• สวัสดีครับ คุณสุมิตรชัย P
  • ขอบคุณอย่างมากครับ
  • สำหรับคำติติง ในเรื่องภาษาเขียน สำนวน และข้อเขียน ต้องขอออกตัวสักเล็กน้อย เพราะว่ามีความต้องการ และวัตถุประสงค์ส่วนตัวในการเขียนความเรียง ว่าอยากฝึกฝนการเขียน รวมทั้งไม่ต้องการเขียนนำเสนอ ในเชิงหลักวิชาการมากนัก โดยเฉพาะต่อการนำเสนอเชิงหลักการเหตุผล ความรู้สึกเป็นประเด็นแยกแยะ เป็นข้อๆ จึงต้องขออภัย หากทำให้ต้องตีความรายละเอียด ที่ยุ่งยากและก่อให้เกิดปัญหาในการสื่อสาร
  • ขอบคุณอย่างมากครับ สำหรับการนำเสนอ
  • ขอแลกเปลี่ยน มุมมอง และประเด็นแยกแยะ เป็นหลักการเหตุผล สำหรับมุมมอง ต่อกรณีศึกษาครั้งนี้ ของรายการ คนค้นคน ในตอนที่นำเสนอถึงความล้มเหลว ในชีวิตของคนต้นเรื่อง
  • ประเด็นการนำเสนอ มุมกล้อง เนื้อหา รายละเอียด ของการสื่อแบบการตลาดอารมณ์ นั้น ผมคิดว่า เป็นลูกเล่นของสารคดีข่าว เชิงเรียลลิตี้ ที่ประสบความสำเร็จ สำหรับความต้องการของสังคม และการสื่อสารของสื่อในปัจจุบัน
  • ผมเห็นแย้ง ในระบบการช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาส ไร้โอกาสในสังคมไทย โดยหน่วยงานรัฐประสบความล้มเหลว ในการรองรับ ช่วยเหลือ หรือเยียวยา จะโดยโครงสร้างของรัฐสวัสดิการแบบอ่อนแอ หรือ ระบบโครงสร้างสาธารณสุขพื้นฐาน ระบบสังคมสังเคราะห์พื้นฐานก็ตาม ต้องถือว่า เป็นกลไกที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือยังมีช่องว่างในการช่วยเหลือ
  • ดังนั้น การเข้ามาของสื่อ
  • เพื่อนำเสนอ มุมมอง และเนื้อหา ด้านสังคมสงเคราะห์ที่ตรงใจ ตรงความรู้สึก และตรงจริตผู้รับสื่อจากโทรทัศน์ จึงเป็นตอบสนองที่ลงตัว ทั้งสองทาง ทั้งด้านผู้ผลิตรายการ ผู้รับสื่อ ผู้สนับสนุนรายการ
  • มิติการพึ่งพารัฐ ผมมองว่า เป็นมิติที่ล้มเหลว ซึ่งหากมอง วิธีคิดของ สปสช. หรือ สสส. ในการสนับสนุนสุขภาวะที่ดีของสังคม ก็มีการมองภาวะการป้องกัน มากกว่าการเยียวยา เพียงแต่ว่าทิศทาง และการปฎิบัติตาม หรือบริหารนโยบายรัฐ เพื่อไปในทิศทางนี้ ยังต้องรอระยะเวลา และรอผลความสำเร็จ ที่เป็นขั้นเป็นตอน
  • ดังนั้น กรณีการจัดทำสารคดีเรียลลิตี้ เพื่อสะท้อนอารมณ์ กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก กระตุ้นการรับรู้ของผู้รับสาร จึงสมประโยชน์และลงตัวทุกฝ่าย เมื่อภาครัฐไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ ภาคเอกชน สามารถมีพื้นที่สนับสนุน ทั้งด้านความรับผิดชอบทางสังคม หรือพื้นที่โฆษณาสื่อโฆษณาเชิงสังคม การเล่นคำ - เล่นอารมณ์ - เล่นความรู้สึก - ที่สามารถขายได้ จึงกลายเป็นข้อสรุปที่ลงตัว และสมประโยชน์ทุกฝ่าย
  • มองในด้านการทำบุญ แบบไม่หวังผล
  • ผมคิดว่า เป็นกรอบคิด และมิติของชนชั้นกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางในเมือง และชนชั้นกลางใหม่ในสังคมไทย ที่คิดมิติความช่วยเหลือเพียงด้านเดียว
  • คิดมิติในด้านการสงเคราะห์เฉพาะหน้า
  • เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระในระยะยาว
  • รวมทั้งเป็นมิติ ซึ่งอ้างอิงการทำบุญทำทาน โดยอ้างอิงหลักคิดทางศาสนา
  • การทำบุญแบบไม่หวังผล ผลของระบบบุญแบบทุน ล้วนก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวทั้งสิ้น
  • ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการค้ามนุษย์  การใช้แรงงานเด็ก การใช้แรงงานผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส จนกระทั่งก่อให้เกิดระบบทุน และระบบธุรกิจใต้ดิน ซึ่งเป็นผลโดยตรงต่อความรับผิดชอบทางความรู้สึกของชนชั้นกลาง
  • มุมมองโดยส่วนตัวผม ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว
  • ผมเห็นด้วยกับการสร้างเครือข่าย เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือ ทั้งในระดับชุมชน หรือระดับองค์กรขนาดเล็ก ในแต่ละท้องถิ่น
  • เพื่อเข้ามาแก้ปัญหา การทำบุญแบบไม่หวังผล หรือการทำบุญเพื่อสนองความรู้สึกรับผิดชอบเฉพาะหน้า
  • การทำบุญดังกล่าว ไม่ได้รับผิดชอบต่อการแก้ปัญหาสังคมในระยะยาว รวมทั้งยังสนับสนุนให้ปัญหาสังคม ขยายวงกว้าง และขยายความรุนแรงของปัญหาเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นวิธีคิดเช่นนี้  ไม่ก่อให้เกิดโครงสร้างการแก้ปัญหาทางสังคม ที่เป็นรูปธรรม
  • กรอบคิดเรื่องความรับผิดชอบทางสังคม ควรได้รับการถกเถียง ตรวจสอบ และตั้งคำถาม อย่างเป็นระบบ เป็นโครงข่ายและเป็นขั้นเป็นตอน เช่นที่ได้มีการจัดทำแผนสุขภาวะแห่งชาติ ที่ยังไม่สามารถลงลึกในรายละเอียด ต่อกรณีการนำเสนอด้านสังคมสงเคราะห์ของสื่อมวลชนได้ ซึ่งในระยะยาวควรจะต้องตระหนัก และจัดทำแผนรองรับ เพื่อไม่ให้สื่อมวลชน สร้างปัญหา จากความปรารถนาดีดังกล่าว
  • กรอบคิด ในเรื่องนี้ สามารถมองได้ถึง
  • การตรวจสอบ - ถ่วงดุลย์ - กำกับความรับผิดชอบ
  • ของสื่อมวลชน ซึ่งนำเสนอความเปลี่ยนแปลงต่อใครสักคนในสังคม
  • การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้คน การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การเข้าไปช่วยเหลือ สังคมสงเคราะห์ ต้องมีมิติที่ชัดเจนมากกว่าการทำบุญทำทาน
  • เพราะคือการสร้างปัญหา ในระยะยาว
  • หรือกระทั่ง คือการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นคน เนื่องจากรายการเป็นระบบธุรกิจ มีกำไร มีผลประกอบการ มีการกำกับเนื้อหาการนำเสนอสื่อสารมวลชน ดังนั้นต้องมีการตรวจสอบ
  • ระบบการบริจาค คือ ระบบคิดที่สะท้อนปัญหาจากความอ่อนแอเชิงโครงสร้างของสังคมไทย
  • ภายใต้มิติการพัฒนา แบบทุนนิยม
  • เราเชื่อเรื่องความสำเร็จของคน ความร่ำรวย มั่งคั่ง จนก่อให้เกิดสุญญากาศความรับผิดชอบแบบชุมชน
  • ระบบทำบุญ ทำทาน ที่สามารถทดแทนความรู้สึกผิด หรือความรับผิดชอบทางสังคม โดยการให้เงิน ให้ และให้บริจาค คือการแทนที่ความรู้สึกผิด หรือทดแทนความรับผิดชอบในเบื้องต้น มากกว่าการแก้ปัญหาโครงสร้าง แต่เป็นการแก้ปัญหาความรู้สึกรับผิดชอบส่วนบุคคล
  • กรณีการชำระกิเลศ ด้วยการให้ ทำทาน บริจาคทาน ไม่มีพื้นที่ในการแก้ปัญหาของทุนได้
  • เพราะเรายังยึดติดวัตถุ
  • มากกว่าการช่วยเหลือเกื้อกูล สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ เพิ่มเติมทักษะให้ผู้ด้อยโอกาส สามารถได้รับโอกาส เข้าถึงโอกาสในการพัฒนาศักยภาพส่วนบุคคล จนกระทั่งสามารถพึ่งพาตนเองได้
  • ดังนั้น กระบวนการทำบุญ ทำทาน ควรได้รับการตั้งคำถาม เพื่อไม่ก่อผลในระยะยาว
  • ข้อเสนอของผม ในการสนับสนุน ให้เกิดภาคี หรือการมีส่วนร่วมจากผู้บริจาค ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้จัดทำรายการ คือมิติ และต้นแบบ ในการบริจาค ทำบุญ ทำทาน โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาว
  • เมื่อระบบของรายการ
  • การจัดทำรายการ อยู่ในระบบทุน ระบบธุรกิจ ดังนั้นความรับผิดชอบทางสังคม คือสิ่งที่ธุรกิจนี้ตระหนัก
  • ดังนั้น การนำเสนอ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนเป็นเครือข่ายที่มากกว่า มากขึ้น คือการสนับสนุนให้โครงข่าย เครือข่ายความรับผิดชอบทางสังคม มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือเยียวยาที่มากกว่านี้
  • เมื่อรายการเป็นระบบธุรกิจ
  • การตรวจสอบ กำกับ ดูแล ด้วยจริยธรรมทางธุรกิจ และความรับผิดชอบทางสังคม คือความชอบธรรม และมิติความร่วมมือ ที่สร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างยั่งยืน ตรวจสอบได้ โปร่งใส กำกับดูแล บริหารและจัดการได้
  • การอธิบายกรอบโครงสร้างทางสังคม
  • มีหลายมิติ มีหลายคำอธิบาย
  • โดยส่วนตัว ผมคิดว่ามิติของคำอธิบาย
  • น่าจะอยู่ที่การส่งผลกระทบ จากความรู้สึก ต่อเนื่องไปถึงการจัดลำดับ ตรรกะ หลักคิดทางวิชาการ กฎเกณฑ์ การบริหารจัดการ
  • สิ่งที่ปรากฎ ทั้งกลไกของปัญหา สภาพของปัญหา ความพยายามที่จะแก้ปัญหา ล้วนขับเคลื่อนไปทุกภาคส่วน
  • จะกระทบ จะสนับสนุน จะขัดแย้ง หรือส่งผลรวมกัน ก็ขึ้นอยู่กับการสื่อสาร
  • ผมสรุปประเด็นที่ชัดเจน เพียงเท่านี้ครับ
  • เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน มิติ มุมมอง ความคิดเห็น นอกเหนือจากการนำเสนอ ในมิติภาษาของความเรียงข้างต้น
  • ต้องขออนุญาตว่า เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และโต้แย้งหลักคิด เพื่อหาความคิดเห็น ในการนำเสนอทางออกที่ดีในสังคมไทย
  • หากคำรุนแรง สื่อสารไม่ตรงประเด็น หรือสร้างความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ จากสารที่ส่งไป
  • ต้องขออภัย ณ ที่นี้
  • ขอบคุณมากครับ สำหรับความคิดเห็น
  • ขอบคุณครับ