GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คุกคาม

การก้าวล่วงและการถูกก้าวล่วง..ในฐานะผู้ถูกกระทำ

ในยุคเสรีประชาธิปไตย(ที่เขาว่าๆ กัน)
บางคน "เชื่อ" ว่า.."การละเมิดสิทธิ์" เป็นเรื่องมิพึงกระทำ
หรือถึงขั้นที่ "มิอาจทำได้" เลยทีเดียว
ด้วยว่า "สิทธิ" และ "เสรีภาพ" เป็น "หัวใจ" หรือ "ปรัชญา" สำคัญ
ของ "ลัทธิการเมือง" นี้

ในช่วงของการ "เปลี่ยนผ่าน" ทางการเมือง
คาถาสำคัญของนักต่อสู้ทางการเมือง
หรือ "นักประชาธิปไตยนิยม" จึงมักกู่ตะโกนให้กันฟัง
ว่า.. "เรากำลังเรียกร้องเพื่อสิทธิและเสรีภาพ" หรือ "เสรีภาพจงเจริญ"

อะไรประมาณนั้น...

ว่ากันว่า
อเมริกาเป็นต้นแบบประชาธิปไตยที่สำคัญประเทศหนึ่ง
เช่นเดียวกับอังกฤษ เป็นประเทศต้นแบบด้านระบบรัฐสภา
ซึ่งประเทศอย่างไทยแลนด์ไปลอกแบบมา
ก่อนจะเอนเอียงไปทางสหรัฐอเมริกาพอเป็นกระสาย ตามกระแสโลก
หรือตามกระแสทุนนิยมบริโภคและระบบตลาดเสรี..ว่ากันอย่างนั้น

แต่เอาเข้าจริงๆ อเมริกาก็ยัง "ละเมิด" ผู้อื่นอยู่เนืองๆ
ที่ใกล้ตัวหน่อยก็ละมิดอัฟกานิสถาน และละเมิดต่ออิรัก
นี่ว่ากันตามที่ "เป็นข่าว" ส่วนที่บีฮายด์เธอะซีนนั้นไม่ทราบ

อังกฤษและนานาอารยะประเทศเองก็เข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกา
ในการ "คุกคาม" ต่อโลกมุสลิม
หรือแสดงท่าทีเป็นนัยๆ คล้ายเชื่อมั่น ว่า..มุสลิมส่วนหนึ่งเป็นผู้ก่อการร้าย

ดูเหมือนกับว่า
ถ้าเราทำกับผู้ก่อการร้าย(หรือใครที่เราเชื่อว่าเป็นผู้ก่อการร้าย)
เช่นเดียวกับที่ "ผู้ก่อการร้าย" กระทำ
นั้นเป็นเรื่องชอบธรรม หรือสามารถ "ทำได้"
โดยมิต้องละอายใจ หรือรู้สึกผิดบาปใดๆ

สรุปว่าการละเมิดในระบอบประชาธิปไตยสามารถทำได้
หากมีข้ออ้างที่ "ดูดี" หรือ "เข้าท่าพอ" เท่านั้น

อาจเป็นด้วยข้อสรุปทำนองนี้
หรือเพราะจะเอาอย่าง "พี่ใหญ่" ของโลกก็ไม่ทราบได้
ประเทศไทยแลนด์แสนสนุกของเราจึง "เอากับเขาด้วย"
ด้วยการ "คุกคาม" และ "ละเมิด" ต่อ "พี่น้องมุสลิม"
หรือต่อ "วิถีอิสลาม" ในสามจังหวัดภาคใต้

เป็นการ "คุกคาม" และ "ละเมิด" ภายใต้ "รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐"
ที่ว่ากันว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุด นับแต่หลัง ๑๔ ตุลา ๑๖ เป็นต้นมา

นี่นับว่าอะไรได้
หากมิใช่เรื่อง "หน้าไหว้หลังหลอก"
หรือ "หัวมังกุท้ายมังกร" อย่างเป็นทางการภายใต้อำนาจรัฐ
ทั้งระดับโลกและระดับประเทศ

ช่วงเวลาหนึ่ง สมัยรัฐบาลทักษิณยุคแรก(ยุคสร้างประวัติศาสตร์อยู่ครบ ๔ ปี)
เมื่อผู้เขียนพูดและเขียนวิพากษ์วิจารณ์ท่านนายกฯ และรัฐบาลของท่าน
ก็มี "ฝ่ายข่าว" ของทำเนียบรัฐบาลโทร.มาขอข้อมูล สอบถามถึงวัดต้นสังกัด
สอบถามถึงกิจกรรมที่ทำ แถมยังเสนอแนะเชิงห้ามปรามว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อีกด้วย

เมื่อพบว่าผู้เขียนมิได้ให้ความสนใจ
ก็ถึงขนาดบุกไปที่สถานปฏิบัติธรรมเล็กๆ ซึ่งผู้เขียนพักพิงอยู่
ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ แถวชายแดนพม่าอันไกลโพ้น
แล้วขอตรวจสอบ-ตรวจค้น หรือตรวจตรา ตามวิธีการของรัฐ

นี่ก็คงเรียกได้ว่าเป็นการคุกคาม หรือข่มขู่กลายๆ
เพื่อแสดงความเหนือกว่า...

ที่ปรารภเรื่องนี้มายืดยาว ก็เพราะครู่ใหญ่ๆ นี้เอง
ที่ผู้เขียนถูก "ยาม" หรือ "เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" ของหมู่บ้านจัดสรร
(ซึ่งสำนักงานของมูลนิธิที่ผู้เขียนเป็นประธานตั้งอย)ู่
"ตรวจค้น" และ "ขอหลักฐานแสดงตน-แสดงความเป็นพระ"
เพียงเพราะว่าผู้เขียนเดินทางมาถึง
และแวะเข้ามาเอาเอกสารในวันอาทิตย์
ที่มิใช่วันทำการ...

เป็นการ "ขอดู" ด้วย "ท่วงทำนอง" หรือ "ท่าที" ราวกับเป็น "ผู้รักษากฎหมาย"
ทั้งที่เขากับพวกมีหน้าที่ชัดเจนในด้าน "รักษาความปลอดภัย" เท่านั้น

หลังจากยื่นหลักฐานแสดงตัว
และมอบหนังสือที่ตีพิมพ์ผลงานของผู้เขียนให้ไปบางเล่ม
ตลอดจนให้หมายเลขโทรศัพท์ เพื่อเขาจะสามารถติดต่อได้โดยตรง
และดูเหมือนไม่มีอะไร "ผิดกฎหมาย" ให้เขาเอาผิดได้
"เขา" ก็จากไป...

ในฐานะที่พระภิกษุเป็น "ชนกลุ่มน้อย"
และปราศจากอำนาจ หรือปราศจากความสามารถในการให้คุณให้โทษกับใคร
ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้เขียนเข้าใจในความรู้สึกของพี่น้องมุสลิม
หรือแม้แต่ชาวอิรัก-ชาวปาเลสติเนียนได้ "ง่ายขึ้น"

ในความเป็นคนส่วนน้อย ในความเป็น "ชนกลุ่มน้อย"
บ่อยครั้งที่เราถูกกระทำ
และบ่อยครั้งที่เราถูกกระทำ เพื่อให้ "กระทำ" ต่อ "กันและกัน" เอง อยู่เสมอ
ราวกับห่วงโซ่ หรือวงล้อ ที่หมุนทับรอยไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ไม่รู้จักจบ

จะมีการเรียนรู้แบบไหนกันเล่า ที่จะยกระดับจิตวิญญาณมนุษย์
จะมีการเรียนรู้แบบไหนกันเล่า
ที่จะช่วยให้มนุษย์พัฒนาศักยภาพของตนเองให้สูงสุด
กระทั่ง "ความทุกข์" มิอาจกล้ำกลายได้...

อย่างน้อย ก็เพื่อให้เขา(และเธอ)รู้สึก "มั่นคง" เพียงพอ
กระทั่งไม่จำเป็นต้อง "ใช้อำนาจ" หรือต้อง "คุกคาม" ซึ่งกันและกัน...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): จิตวิญญาณ
หมายเลขบันทึก: 148
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)