หน้าที่ของ ศธ.ประการหนึ่งคือการส่งเสริมให้ อปท.มีความพร้อมในการจัดการศึกษา

       วันนี้ผมได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการไปประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษาของเทศบาลปลายบาง จังหวัดนนทบุรี เพื่อขอรับการถ่ายโอนโรงเรียน 1 โรงเรียน จากที่เคยได้รับถ่ายโอนไปแล้ว 2 โรงเรียนแล้ว   ซึ่งถ้าดูข้อมูลจำนวนโรงเรียนที่ขอรับการประเมินถ่ายโอนเข้า อปท.(องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น)ทั่วประเทศ ปัจจุบันนับวันมากขึ้น ซึ่งตอนนี้มีโรงเรียนมัธยมใหญ่ๆขอรับการถ่ายโอนมากผิดสังเกต ซึ่งผมจะไม่ขอวิเคราะห์ประเด็นนี้
       แต่ถ้าเราดูตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติฯจะพบว่า หน้าที่ของ ศธ.ประการหนึ่งคือการส่งเสริมให้ อปท.มีความพร้อมในการจัดการศึกษา  ซึ่งเท่าที่ดูตอนนี้ ศธ.ยังไม่มีกระบวนการส่งเสริมในเรื่องนี้ที่ชัดเจน  และ อปท.เองก็ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการด้านการศึกษาอีกหลายแห่ง  ถ้าเรารอให้ระบบการดูแลปกติของ ศธ.ที่จะช่วยให้ อปท.มีความพร้อมคงใช้เวลานาน  ผมจึงมี
ข้อเสนอแนะแก่ ศธ. คือ
      
ศธ.น่าจะสำรวจบุคลากรที่เกษียณอายุในแต่ละปี(รวมทั้งที่เกษียณอายุไปนานแล้ว และยังมีไฟอยากช่วยการจัดการศึกษาของท้องถิ่นอยู่)ที่มีความรู้และประสบการณ์สูงในด้านการบริหารและการจัดการเรียนรู้ ในแต่ละพื้นที่ แล้วทำสารสนเทศ(ทำเนียบ)ที่มีข้อมูลชัดเจน  เผยแพร่ไปยัง อปท.แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ(ช่วยลุ้นด้วย) ให้พิจารณาประสานงานขอมาช่วยเหลือการจัดการศึกษาของ อปท.ตามความต้องการจำเป็น(เลือกจีบกันเอง) เช่น เป็นที่ปรึกษา  เป็นรองนายก อปท. ฯลฯ  คิดว่าวิธีนี้น่าจะช่วยสร้างความพร้อมในการจัดการศึกษาของ อปท.ได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เกษียณแล้วได้มีกิจกรรมช่วยเหลือสังคมทางหนึ่งด้วย