ความเรียง จากบทวิพากษ์ และมุมมองต่อความเปลี่ยนแปลง ในชีวิตของคนต้นเรื่อง ผู้ได้รับผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลง ในรายการคนค้นคน ของทีวีบูรพา รวมทั้งบทนำเสนอและทางออกบางส่วน นำเสนอถึงมุมมองเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และภาคีความช่วยเหลือของน้ำใจไมตรีในสังคมไทย

กรณีทีวีบูรพา จากบุญมาเป็นบาปส่ง

ขอออกตัว

ในมุมมองความคิดเห็น

โดยถือเป็นการสนับสนุนแนวทางน้ำใจอารี

และมิตรไมตรีในสังคมไทย ผ่านการทำงานและความตั้งใจของทีวีบูรพา เพียงแต่ว่าวันวานในการรับชมเนื้อหารายการ คนค้นคน วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2550 กลับได้รับความรู้สึกบางประการ กระทั่งมีเสียงถามไถ่พูดคุย

ยิ่งทำให้รู้สึกถึงแง่มุมบางอย่าง

ต่อน้ำใจไมตรีของการเอื้ออารีในสังคมไทย

เมื่อคนทำบุญเกิดรู้สึกว่าตัวเองทำบาป

ความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของคนค้นคน ในการนำเสนอเรื่องราวของผู้คน ชะตากรรม ความคิด และการก้าวย่างจากชีวิตผู้คน สู่การรับรู้ของผู้คนในสังคมไทย เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ และควรตระหนัก แต่ในอีกด้านมุมหนึ่ง เรื่องราวอันอ่อนไหวเหล่านี้ ล้วนได้รับคำถามจากผลกระทบตามมาอยู่เสมอ เพราะโทรทัศน์กำลังนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิต คนต้นเรื่อง อย่างมิอาจปฏิเสธ

ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตคนหลายคน

เมื่อยามได้รับการเผยแพร่สู่สังคม

ไม่ใช่เพียงบทเรียนของสังคมไทยหรือคนไทย

ตามข้อสรุปบางประการของรายการ กระทั่งแง่มุมในการอธิบายความเข้มแข็งภายในจิตใจ ภูมิคุ้มกันในชีวิต ความเข้าใจต่อความเปลี่ยนแปลง ความเท่าทันเรียนรู้ และรับรู้ ล้วนเป็นทั้งจุดแข็งและความอ่อนด้อย ของคนต้นเรื่องและคนเดินเรื่อง อย่างเท่าเทียมกัน

ข้อเสนอจากบทนำ

ในการถามหาคนเอาเปรียบ

และผู้หาประโยชน์จากความอ่อนด้อยของคนอื่น

ซึ่งรายการพยายามนำมาตำหนิ และสรุปว่าเป็นหนึ่งในเหตุผลอันเลวร้าย ในบาปเคราะห์ของคนต้นเรื่อง ไม่น่าจะใช่คำถามหลักของเนื้อรายการ เพราะสุดท้ายรายการก็ไม่อาจก้าวล่วง เพื่อตัดสินในแต่ละการกระทำของคนอื่นได้ ยังไม่นับว่า เนื้อรายการไม่มีเวลาพอ ต่อการนำเสนอชีวิตผู้กระทำรายอื่น ทั้งด้วยข้อจำกัดของเวลา และข้อจำกัดของเนื้อหาการนำเสนอ 

ซึ่งอ่อนไหวและยากลำบาก

ต่อการตีความยิ่ง

เท่าเทียมกับความด้อยสามารถของการปรับตัว จากคนต้นเรื่อง ซึ่งได้รับน้ำใจไมตรี มิตรอารีและความช่วยเหลือจากคนไทย ที่ต่างอยากช่วยเหลือทำบุญและมอบน้ำใจ จนกลับกลายเป็นแบบทดสอบยิ่งใหญ่ ในสังคมไทยที่น้ำใจความดีงามถูกถามหา

หลายครั้งหลายคนเปลี่ยนแปลงชีวิต

สู่ทิศทางที่ดีกว่าดีขึ้น

หลายคนประสบมหันตภัยจากความเปลี่ยนแปลง

ความถาโถมของน้ำใจ บางครั้งก็สร้างปัญหาต่อวิถีชีวิต ความคิด และการดำเนินชีวิตของคนต้นเรื่องผู้อ่อนด้อย ยิ่งไม่นับกับน้ำใจของผู้คน ซึ่งปรารถนาในบุญแห่งน้ำใจไมตรี ที่เพื่อนมนุษย์จะพึงมีต่อกัน แต่เมื่อยามได้เห็นบุญจากตนกระทำ กลับนำพาบาปเคราะห์มาสู่คนต้นเรื่อง

คำตอบชวนคิดจึงเกิดขึ้น

ว่าบทเรียนจากผู้ชม คนดูคนไทย สังคมไทย และคนต้นเรื่อง

กลับไม่มีบทเรียนของรายการ กำกับไว้ในบทเนื้อหา

บทเรียนตัวโตของรายการ ซึ่งเข้าใจมาอยู่เสมอว่า กำลังอยู่ท่ามกลางความอ่อนไหวในการตีความ และรับรู้ของผู้คน โดยเฉพาะความพยายามในการเป็นผู้สังเกตุการณ์ที่ไม่อยากก้าวล่วง ไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตคนต้นเรื่องมากนักนั้น ไม่อาจใช้ได้จริง เพราะหลายครั้งรายการได้หยิบยื่นความช่วยเหลือ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งข้อต่อน้ำใจไมตรี เพื่อส่งผ่านจากผู้ใจบุญไปสู่คนต้นเรื่อง

 

แต่เม็ดเงินและความช่วยเหลือจำนวนมหาศาล

ไม่อยู่ในความสามารถของหัวใจและกำมือ

จากคนต้นเรื่องที่ต้องการมากกว่าเงิน

หรือกระทั่งต้องการผู้ช่วยเหลือประคับประคองที่มากกว่า คำถามจากความสูญเสียของผู้ทำบุญ อาจรุนแรงไปสู่คำถามว่า ทำไมเราไปสร้างวิบัติภัยให้กับชีวิตเขาเหล่านั้นเพิ่มขึ้น การอธิบายว่าคนบริจาคควรได้รับการเรียนรู้ น่าจะตอบไปสู่คำตอบที่มากกว่านั้น

ว่าทำไมคนบริจาคจึงไม่ได้รับการรับรู้

มากกว่าสร้างความสะเทือนใจ

ยามได้รับชมแล้วน้ำตาไหล

เงื่อนไขและบทเรียนของรายการ อาจนำพาไปสู่ความร่วมมือใหม่ เช่นการหาเจ้าภาพร่วม ในความช่วยเหลือคนต้นเรื่องเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นองค์กรรัฐ หรือองค์กรเอกชน ผู้คน บุคลากรหรือผู้ที่สังคมยอมรับ ให้เขามาเป็นพี่เลี้ยง เป็นกรรมการวัด ที่พิจารณาความเหมาะสมในการช่วยเหลือคนต้นเรื่อง อย่างไรเช่นไรเพียงใดจึงจะเหมาะสมลงตัว

เม็ดเงินหรือความช่วยเหลือระดับใด

จึงจะสามารถปลดปล่อยภาระยากลำบาก

ไปสู่หนทางก้าวย่างอันเข้มแข็ง

ธนาคารรับเงินบริจาค ควรจะต้องก้าวมากำกับดูแลเงินบริจาค จากจิตศรัทธาและน้ำตาของคนดูได้มากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับบทเรียนของรายการ และความเข้าใจใหม่ว่า ตนเองไม่ใช่เพียงผู้สังเกตุการณ์เท่านั้น เพราะเมื่อขาข้างหนึ่งกลายเป็นผู้ให้ และเป็นข้อต่อสำคัญ เชื่อมโยงจิตศรัทธาน้ำใจไมตรี และการทำบุญของผู้คน มิติของรายการก็เปลี่ยนไป ตำแหน่งที่ยืนต้องเพิ่มขึ้น ระมัดระวัง และตระหนักต่อชีวิตอันละเอียดอ่อนของคน

วิธีการให้อาหารปลาทอง ที่มีความทรงจำประหลาด

ไม่ต่างจากความเข้าใจของคนทำบุญ

ซึ่งมัวแต่หยิบยื่นอย่างเดียว

โดยไม่นำพาต่ออาการท้องแตก เจ็บป่วย เจ็บไข้และโบยตีชีวิต ด้วยบาปเคราะห์และความอ่อนด้อยในปมจิตใจของคนต้นเรื่อง วันนี้สิ่งที่มากกว่า การค้นหาผู้มาฉกฉวยผลประโยชน์ คือบทเรียนของรายการในการเชื่อมโยงเชื่อมต่อ และหยิบยื่นน้ำใจไมตรี ว่าจะสรุปบทเรียนของตน

จนนำไปสู่ภาคีร่วมของสังคม

ทั้งของรายการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม

เพื่อกำหนดก้าวย่างอันเหมาะสม

มากกว่ารอดูความอ่อนด้อยของคนต้นเรื่อง ให้ต้องเป็นคดีความ ซึ่งอาจบั่นทอนน้ำใจของผู้ทำบุญด้วยจิตศรัทธา แต่ถอนหายใจยามชมโศกนาฎกรรมชีวิตคนต้นเรื่องรอบใหม่ ที่เกิดขึ้นเพราะความอ่อนด้อยของผู้บริจาค รายการ และค้นต้นเรื่อง จนระยะยาวอาจเกิดความชาชิน หรือสิ้นศรัทธาต่อความละเอียดอ่อนในจิตใจ เมื่อยามเห็นผู้ตกทุกข์ได้ยาก

ความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นความเจ็บปวด

หากทางออก จากบทเรียนของรายการไม่เกิดขึ้น

วันนี้นอกจากสรุปว่า เป็นบทเรียนของทุกฝ่าย

เนื้อหารายการซึ่งไม่ได้เขียนไว้ ยังต้องถือเป็นบทเรียนของรายการด้วยว่า ทำอย่างไรในอนาคต จะทำให้ความช่วยเหลือไม่มากล้นจนเกินรับ หรือสิ่งเกินรับเหล่านั้นจะกระจายไปสู่ผู้อ่อนด้อยคนอื่นได้อย่างไร กระทั่งตำแหน่งที่ยืนของรายการ ซึ่งต้องสรุปให้มากขึ้น ว่าจะตำหนิและเฝ้าจับจ้องมองดูอย่างเดียวไม่ได้ หากจะลงไปเชื่อมน้ำใจมาสู่คนต้นเรื่อง

บทสรุปที่มากกว่าในวันนี้

จึงอยู่ที่ภาคีของน้ำใจ และการมีส่วนร่วมซึ่งมากกว่านี้

มากกว่าปล่อยความอ่อนด้อยของคนต้นเรื่อง ให้เดินเพียงลำพัง