อย่าหลงทาง ICT


อย่าลืมว่าบทบาท หน้าที่หลักของเรา การจัดการศึกษานอกโรงเรียน งาน ICT เป็นภาระกิจที่ในการนำมาใช้สนับสนุนให้สามารถจัดการศึกษานอกโรงเรียนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าหลงทาง จะทำให้เสียเวลา เสียงาน

     มาทบทวนว่า ในช่วงเดือนนี้ ได้เข้ารับการอบรมการใช้งานระบบต่างๆ ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ บน web หรือ web Application มากมาย หมายเรื่อง และเมื่อนึกถึงระบบเก่าๆ ที่มีอยู่แล้ว ก็มีมากมายอีกเช่นกัน จึงเริ่มมีคำถามในใจขึ้นมาว่า

  • ระบบต่างๆที่พัฒนากันไว้อย่างมากมายนี้ นำไปใช้ประโยชน์อะไรได้หรือไม่ คำตอบก็มีในใจว่า เอาไปใช้ได้แน่นอน แต่จะไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เพียงใดนั้น คงจะเป็นคำถามที่ต้องตอบกันอีกยาว
  • ระบบต่างๆ มีความซ้ำซ้อนกันหรือไม่ คำตอบคือ ซ้ำซ้อนกันหลายเรื่อง เช่น แต่ละระบบก็มักจะมีส่วนของข่าว ส่วนของ webboard ส่วนของการสมัครสมาชิก และอื่นๆ ดังนั้นจึงมีคำถรามว่า คนที่ดูแลระบบ จะไม่แย่หรือที่ต้องทำงานซ้ำซ้อนกัน หรือคนเปิดเข้ามาใช้งานไม่แย่หรือ ที่จะต้องเปิดหลาน web จึงจะติดตามเรื่องราวได้ทั้งหมด
  • ถ้าจะใช้งานทุกระบบ จะทำอย่างไร คำตอบคือ บางแห่งคงแย่แน่ๆ โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ คงกรอกข้อมูลกันแย่แน่เลย เพราะมีหลายเรื่องให้กรอกข้อมูล แต่การนำไปใช้เป็นอีกเรื่องหนึ่งว่าจะนำไปใช้ทุกคนหรือไม่ ดังนั้นจึงเริ่มเกิดความรู้สึกว่า มากเกินไปหรือไม่

      สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานสารสนเทศ ของภาค จังหวัด จะต้องเข้ารับการอบรม เรียนรู้การใช้ระบบต่างๆ แล้วไปถ่ายทอดต่อยังผู้รับผิดชอบแต่ละเรื่อง ในการเข้าใช้งาน ซึ่งไม่พ้อนเรื่องหลักคือการกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ หรือใช้งานระบบ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่มำได้ไม่ง่ายนัก จึงมีคำถามว่า จะทำอย่างไร จึงจะทำให้ผู้ใช้งานไม่เบื่อหน่ายเสียก่อน หรือเกิดการต่อต้าน เพราะถ้าเกิดกรณีเช่นนี้ ก็เท่ากับว่า สิ่งที่พัฒนามาก็จะสูญเปล่า
     อีกประการหนึ่งที่ต้องพิจารณากันให้ดีก็คือ การทำความเข้าใจกับบทบาทของ ICT เพราะตัว ICT เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนภารกิจหลัก คือการจัดการศึกษานอกโรงเรียน อย่าหลงประเด็น เอา ICT มาเป็นภาระกิจหลัก ไม่เช่นนั้น จะเดินผิดทาง มาทำแต่ ICT หรือเอา ICT มานำ การจัดการศึกษานอกโรงเรียน ต้องสร้างความเหมาะสมตรงนี้ ว่า เมื่อไร ควรจะเอา ICT เขาไปใช้อย่างกลมกลืน และส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน


วันนี้ได้กลับมาปฏิบัติงาน ที่ ศนอ. หลังจากไปราชการและลาเรื่องส่วนตัวเสียหลายวัน มาทำงานวันนี้ ก็เห็นเต๊นท์ ตั้งอยู่เต็มหน้าอาคาร เพราะเป็นช่วงจัดงาน

"กศน.อีสานตามรอยพระยุคลบาท 80 พรรษาเทิดไท้องค์ราชันย์"

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ระหว่างวันที่ 26 พ.ย. - 5 ธันวาคม 2550 เขาเริ่มงานมาได้ 3 วันแล้ว ตอนสายจึงไปถ่ายนิทรรศการและการแสดงตามเต๊นท์ของจังหวัดต่างๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายประการที่เกี่ยวกับการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ดังนี้

  • นิทรรศการ  ในอดีตที่ผ่านมา จะต้องตกแต่งทำกันวุ่นวาย ตั้งติดภาพ ติดตัวหนังสือ แต่ปัจจุบัน ส่วนมากจะ Print ลงบนกระดาษแผ่นใหญ่ๆเลย และดูสวยงาม เป็นระเบียบ เรียบร้อย เพราะสามารถออกแบบได้ตามใจชอบและง่ายต่อการจัด เพียงแต่นำมาวางๆ ก็ใช้ได้ เสร็จแล้วก็เก็บ เอาไปใช้ที่อื่นได้อีก
  • Presentation มีการนำเอาคอมพิวเตอร์ และ Projector มาใช้อย่างแพร่หลาย เพราะราคาถูกลง จึงสามารถนำมาฉายภาพที่เป็น Video เสนอเรื่องราวต่างๆ ซึ่งดึงดูดความสนใจได้ดีกว่าภาพนิ่ง
  • Mobile หรือระบบเคลื่อนที่ เช่น รถนิทรรศการเคลื่อนที่ รถคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ เป็นต้น สามารถเรานำเอาเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งมีสาย และ ไร้สาย บรรจุเข้าไปในรถ แล้วเคลื่อนที่ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้บริการข่าวสารข้อมูล ความรู้ 

  เมื่อได้ดูความก้าวหน้าต่างๆ แล้ว ก็อดถามไม่ได้เหมือนกันว่า ปัจจุบัน เราให้ความสำคัญกับการ Present งานกันขนาดไหน เมื่อเทียบกับการจัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อกลุ่มเป้าหมาย สัดส่วนของงบประมาณ ที่เราเอามาแต่งบ้านให้สวยงามกับการนำไปใช้งานที่ถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างไร เพราะดูเหมือนว่า ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็เห็นมีการตกแต่งอาคาร ห้องหับต่างๆ กันอย่างมากมาย เพื่อให้คนมาดูแล้วประทับใจ ดูเหมือนว่า ค่อนข้างจะเบี่ยงเบนไปจากแนวคิดเดิมของการศึกษาผู้ใญ่ หรือยุค กศน. ของท่านโกวิท ที่มองว่า ศนจ. ทำเหมือนกระท่อม ไม่ต้องใหญ่โต แต่สิ่งที่ควรทุ่มเทให้ใหญ่โตคือหมู่บ้าน กลุ่มเป้าหมาย งานทุกอย่าง จะมุ่งสู่ชาวบ้าน ชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง แต่ตอนนี้เหมือนกับว่า เอาตัวเราเป็นศูนย์กลาง แต่งบ้านให้น่าอยู่ เราจึงอยากอยู่ที่บ้าน ไม่อยากไปไหน และก็ดูเหมือนว่า บ้านใครสวย ก็มักจะชนะการประกวดเสียด้วย

หมายเลขบันทึก: 150304เขียนเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2007 11:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 14:45 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (3)
กรอกข้อมูลอะไรหรือครับ?
blog สวยดี เพิ่งเป็นสมาชิก GotoKnow ตกรุ่นไปนานมัวแต่ไปสนใจเรื่องที่ตัวเองสนใจ ไม่รู้เลยว่าคนอื่นเขาสนใจอะไร ไปถึง อกนิษฐ์ แล้ว...เห็นด้วยเราพัฒนา ICT เยอะมาก อย่าให้พูดถึงเลยอะไรบ้าง ที่เอามาใช้ประโยชน์เป็นเรื่องเป็นราวยังกระดาษขาว...เหมือหนังสือปกสวยเดินทอง ผู้ผลิตรางวัลออสการ์ เปิดเข้าไปดูยังร้างผู้คน...น่ากลัว...เทคโนโลยี คือการนำความรู้และวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (กลัวว่าจะเป็นการนำปัญหาหรือเพิ่มภาระการทำงาน)...พยายามกลับมาที่จุดSTART เราต้องการอะไรแน่ เทคโนโลยี หรือ ความสุขในการทำงาน สมัยเรียนมีอาจารย์ท่านหนึ่งสอนว่า"..เธอมาเรียนเอกเทคโนฯ ที่บ้านมีเครื่องดูดฝุ่นใช้หรือยัง" เราก็ตอบไปว่า "ไม่มีครับ" ท่านบอกว่า "อะไรกันมาเรียนเอกเทคโนฯ เครื่องดูดฝุ่นยังไม่มีใช้เลย มันจะได้เรื่องเหรอ ท่านก็เลยถามต่อ แล้วเวลาทำความสะอาดใช้อะไร" เราก็ตอบไปว่า "ไม้กวาดครับ" ท่านก็พูดว่า "แล้วสะอาดไหม"" เราก็ตอบไปว่า "ถ้าตั้งใจกวาดก็สะอาดครับ" ท่านว่า "ไม้กวาดก็สะอาดได้เหมือนกัน แล้วทำไมต้องใช้เครื่องดูดฝุ่น...เทคโนโลยีเป็นศาสตร์แห่งวิธีการ...อย่าติดยึด การใช้ไม้กวาดก็เป็นเทคโนโลยีอยู่ที่ว่า...เราจะเอาไม้กวาดเข้ามาฉากไหน...และฉากไหนคือเครื่องดูดฝุ่น" ...อ่านเพลินๆอย่าserios...อย่ารอคอยแต่จงตั้งตารอด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน...

ขอบคุณอาจารย์กล้วย ที่เข้ามาเพิ่มเติมต่อความคิดที่ทำให้ต้องมีการกลั่นกรองกันมากขึ้นในการลงทุนและทุ่มเทกับเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะ ICT ว่าจะต้องรอบคอมกันนิดไม่เช่นนั้นเราจะมาทำงาน ICT เพื่อ ICT ไม่ใช้ ICT เพื่อส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา (เรียนรู้) ตามอัธยาศัย

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี