ระหว่างวันที่ ๒๖-๒๙ พฤศจิกายนนี้ มวล.มีกิจกรรมการประเมินคุณภาพภายใน ปีการศึกษา ๒๕๔๙ ซึ่งถ้าดูระยะเวลาแล้วรู้สึกว่าน่าจะดำเนินการช้าไปหน่อย ดิฉันเป็นคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในโดยตำแหน่ง และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการ สายที่ ๔ แต่ละสายจะมีทีมรวมทั้งหมด ๑๐ คน
ทีมของดิฉันประกอบด้วยคณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ ซึ่งใน ๓ วันแรกมี ศ.ดร.วรนันท์ ศุภพิพัฒน์ มาทำหน้าที่แทน หัวหน้าส่วนกิจการนักศึกษา (ไม่ได้เข้าร่วมตลอดช่วงเวลาการประเมิน) คุณกรมาศ สงวนไทร (หัวหน้าส่วนส่งเสริมวิชาการ) คุณกิตติยา กองผล คุณสมพร อิสรไกรศีล คุณโสภิดา พัฒน์ทอง คุณอรชา เลขาพันธ์ มีคุณศศิรัศมิ์ ประสาทแก้ว เป็นกรรมการและเลขานุการ คุณวีนา วิทยานุภากร เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ทีมเราทำหน้าประเมินสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันวิจัยและพัฒนา โครงการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงการอาศรมวัฒนธรรม ฟาร์ม หน่วยตรวจสอบภายใน และศูนย์วิทยบริการฯ จ. สุราษฎร์ธานี
ดิฉันรู้ตัวว่าต้องทำงานนี้ขณะทำงานอยู่ที่จังหวัดยโสธร จึงต้องขอให้ทางส่วนส่งเสริมวิชาการส่งรายงานการประเมินตนเองของหน่วยงานที่ต้องได้รับการประเมินในวันจันทร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ไปให้ที่กรุงเทพ เพื่อจะได้อ่านมาก่อนล่วงหน้า กำหนดการตรวจเยี่ยมมีทั้งเช้า-บ่าย ตลอดเวลา ๔ วัน แทบไม่มีเวลาทำงานประจำกันเลย แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ทำให้ได้รู้จักหน่วยงานต่างๆ ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้การทำงานร่วมกับทีมที่มาจากหลายหน่วยงาน ยังทำให้เรารู้จักกันและกันมากขึ้น
รายงานการประเมินตนเอง
จากการศึกษารายงานการประเมินตนเอง ทุกหน่วยทำตามแบบแผนที่กำหนด ส่วนใหญ่อ่านแล้วรู้สึกเฉยๆ ไม่ค่อยรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการ ถ้าอยากรู้ต้องไปอ่านเทียบกับรายงานในปี ๒๕๔๘ รายงานแต่ละปีมีเนื้อหาที่ซ้ำกัน เช่น ประวัติความเป็นมา บางส่วนก็ซ้ำกับรายงานประจำปี การรายงานในส่วนการดำเนินงานตามระบบและกลไกในองค์ประกอบต่างๆ ไม่ค่อยเห็นภาพวิธีการปฏิบัติ
การวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของตนเองมักไม่มีการอธิบายเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ที่หนักกว่านั้นบางหน่วยงานเขียนรายงานเหมือนปีก่อนเกือบทั้งหมด เปลี่ยนเพียงตัวเลขและรายการบางเรื่อง บางหัวข้อต่างหน่วยงานแต่เขียนเหมือนกันเลยก็มี น่าจะต้องมีการปรับปรุงรูปแบบและสาระให้ meaningful ง่าย และกระชับกว่าที่เป็นอยู่
รูปแบบการตรวจเยี่ยม
ดิฉันไม่ทราบว่ารูปแบบการตรวจเยี่ยมในปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร แต่มีความตั้งใจที่จะไปทำความรู้จักและเรียนรู้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ ให้มากขึ้น จึงให้มีการแนะนำทีมของทั้ง ๒ ฝ่าย แจ้งวัตถุประสงค์ ซักถามแบบกัลยาณมิตร ค้นหาและชื่นชมสิ่งดีๆ ของแต่ละหน่วยงาน ให้บุคลากรของหน่วยงานที่รับการประเมินได้บอกถึงผลงานที่ตนเองภาคภูมิใจ
บรรยากาศการพบปะระหว่างทีมผู้ถูกประเมินและทีมผู้ประเมิน แรกๆ ท่าทีผู้รับการประเมินส่วนใหญ่ดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ บางหน่วยงานเรารู้สึกถึงบรรยากาศที่อึดอัดด้วยซ้ำไป แต่เมื่อผู้ประเมินซักถามด้วยคำพูดที่เป็นมิตร ชื่นชมในสิ่งที่เขาดี บรรยากาศดูดีขึ้น และตอนท้ายๆ เมื่อดิฉันถามว่า “ในปี ๒๕๔๙ มีผลงานอะไรที่ภาคภูมิใจบ้าง” บรรยากาศจะเปลี่ยนไปเลย พวกอาจารย์บางคนไม่ทันตั้งตัวนึกไม่ออกว่ามีผลงานอะไรที่น่าภาคภูมิใจ แต่คำถามนี้ทำให้ทุกคนยิ้มออก คุณโสภิดาหนึ่งในทีมผู้ประเมินบอกว่า “ทำให้รู้สึกเป็นหนึ่งเดียว”
ทีมผู้ประเมินของดิฉันซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานสายปฏิบัติการ แต่ละคนมีวิธีตั้งคำถามด้วยคำพูดที่นุ่มนวล แสดงความสนใจใคร่รู้ มากกว่าการไปจับผิด ทำหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชมจริงๆ
การนำเสนอและการตอบคำถามของผู้รับการประเมิน
การนำเสนอของหน่วยงานเกือบทั้งหมดใช้ PowerPoint ส่วนใหญ่ผู้บริหารเป็นผู้นำเสนอเอง ใช้เวลาไม่มาก บางหน่วยยังไม่รู้ว่าควรหยิบยกประเด็นอะไรจึงนำเสนอเป็นตัวหนังสือตามที่ปรากฏในรายงานก็มี ความเข้าใจเรื่อง QA ของหน่วยงานต่างๆ ยังมีไม่เท่ากัน
ความที่เป็นเรื่องของการประเมินคุณภาพ รู้สึกว่าผู้รับการประเมินจะระมัดระวังในการตอบคำถามหรือเล่าเรื่องของตนเอง ในส่วนของสำนักวิชา คณบดีหรือรองคณบดี มักจะรู้เรื่องเกือบทุกอย่างสามารถตอบคำถามได้เอง สำหรับศูนย์/สถาบัน/หน่วยงานสนับสนุน พบว่าพนักงานสายปฏิบัติการรู้เรื่องงานในรายละเอียดต่างๆ ดีมาก
สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือพนักงานที่เข้าร่วมในการประเมินมีความรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของ มวล. มีบ้างเหมือนกันที่บอกฝากเชิงต่อว่าว่ามหาวิทยาลัยไม่จัดสรรอัตรากำลังให้เพียงพอต่อการทำงาน
ข้อสังเกต
- ศูนย์/สถาบัน/โครงการที่มีคณะกรรมการประจำที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกและบุคลากรภายใน มักไม่มีการจัดประชุมคณะกรรมการ การประชุมภายในหน่วยงานมักจะเป็นลักษณะการปรึกษาหารือและไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร
- ระบบข้อมูลเป็นปัญหาของหน่วยงานส่วนใหญ่ โดยเฉพาะศูนย์/สถาบัน/โครงการที่เป็นหน่วยงานกลาง ซึ่งถูกคาดหวังให้เป็นแหล่งข้อมูลรวม เช่น ข้อมูลงานวิจัย พบว่ามีข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ตรงกัน ส่วนหนึ่งมาจากเจ้าของงานไม่กรอกข้อมูลในระบบ
ได้พบเรื่องราวการทำงานดีๆ หลายเรื่อง ถ้ามีโอกาสจะนำมาเล่าต่อ
วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
เรียนท่านอาจารย์วัลลา
ที่ มมส. ก็กำลังเข้มข้นเช่นกันครับ กับการประเมินคุณภาพภายใน ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งของ การประกันคุณภาพภายใน ที่ก็ทำกันมาทุกปี
แต่รูปแบบ วิธีการอาจแตกต่างกันครับ
เช่นที่ มมส. เราไม่ได้จัดกรรมการเป็นสาย เป็นกลุ่ม แต่จะให้หน่วยงานที่รับการประเมินเสนอชื่อตามเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยวางไว้ คือ
แต่ละหน่วยงานจะมีกรรมการประเมิน 3 คน ที่ผ่านการอบรมผู้ประเมินของ สกอ. ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย 1 ท่าน เป็นประธาน และผู้ทรงคุณวุฒิภายในมหาวิทยาลัย 2 ท่าน แต่อยู่นอกหน่วยงานที่รับการประเมินครับ ตามเกณฑ์ที่ สกอ. เพิ่งกำหนดมา แต่เราก็เริ่มในปีนี้เลยครับ
ส่วนอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะเพิ่มเข้ามา คือ การประเมินอภิมาน หมายถึง มีการประเมินผู้ประเมินจากผู้ที่ถูกประเมินด้วยครับ เพื่อนำไปเป็นข้อมูล ในการพัฒนาระบบกลไกการประกันคุณภาพภายใน ในวงรอบต่อไปครับ
ด้วยความเคารพ
กัมปนาท
ศูนย์พัฒนาและประกันคุณภาพ
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ชื่นชมและอยากมีส่วนร่วมเป็นคณะอนุกรรมการในกิจกรรมประเมินคุณภาพภายใน มวล. ปีนี้มาก เนื่องจากเป็นรูปแบบการประเมินคุณภาพภายในแบบใหม่ที่นำคนใน (มวล.) มาเป็นคณะอนุกรรมการประเมินคุณภาพภายในของ มวล. เอง ซึ่งจะทำให้ผู้ประเมินได้รับประสบการณ์และเรียนรู้การดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ ที่มีทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน และเรื่องราวการทำงานดีดี ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้ก่อเกิดประโยชน์ต่อการทำงานของตนเอง หน่วยงาน และองค์กร นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการจัดทำคุณภาพภายในของหน่วยงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ฯลฯ...อย่างไรเสียเพื่อให้ตนเองได้สัมผัสกับการทำงานแบบนี้ก็สมัครเป็นผู้ประเมินรุ่นที่ 2 กับงาน QA ส่วนส่งเสริมวิชาการแล้วค่ะ
ขอบคุณคุณกัมปนาทที่ให้ข้อมูลรูปแบบการประเมินของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นการดีที่มีการประเมินภายใน ทำให้เรารู้จักหน่วยงานต่างๆ ดียิ่งขึ้น
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ "คุณภาพของจริง" ไม่ใช่เพียงมีรายงานที่เสร็จแล้ว