ใกล้จะถึงวันสำคัญอันยิ่งใหญ่ของชาวไทย ถือเป็นวาระโอกาส ที่ดี ที่พวกเราส่วนหนึ่งมารวมตัวกันทำความดี เป็นภาพที่หายาก

     วันนี้เพิ่งกลับจากการไปร่วมงาน "พ่อให้ ...ให้พ่อ" รู้สึกเจ็บคอ แต่ก็เป็นสุขใจ อิ่มใจ ตื้นตันใจ ฯลฯ....ใจ

    

      นับเป็นปีที่สอง ที่กลุ่มธุรกิจของเราจัดงาน ทำความดีถวายให้กับในหลวง  โชคดีที่ปีนี้เรามีโอกาสเข้าร่วม  ปีที่แล้วจัดวันเสาร์  พี่ๆ พนักงานพาน้องๆ จากโรงเรียนคนพิการทางสายตา ไปดูหนัง ก้านกล้วย ที่สยามพารากอน โดยพาขึ้นรถไฟฟ้า เล่นเอาพี่ๆ สนุกสนานไปกับการนั่งรถไฟฟ้าด้วย 

       สำหรับครั้งนี้ต้องชมคนที่เตรียมการ เพราะตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องให้ความช่วยเหลือคนที่ยังลำบาก  งานนี้ประสานกับราชภัฎสวนดุสิต ที่มีโรงเรียนสอนเด็กพิเศษ เป็นกลุ่มออทิสติก  กับกลุ่มที่มีปัญหาทางการได้ยิน อายุตั้งแต่ประมาณสามขวบจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ทีมงานเชิญน้องๆ นักเรียน มาประมาณเกือบ 50 คน พร้อมด้วยอาจารย์ และผู้ปกครองของเด็ก  โดยพามาจัดกิจกรรม
สันทนาการที่บริษัทของเรา

      ทีมงานจัดการจับคู่พนักงานที่เป็นพี่เลี้ยง น้องเลี้ยง ให้ดูแลเด็กหนึ่งคนซึ่งอาจจะเป็นน้องที่มีปัญหาทางหู หรือเป็นออทิสติก งานนี้มีคุณครูที่โรงเรียน พร้อมทั้งผู้ปกครองมาด้วย เรียกว่าอบอุ่น มาก แทบทุกคนใส่เสื้อเหลืองมาร่วมงาน แสดงถึงพลังและความตั้งใจทำความดี

     ประมาณบ่ายสามโมง Big Boss นำทีมไปร่วมกันปลูกต้นราชพฤกษ์ที่สถานีรถไฟบางซื่อ เสร็จแล้วเดินกลับมาเลี้ยงขนมน้องๆ ที่โรงอาหาร จากนั้นจึงมาที่สนามที่ ทีมงานเนรมิตให้เป็น สนามเด็กเล่น

 

     ตัวเราเองไม่มีน้องต้องดูแล ก็เลยทำหน้าที่เก็บภาพบรรยากาศ และคอยสังเกตเด็กๆ ที่วิ่งไปมา พบว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมเล่นอะไรนาน  ช่วงแรกปล่อยให้เด็กๆ เดินเล่นเกม และของเล่นตามใจชอบประมาณเกือบชั่วโมง  มีการแสดงโชว์มายากล  อันนี้ก็น่ารักมากๆ ไม่เคยเห็นการแสดงกลใกล้ชิด  จับไม่ได้เลย 

      ส่วนน้องๆ เจ้าตัวเล็ก พอนักมายากลเสกกระต่าย หรือนก ออกมาได้ ก็วิ่งไปจับจนเราหวาดเสียว กลัวเจ้ากระต่ายน้อยจะแย่ก่อน เพราะไม่รู้กี่สิบมือมารุมบีบเค้นด้วยความรัก  แต่ตอนที่เด็ดสุด คือมีเครื่องหมุนกระดาษเปล่าออกมาเป็นธนบัตร ตอนแรกเป็นใบละ 20 บาท ผู้แสดงก็มอบให้เด็กน้อยคนหนึ่ง พอเพื่อนเห็นก็อยากได้บ้าง ครั้งที่สองออกมาเป็นใบละร้อย แต่ละครั้งมูลค่าจะเพิ่มขึ้น เด็กๆ มารุมมาตุ้มกันใหญ่  เห็นแล้วอดขำในความเป็นเด็กไม่ได้

environment

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     การแสดงต่อมาเด็กๆ มีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะเป็นการเล่านิทาน เริ่มจากเป็นหุ่นมือก่อน ตอนเริ่มเรื่อง ผู้แสดงที่อยู่ใต้เวทีต้องบอกว่าเล่นต่อไม่ได้แล้ว เพราะน้องเล่นวิ่งออกไปบีบคอหุ่นตัวเอก ทำให้คนดูที่เป็นผู้ใหญ่พลอยขำไปตามๆ กัน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     เสร็จจากเล่านิทานก็เป็นการร้องเพลงโดยวงประสานเสียง 3 เพลง  เริ่มจาก ของขวัญจากก้อนดิน  ต้นไม้ของพ่อ และจบลงด้วยเพลง สรรเสริญพระบารมี งานนี้แหละค่ะที่ทำให้ citrus เจ็บคอ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">environment</p>

     ตอนขึ้นไปบนเวที มีพี่ระดับผู้จัดการฝ่ายท่านหนึ่งประหลาดใจจนทนไม่ไหว ตะโกนถามขึ้นมาบนเวทีว่า citrus ก็ไปร่วมวงกับเขาด้วยหรือ โอ๊ย อายแทบแย่  เพราะตามที่เคยเล่าไว้ในบันทึกเรื่อง "อยากเป็นนักร้อง" วงนี้มีแต่เด็กหน้าใส   โชคดีหน่อยงานนี้เป็นตอนกลางคืน ไม่ต้องเห็นว่ามีใคร ต่อใครยืนดูอยู่บ้าง 

      บรรยากาศในงานวันนี้ สุดยอดแห่งความประทับใจ เพราะประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง เห็นภาพพี่เลี้ยง น้องเลี้ยง ช่วยกันเป็นพี่เลี้ยงน้องน้อยๆ อีกที อันที่จริงพี่เลี้ยงหลายคนน่ารักมาก ช่วยอยู่ดูแลน้องในช่วงเย็นด้วย ทั้งที่หมดหน้าที่แล้ว

      งานนี้ได้รับประโยชน์หลายอย่าง

  • พนักงานมีโอกาสทำความดีอีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้เด็กๆ มีความสุข เขาก็มีความสุขไปด้วย และอิ่มใจที่ได้ทำเพื่อในหลวง
  • พี่เลี้ยง น้องเลี้ยงมีกิจกรรมร่วมกัน ในรูปแบบสบายๆ เสริมเส้นใยแห่งความสัมพันธ์ให้เหนียวแน่น
  • ทีมงานที่มาช่วยกันทำงาน ก็พลอยมีความสุข ที่เห็นพนักงานมาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น
  • ทีมนักร้องก็มีโอกาสแสดงพลังเสียง (สำหรับตัวเองไม่ค่อยมีเท่าไหร่)

     สำหรับเรื่องร้องเพลง ยังเหลืออีกงานที่ใหญ่กว่านี้ รู้แต่ว่าทีมนักร้องก็เอาตัวรอด ดำน้ำกันเก่งเหมือนกัน เพิ่งรู้ตอนมาร่วมวงนี่แหละค่ะ