วันที่ 18พฤศจิกายน 2550
รถไฟถึงสถานีหัวหินราว 7 โมงเช้า คุณการ์ดรถผู้ใจดีมาช่วยขนของลงอย่างรวดเร็ว และผมก็อุ้มจ้าจูงแป้งลงจากรถไฟอย่างปลอดภัย ไม่ทุลักทุเลอย่างที่คิดเอาไว้เลย อากาศยามเช้าทีนี่ดีมาก ที่สถานีรถมีคนค่อนข้างมาก ทั้งนี้เพราะว่าจะมีรถธรรมดาเข้ามาจอดต่อไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมโทรศัพท์หาน้องสาวเพื่อให้เขามารับ เพียงแป๊บเดียวก็ได้เจอหน้ากัน ผมกับต้อมไม่ได้เจอกันราว 7 ปีเห็นจะได้ เธอเป็นลูกคนเดียวของอาคนที่ 3 ของผมและเป็นลูกของย่าคนที่ 10 ครับ ต้อมมารับเราไปที่บ้านของเธอ ทั้งนี้ก็เพราะว่าทางรีสอร์ทเขาขอให้เราเข้าที่พักราวบ่ายๆ เนื่องจากแขกที่เข้าพักอยู่ก่อนมักจะออกราวๆเที่ยง ก่อนเข้าบ้านก็พาไปกินมื้อเช้ากันในตลาดหัวหิน เป็นร้านที่ขายอาหารหลายอย่าง ข้าวมันไก่ เกาเหลาเลือดหมูกับใบตำลึง โจ๊ก เจ้าลูกสาวทั้ง 2 ของผมก็แสดงอาการแบบเดิมๆคือ ไม่กิน นี่เป็นเรื่องปกติของบ้านผมครับ จากนั้นก็ไปพักผ่อนอิริยาบถกันที่บ้านน้องจนได้ฤกษ์ดี ผมกับจิ๋มเลยวางแผนว่าจะพาลูกไปเที่ยวพระราชนิเวศน์มฤคทายวันกันก่อน ขับรถของน้องไปก็สะดวกดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ใช้เวลาไม่นานจากตัวอำเภอหัวหินขึ้นไปทางชะอำก็ถึงแล้วครับ พระราชนิเวศน์อยู่ในค่ายพระราม 6 ทางขวามือของฝั่งถนน เขามีที่จอดรถไว้ให้ เราต้องเดินเข้าไปเอง ใครจะเช่ารถจักรยานก็ได้ แต่เราทำไม่ได้ เพราะรถมันคันใหญ่ พี่แป้งเหยียดขาไม่ถึงและไม่มีที่นั่งสำหรับคุณจ้า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ภายในพระราชนิเวศน์มีอาณาเขตกว้างขวาง มีหลายอาคารไม้ต่อเนื่องกันไปหลายหลังมาก เราต้องเดินผ่านเข้าไปในส่วนที่จัดแสดงรูปภาพเก่าของพระราชนิเวศน์ที่เห็นแล้วรู้สึกสังเวช เพราะว่ากลุ่มอาคารต่างๆนั้นได้ผุพังจนมีลักษณะเหมือนซากอาคารมากกว่า จนเมื่อมีการบูรณะใหม่จนกลายเป็นพระราชนิเวศน์ที่สวยแบบนี้ได้ ช่างน่าชมเชยคนที่ทำงานซ่อมแซมยิ่งนัก ในตัวอาคารเราต้องถอดรองเท้าใส่ถุงพลาสติกเดินหิ้วขึ้นไป ดูแปลกๆดีนะครับ แต่การได้เดินเท้าเปล่าบนอาคารไม้แบบนี้ทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อาคารบางหลังก็คุ้นตาจากการที่ได้เคยเห็นในภาพถ่าย ในหนัง ได้เห็นห้องบรรทม เตียง ห้องสรง ห้องหับของข้าราชบริพาน รู้สึกอลังการงานสร้างเลยครับ ไม่ไปไม่รู้ ไม่ดูไม่เห็น ไม่ได้เหยียบไม่รู้สึก ลองหาโอกาสไปนะครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ได้เวลาเที่ยงน้องสาวก็ขับรถมาสมทบ เธอพาผมไปกินอาหารมื้อเที่ยงที่หาดชะอำ ร้านสังเวียน ชื่อน่ากลัวไปนิดนึง แต่ก็ไม่ผิดหวังที่ได้ไปกินเลย ตัวร้านตั้งอยู่ริมชายหาด เหมือนเพิงธรรมดาๆเท่านั้น แต่รสชาติไม่เลว ปลาหมึกผัดกับเม็ดมะม่วงหิมพาน เนื้อปลาหมึกสดมากๆ (ผัดหมึกกล้วยทำให้อร่อยยากครับ ขอบอก) หอยแครงเผา ข้าวผัดปู หอยขาวผัดใบกระเพรา เป็นอันว่ามื้อนี้อิ่มพุงกางอีกครั้ง ส่วนคุณจ้า แค่เลีย ฮ่า ฮ่า ลูกผม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> จากนั้นก็ขับรถกลับเข้าในเมือง เลยออกไปทางเขาตะเกียบ แล้วเราก็ได้เข้าที่พักเสียที “บ้านทะเลดาว” รีสอร์ทสวย ติดทะเล ติดสระน้ำ คือหลังที่เราได้เข้าพัก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> บ้านหลังนี้มีส่วนที่เป็นกระจกอยู่ 2 ด้าน ใช้ผ้าม่านแบบชักขึ้นลง มีมุมนั่งพักผ่อนเปิดผ้าม่านมองเห็นทะเล ห้องน้ำมี 2 ส่วน คือส่วนที่อาบน้ำฝักบัวและแช่น้ำในอ่างที่ใหญ่โตขนาดที่เราทั้ง 4 คนสามารถลงไปแช่ได้พร้อมๆกัน เราจัดของได้เพียงแป๊บเดียว หันกลับไปมองอีกที พี่แป้งแต่งชุดว่ายน้ำเรียบร้อยแล้ว และเธอก็กำลังแต่งตัวให้คุณจ้าอยู่ เอาล่ะ ลงก็ลง แล้วจะได้รู้ว่าสระน้ำที่นี่เป็นอย่างไร ปรากฏว่าเย็บเฉียบจนพ่อมันร้องเหยง ส่วนเธอทั้งคู่ก็สนุกสิครับ เด็กๆกับความหนาวในสระน่ะ เขาเป็นเพื่อนกัน ผมตั้งเวลาให้คุณจ้า 15 นาทีเพราะกลัวเธอไข้ขึ้น ส่วนพี่แป้งเล่นต่อได้อีกสักพักก็ต้องบังคับให้ขึ้น เพราะว่าพ่อหนาว ฮ่า ฮ่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> หลับช่วงบ่ายกันได้สักพัก จากนั้นผมก็พาคุณจ้าออกไปเดินเล่นที่ริมสระน้ำ นั่งคุยกระหนุงกระหนิงกันพักหนึ่งพี่แป้งก็ตื่น จึงลงไปเดินเล่นที่ชายหาดกัน คราวนี้เป็นที่สนุกกันใหญ่ เพราะน้องจ้าไม่ค่อยได้เห็นทะเล เจอคลื่นกระทบฝั่งแต่ละที กรี๊ดสนั่น กรี๊ดแบบชอบนะครับ จากที่ให้ผมอุ้มๆอยู่ก็ขอลงมาเดิน ท้ายที่สุดก็เปียกกันอีกรอบ ต้องกลับอาบน้ำในสระในห้องพักอีกที (โทษทีครับ เรียกว่าสระในห้องน่าจะดีนะ เพราะว่าลูกสาวว่ายเล่นได้เลย) แล้วก็ได้เวลาไปกินข้าวเย็นกัน เราเลือกที่จะกินในรีสอร์ทเลยครับ เพราะว่าขี้เกียจเข้าไปในเมือง รถก็ไม่มีขับ ที่นี่แพงไปนิด แต่ว่าสะดวก อร่อยด้วยสิ ข้าวผัดปู ต้มยำกุ้ง ปอเปี๊ยะสด กุ้งผัดบร๊อคโคลี่ น้ำโซดามะนาวของลูก เบียร์ของพ่อฮ่า ฮ่า เอิ๊ก
สวัสดีคุคุณหมอแป๊ะ
อิจฉาค่ะ อ่านไปต่อมอิจฉา ก็ทำงานค่ะ
สนุก สดชื่น นะคะ
คุณหมอเล่าซะเห็นภาพลูกสนุกกับการเล่นน้ำทะเล กับภาพพ่อบังคับให้ลูกขึ้นจากสระเพราะพ่อหนาว…อิอิ
ต่อมอิจฉานี่มันอยู่ตรงไหนครับครูอ้อย
ของผมอยู่ทในตาครับ เวลามันทำงานนี่ตาร้อนผ่าวเชียวครับ
เรื่องความหนาวนี่ เด็กๆมันไม่เคยสะท้านเลยครับท่าน
แต่เมื่อไหร่ที่เธอขึ้นมาจากสระแล้วล่ะก็ ตอินนั้นแทบจะต้องห่อกันเลย เดินไม่ไหว อุ้มหน่อย กอดหน่อย น่าเตะจริงๆครับ
ผมก็บอกคุณกุ้ง
แล้วว่าให้ตั้งชื่อ blog ให้หน่อย เห็นไหม ตอนนี้เลยมีแต่เบียร์เต็ม blog เลย
การบันทึกไว้นี่เป็นสิ่งที่ดีครับพี่โอ๋
เวลามาอ่านย้อนหลังแล้วมีความสุข ตอนเป็นนักศึกษาแพทย์นั้น ผมเคยทำหนังสือท่องเที่ยวแจกเพื่อนๆด้วยซ้ำครับ เป็นแบบทำมือครับ