ได้ Assignment ชิ้นแรกมา ค่อนข้างหนักใจเหมือนกันเพราะไม่มีความรู้เกี่ยวกับ Blog เลยกว่าจะเข้ามาถึงจุดนี้ได้ ค่อนข้างหนักเอาการเหมือนกัน แต่เอาเป็นว่ามาสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในสัปดาห์แรกเกี่ยวกับ KM ดีกว่านะคะ....

  • การจัดการองค์ความรู้ (KM) คือกระบวนการที่เป็นเครื่องมือหรือวิธีการเพิ่มมูลค่าหรือคุณค่าของกิจการขององค์กรกลุ่มบุคคล หรือเครือข่ายของกลุ่มบุคคลหรือองค์กร ซึ่งเราสามารถที่จะสร้างความรู้ขึ้นใช้เองจากที่ทำงานก็ได้ เช่น ดิฉันทำงานได้การตลาด ดังนั้นข้อมูลของลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังคำที่ว่า Customer is a King ดังนั้นดิฉันจะมีการเก็บฐานข้อมูลของลูกค้าให้มีการอัฟเดทอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นประวัติของลูกค้า บรรจุภัณฑ์ สภาพตลาดของลูกค้า เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการความรู้ได้เช่นกัน เพราะหากเรามีฐานข้อมูลอย่างละเอียด และอัฟเดทแล้ว เราจะสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาวิเคราะห์ วางแผน ประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นๆ มาแข่งขันในตลาดกับคู่แข่งขันรายอื่นๆได้
  • หลายคนคงสงสัยว่าทำไมจะต้องมีการจัดการองค์ความรู้ (KM) ซึ่งหากมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว คนไทยเกิน 50% ไม่มีการจัดการองค์ความรู้ที่ดีทำให้ประเทศไทยไม่ค่อยมีนวัตกรรมใหม่ๆเหมือนต่างชาติกัน ดังนั้นคนเราควรฝึกตนเองให้มีความรู้ที่งอกงามขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการค้นหา ศึกษาความรู้อย่างสม่ำเสมอ รู้จักคิด และสามารถนำความรู้ที่ได้มาปรับปรุงพัฒนาตนเอง องค์กรให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น
  • องค์ประกอบของการจัดการความรู้ประกอบไปด้วย 3 ส่วนซึ่งจะต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแปรข้อมูล (data) อาจจะเป็นข้อมูลเชิงบรรยายหรือข้อมูลเชิงปริมาณเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หากนำมาตีความ วิเคราะห์ ประมวล แยกสิ่งที่ผิดพลาดออกไป หรือสรุปย่อให้สั้นลง จะกลายเป็นสารสนเทศ (information) สารสนเทศจะเปลี่ยนเป็นความรู้ (knowledge) โดยคน โดยผ่านกระบวนการต่างๆ ได้แก่การเปรียบเทียบ การตรวจสอบผลกระทบ การเชื่อมโยงกับความรู้อื่น การอภิปรายโต้เถียง และแลกเปลี่ยนความรู้
  • ชนิดของความรู้มี 4 ระดับคือ Know-what เป็นความรู้เชิงข้อเท็จจริง เป็นความรู้ระดับผู้ที่จบการศึกษาใหม่ๆ Know-how เป็นความรู้ที่เชื่อมโยงกับโลกความเป็นจริง เป็นความรู้ของผู้ที่จบมหาวิทยาลัย และออกไปทำงานอย่างน้อย 2-3 ปี ภายใต้สภาวะที่ซับซ้อน Know-why เป็นความรู้เชิงเหตุผลระหว่างเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆ ผลของประสบการณ์แก้ปัญหาที่ซับซ้อน และนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น Care-why เป็นความรู้ในลักษณะที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ผลักดันมาจากภายในความคิดตนเอง
  • การจัดการความรู้มี 3 ยุคคือยุคเน้นเทคโนโลยีสารสนเทศ เน้นการจัดการสารสนเทศ, ยุคเซ็กกี้ (SECI:S=SOCIALIZATION, E=EXTERNALIZATION, C=COMBINATION, I=INTERNALIZATION) เน้นวงจรยกระดับความรู้แบบฝังลึก และความรู้แบบเปิดเผย, ยุคปัจจุบัน เน้นความรู้แบบ Complex knowledge และ Organic knowledge management มีการนำศาสตร์แห่งความซับซ้อน ทฤษฎีไร้ระเบียบ (Chaos theory) ระบบที่ซับซ้อน และปรับตัว (Complex-adaptive system) มาประยุกต์ใช้