วันก่อนผมนาำนิทานเรื่องความเสียสละ มาเล่าให้ฟังกันวันนี้มีอีกเรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟัง ช่วงนี้ใกล้วันพ่อแล้วด้วย  เรื่องนี้ได้มาจากหนังสือพิมพ์สังฆทานนิวส์  ฉบับประจำวันที่  26 ตุลาม - 1  พฤศจิกายน  2550 ปีที่  1 ฉบับที่ 11 เรื่องเกี่ยวกับพ่อที่ต้องการผู้สืบทอดมรดกที่มีความซื่อสัตย์  ลองอ่านดูนะครับ

เรื่อง ของขวัญอันล้ำค่า 

                 ที่หมู่บ้านหนึ่งยังมีชายชราคนหนึ่งแก่มาก  ใบหน้าของเขายังคงอิ่มเอิบเปล่งประกาย เลือดฝาด  ร่างกายของเขาแข็งแรง  ตายังไม่ฝ้าฟาง  หูก็ยังไม่หนวก  เขามีลูกหลานมากมาย แต่เขาก็ยังเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างภายในครอบครัว  ปีนี้เขาตัดสินใจว่าจะเลือกใครคนหนึ่ง จากลูกชาย  15  คน  ของเขามาสืบทอดภารกิจที่บ้านเสียที  แต่ว่าจะเลือกใครดีล่ะ  ชายชราพยายามคิดหาวิธีต่าง ๆ  

          เมื่อชายชราคิดวิธีที่ดีที่สุดได้  จึงสั่งให้ลูกชายทั้ง  15  คน มาพบแล้วแจกเมล็ด ดอกไม้ให้ลูกๆ  คนละ  1  เมล็ด  พร้อมทั้งบอกว่า  ใครสามารถปลูกเมล็ดพืชนี้ให้งอกงาม จนออกดอกบานสะพรั่งภายใน  3  เดือน คนนนั้นจะได้เป็นผู้สืบทอดมรดกต่อไป  เมื่อลูก ๆ ได้เมล็ดพืชมาแล้วต่างนำไปปลูกดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี  ลูกชายคนเล็กของเขาชื่อ  ทองดี  เมือได้เมล็ดดอกไม้ไปแล้วเขาก็นำไปปลูกในกระถาง  รดน้ำเอาใจใส่เป็นอย่างดีทุกวันทุกคืน  แต่เมล็ดนั้นก็ไม่แตกกล้าสักที  ทองดีรู้สึกเศร้าโศกเสียใจมาก  และเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว  สามเดือนต่อมาฤดูร้อนย่างกรายมาถึงแล้ว  

            ชายชราผู้เป็นพ่อกำหนดว่าวันนี้จะเป็นวันคัดเลือกดอกไม้ของลูก  ลูกทุกคนต่างอุ้มกระถาง ดอกไม้ที่ออกดอกบานสะพรั่งอย่างสวยสดงดงาม  มาให้ผู้เป็นพ่อชม  เพื่อรอการคัดเลือก  ชายชราเดินตรวจ ดอกไม้ที่สวยงามในมือของลูก ๆ ด้วยสีหน้าที่ไม่มีแววยินดีแม้แต่น้อย  เขาเดินตรวจจากบุตรชายคนโตมาจนถึงบุตรชายคนที่  14  โดยมิได้หยุดเลย   เมื่อเดินมาถึงทองดี  บุตรชายคนสุดท้องซึ่งยืนถือกระถางเปล่า  ที่ไม่มีทั้งต้นไม้และดอกไม้  ชายชราจึงหยุดกึกอยู่ตรงนั้  ทองดีน้ำตาไหลพราก  กล่าวกับบิดาอย่างสำนึกผิดว่า               

                  “พ่อครับผมไม่มีดอกไม้จะมอบให้พ่อ”  ชายชรากลับแย้มยิ้มและพูดอย่างยินดีปรีดาว่า               

                  “ลูกเอ๋ย  สิ่งที่เจ้ามอบให้พ่อนั้นมีค่ายิ่งกว่าดอกไม้มากมายนัก”                “อะไรหรือครับ”               

                  “ความสื่อสัตย์ไงล่ะ”               

                  ลูกชายทุกคนเมื่อได้ฟังก็ต่างมองหน้ากันและกันแล้วถามผู้เป็นพ่อว่า  เรื่องราว ป็นอย่างไรกันแน่…… ชายชราจึงเปิดเผยความลับต่อลูก ๆ ว่า  ที่แท้เมล็ดพืชที่ตนแจกแก่ลูก ๆ นั้น  เป็นเมล็ดพืชที่นำไปคั่ว จนสุกแล้ว ดังนั้น ต้นไม้ที่ผลิดอกสวยงามเหล่านั้น  ล้วนมาจากเมล็ดพืช จากที่อื่นไม่ใช่เมล็ดพืชที่ผู้เป็นพ่อแจกให้  ดอกไม้พวกนี้เป็นสักขีพยานยืนยัน ความไม่ซื่อตรง ของพวกเขา  สุดท้ายชายชราจึงกล่าวอบรมลูก ๆ ว่า                 

                 “ขอให้ลูก ๆ จงเป็นคนซื่อตรงเถิด  ความซื่อตรงเป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนเรา”

                ชายชราผู้มองการณ์ไกล  มิได้มองหาลูกชายที่แข็งแรงร่ำรวย  หรือเฉลียวฉลาดเลย  หากแต่มองหาลูกชายที่ซื่อสัตย์จริงใจ  แม้ทองดี  จะมีเพียงกระถางว่างเปล่า  แต่ใจของเขางดงาม ยิ่งกว่าดอกไม้ใดๆ  เพราะเป็นใจที่เต็มเปี่ยม  ด้วยความซื่อสัตย์ซึ่งเป็นคุณสมบัติ อันหาได้ยากยิ่ง ในโลกที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขันนี้  เขาจึงเป็นผู้ที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และได้รับ มอบหมายสิ่งสำคัญจากผู้เป็นบิดานี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า  ความซื่อตรงและจริงใจ  เป็นสิ่งที่ ทุกคนคาดหวัง  อยากได้จากกันและกันมากที่สุดในชีวิตของเรา  เมื่อเราปรารถนาความซื่อตรง จริงใจจากทุกคน  เราก็ควรเริ่มจากตัวเราก่อน  มอบความซื่อตรงจริงใจให้แก่กัน  เพราะนี่คือ คุณสมบัติอันล้ำค่าที่เราทุกคนต่างปรารถนา และสามารถมอบให้แก่กันได้  ให้โลกนี้งดงามด้วย ความจริงใจ  งามยิ่งกว่าดอกไม้ใดๆ ทั้งมวล