อะไรก็แล้วแต่ ถ้ามันยังไม่แตก ก็อย่าให้แตก สมานเอาไว้ก่อน

   เมื่อวานนี้ ฟังรายการวิทยุรัฐสภา ช่วง หัวค่ำ ปกติจะมีรายการตั้งแต่ 20.00 - 21.00 น. คลื่น  FM 87.5  ได้ฟังลุงเอกชัยได้นำเรื่องการสมานฉันท์มาพูด และตีความคำว่าสมานเสียเห็นภาพพจน์ ทำให้ผู้เขียนนึกถึง สมัยโบราณ เราจะได้ยินคำพูดเหล่านี้เสมอ เช่น สมานแผล สมานใจ ยาสมานต่างๆ คำนี้น่าจะมีความหมายไปในเชิงบวกมากกว่า คำว่าผ่าตัด ตัดทิ้งอะไรทำนองนี้ คิดไป คิดมา ผู้เขียนก็กำลังจะต้องใช้วิชาสมานนี้ไปใช้กับชุมชนอีกแล้ว

   จากการที่ชักชวนชาวบ้านให้ก่อตั้งธนาคารเลือดในกาย เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัคร บริจาคเลือดเมื่อคนในชุมชนต้องการ เป็นการพึ่งพาตนเองเบื้องต้น และถือเอาวโรกาส ทำความดีถวายพ่อหลวงของเรา ผู้เขียนได้ไปยื่นหนังสือ ต่อหน่วยกาชาด และระบุขอวันที่จะออกบริจาค เป็นวัน อาทิตย์ เพราะชาวบ้านได้ขอร้องให้ ช่วยบอกหน่วยให้ออกวันหยุดด้วย คนหนุ่มคนสาว จะได้ไม่ต้องหยุดงาน ซึ่งจะทำให้ได้อาสาสมัครเพิ่มขึ้น นั่นก็หมายความว่า จะแก้ปัญหาการขาดแคลนเลือดไปได้ระดับหนึ่งของกาชาดด้วย ตามที่เห็นทาง ทีวี ว่า กาชาดต้องการเลือด

   วันที่ผู้เขียนไปติดต่อ ยื่นหนังสือถึงนายกเหล่ากาชาด คงจะไม่ใช่ฤกษ์ดีเท่าไหร่ เพราะไปถึงเวลาเที่ยงครึ่ง ทั้งนี้ เพราะผู้เขียนไปทำบุญที่จังหวัด ในวันสาธารณสุขมา และผ่านพอดี ก็ถือโอกาสแวะเลย บังเอิญพบเจ้าหน้าที่ กลับมาจากการพักเที่ยง เมื่อรับหนังสือ แล้วเขาก็ให้รอ นานมากเหมือนกัน เพราะเขาโทรศัพท์

    จนที่สุด ก็ถึงคิวของผู้เขียน เห็นเขาอ่านแล้วถึงโครงการ ซึ่งคิดไปเองว่าเขียนชัดเจน คือให้เลือดกาชาดนั่นแหละ เราเพียงต้องการให้เขาออกหน่วยไปรับเลือดให้ที แล้วเราจะได้จัดทำทะเบียนเก็บไว้ในชุมชนต่อไป ซึ่งในอนาตคต ใครต้องการเลือด เราก็จะพาอาสาสมัตรเหล่านี้ ไปบริจาค โดยตรงกลุ่มเป้าหมายตามกรุ๊ปเลือด ที่ต้องการทันที

  แต่เขาไม่เข้าใจ ถามเราแบบอารมณ์ไม่ดี คุณจะให้เอาเลือดคุณไปเก็บที่ไหน วันหยุดที่ไหนเขาก็ไม่ออกรับบริจาคหรอก แล้วที่เขียนว่าให้สนับสนุนนี่น่ะ ขนาดไหน ออกครั้งหนึ่งถ้าได้ต่ำกว่าร้อยขวด เราไม่ออก มันไม่คุ้ม แล้วอย่าคิดว่า 400 คน จะได้ทุกคน ทำไมกำหนดตั้ง 4 วัน

     เขาอารมณ์ไม่ดีจริงๆ และกำลังจะทำให้คนฟัง เริ่มมีอารมณ์คล้อยตามไปด้วย ผู้เขียนจึงว่า คุณช่วยอ่านโครงการให้ละเอียดหน่อยนะ นี่เป็นเรื่องที่ชาวบ้าน เขาจะทำความดีถวายในหลวง เขากำลังจะพึ่งพาตนเอง เวลา พวกเขาต้องการเลือด จะได้ไม่ต้องหอบกันไป เป็นสิบๆ แต่ใช้เลือดได้ไม่กี่คน เพราะ ความที่ไม่รู้กรุ๊ปเลือด ไม่เคยบริจาค ไปกันด้วยใจ ทำให้ หลายครั้งเขาช่วยญาติไม่ทัน และเลือดนี้ เขาไม่ได้เอามาฝาก เขาให้กาชาดหมดทุกขวดในครั้งนี้ และที่ต้องขอให้ออกหน่วยวันหยุด เราจะได้เปิดโอกาส ให้คนหนุ่มคนสาว ที่ทำงานโรงงานมาเป็นอาสาสมัครกัน แล้วคนที่สมัครไว้ 400 คนก็ไม่ทราบว่า ทางนี้จะใช้เวลาสักกี่วัน ในการออกไปรับเลือด คุณช่วยคำนวนให้หน่อย

    ผู้เขียนคงพูดยาวไป และเธอคงไม่อยากฟัง เลยหันไปอ่านโครงการแทน แล้วเสียงก็อ่อยลง และหันมาบอกว่า แล้วจะติดต่อกลับไปแล้วกัน

    เมื่อกลับจากกาชาด ก็ให้นึกถึงว่า จะต้องไปบอกชาวบ้านอาสาสมัครอย่างไรดีหนอ เขาถึงจะหยุดงานมาบริจาคเลือดกัน ก็ในเมื่อการประสานงานขั้นแรก ก็ดูจะกลายเป็นภาระทางผู้มารับเลือดเสียแล้ว

  ตกกลางคืน ได้มีโอกาสฟังลุงเอกพูดเรื่องการสมานฉันท์ และความหมายของการ สมาน เลยได้ข้อคิด อะไรก็แล้วแต่ ถ้ามันยังไม่แตก ก็อย่าให้แตก สมานเอาไว้ก่อน เลยต้องท่องในใจไว้ว่า "สมาน-นะ-ฉันๆๆๆ......."