดคล้องกับทรัพยากรที่คนในชุมชนนั้นพึ่งพิงและเชื่อมโยงไปถึงระบบคุณค่าและความเชื่อที่แสดงออกมาในวัฒนธรรมประเพณีและพิธีกรรม  ที่แสดงถึงความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ    จากการจัดการเวทีหลายครั้งทำให้ชาวบ้านตระหนักถึงความสำคัญของความรู้ที่ตนเองมีอยู่  จึงอยากจัดเก็บ  และเผยแพร่ให้สืบทอดต่อไป  ถึงลูกหลาน   เพื่อให้เห็นรูปธรรมของการจัดการความรู้ในด้านนี้   ได้มีการศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี  จังหวัดพิษณุโลก    ทำให้ชาวบ้านได้เห็นแนวคิดและวิธีการที่จะนำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตของตนเองที่น่าจะถ่ายทอดให้กับลูกหลานได้

ชาวบ้านได้กลับมาพูดคุยและออกแบบพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของตนเอง  เริ่มด้วยการรวบรวมรายชื่อเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ  รวบรวมความรู้ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของตนเอง   รวมทั้งการจัดหาสถานที่เก็บความรู้และรับบริจาคสิ่งของเรื่อยมา   วางแผนเปิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอย่างไม่เป็นทางการในช่วงสงกรานต์  เพื่อให้ลูกหลานที่ไปทำงานต่างจังหวัดได้กลับมาเห็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านในช่วงสงกรานต์   กิจกรรมที่ร่วมกันทำได้แก่  การก่อสร้างสถานที่  โดยการสร้างบ้านจากไม้ไผ่ทั้งหลัง  เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภูมิปัญญาเดิมของชาวบ้าน   เยาวชนได้ร่วมมือกันเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของเครื่องใช้  และเครื่องมือทำมาหากินที่จะนำมาจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ 

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องคือ   การรื้อฟื้นบุญประเพณีบางอย่างที่ชุมชนหยุดทำมานานแล้ว  ได้แก่  บุญบั้งไฟ  การรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ในวันสงกรานต์  บุญประเพณีที่เกี่ยวกับข้าว  เช่น บุญคูนลาน  บุญประทายข้าวเปลือก  บุญกุ้มข้าวใหญ่  ฯลฯ    จากความร่วมมือกันจัดตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านได้สำเร็จ   ทำให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกันในชุมชน   นำไปสู่การรื้อฟื้นกิจกรรมที่ชาวบ้านเคยทำล้มเหลวในอดีต เช่น  กลุ่มออมทรัพย์  ถึงแม้จะมีผู้พยายามรื้อฟื้นมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ  จนกระทั่งหลังจากการทำพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านร่วมกัน  ชาวบ้านพระบาทสามารถรื้อฟื้นกิจกรรมกลุ่มออมทรัพยืกลับคืนมาได้   อีกทั้งกิจกรรมนี้ทำให้เยาวชนมีทักษะในการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม   เป็นการเปิดพื้นที่ของเยาวชนในการทำงานร่วมกับผู้ใหญ่   ซึ่งแต่เดิมเคยมองว่าเด็กเยาวชนทำแต่เรื่องไร้สาระ   ทำให้ผู้ใหญ่ได้เห็นความสามารถและความรับผิดชอบของเยาวชน  และไว้วางใจให้เยาวชนมาร่วมเป็นกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ด้วย

การทำพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน  ทำให้ทุกคนได้เห็นพลังท้องถิ่นที่เป็นระบบความรู้  เครือข่ายทางสังคม  ระบบคุณค่าและความเชื่อ  ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสอดคล้องกับฐานทรัพยากร  ซึ่งในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์  ถึงแม้สภาพป่าจะเปลี่ยนแปลงไปหลังจากการสร้างเขื่อน   แต่ชาวบ้านก็ยังสามารถฟื้นฟูสภาพป่าให้มีลักษณะเป็นป่าชุมชน   ทำให้เราได้เห็นพลังท้องถิ่นที่ยังเคลื่อนไหวอยู่อย่างต่อเนื่อง   และที่สำคัญทำให้เราได้เห็น  "จุดคานงัดทางสังคม"  ของบ้านพระบาทได้ชัดเจน  คือ   ความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้เฒ่าผู้แก่   ภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตอยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ  เปิงบ้านที่เด็ก เคารพผู้อาวุโส   ซึ่งการรื้อฟื้นพลังท้องถิ่นได้ไปผลักดันจุดคานงัดทางสังคมที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชุมชนบ้านพระบาทได้

เรียบเรียงและบันทึกโดย  คุณวราภรณ์  หลวงมณี