ส่งงานทุกครั้งหลังเลิกเรียน
ทราบแล้วค่ะ
สินเชื่อมีความหมายคล้ายเงินตราที่เราใช้เป็นตัวแทนวัดมูลค่าสิ่งของที่จะซื้อหาแลกเปลี่ยนระหว่างกัน โดยมีสมมุติฐานว่า เมื่อฝ่ายหนึ่งส่งมอบสินค้าหรือบริการให้อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งก็คือลูกหนี้แล้ว ผู้ส่งมอบหรือเจ้าหนี้ย่อมคาดหวังว่า ลูกหนี้จะปฏิบัติตามข้อตกลงต่อกัน ว่าจะชำระราคาให้ตามวัน เวลา สถานที่ และจำนวนตามที่ได้ตกลงกัน
ความสำคัญของสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจ <p>การที่คนๆ หนึ่งเมื่อเรียนหนังสือจนสำเร็จการศึกษาและเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน ในฐานะลูกจ้าง หรือมนุษย์เงินเดือน ย่อมเป็นไปได้ยากมากที่จะเป็นเจ้าของปัจจัย 4 รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่คนนั้นต้องการได้ บางคนแม้ความสามารถสูงก็ต้องเก็บเงินเกือบทั้งชีวิต เพื่อที่จะได้เป็นเจ้าของบ้านสักหลังซึ่งอยู่บริเวณชานเมือง โดยไม่สามารถมีรถยนต์ส่วนตัวไว้ใช้สอย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคนนั้นหรือสังคมแห่งนั้น ยังไม่มีมาตรฐานการครองชีพที่ดี ผู้ประกอบการก็เช่นเดียวกัน การทำการค้าแบบเงินสดแต่เพียงอย่างเดียวเพื่อได้กำไรมาขยายกิจการต่อไป ยิ่งเป็นไปได้ยากเพราะจะทำได้ช้ามาก สินเชื่อจึงเป็นทางแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์และสร้างความเจริญสะดวกสบายให้กับสังคม ซึ่งการที่จะมีสินเชื่อก็จะต้องควบคู่ไปกับการที่มีผู้ออมเงินในระบบเศรษฐกิจ </p> <h2 style="margin: 0in 0in 0pt"> สรุป </h2> จะเห็นว่าการให้สินเชื่อมีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งในแง่ประชาชนผู้รับสินเชื่อ ธุรกิจที่ได้สินเชื่อเพื่อการค้าและผู้ให้สินเชื่อ คือธนาคารหรือผู้ขายสินค้า ในแง่ผู้ให้สินเชื่อจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างดี กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานให้เข้าใจกันในทุกระดับขององค์กร และมีวัตถุประสงค์ ในการให้สินเชื่อที่ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าเป็นกิจการธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบภายนอกที่กำกับดูแลอยู่ด้วย เพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องและบรรลุวัตถุประสงค์ของธนาคารต่อไป <p>ขอให้นักศึกษาที่รักทุกคนส่งการบ้านบทนี้ข้อ 2 ,8,10 ก่อน21.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม 2550 ครับ</p>
คำถามประจำบทที่1
1. ตอบ มีบ้างเล้กน้อย คือ
- ถ้าข้อมูลการวิเคราะห์เเละการตัดสินใจอนุมัตืสินเชื่อไม่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ครบถ้วน หรืออาจไม่ตรงกับความเป็นจริง ก้ออาจจะทำให้ตัดสินใจไปบนข้อมูลที่ไม่มีความเหมาะสม
-ปัญหาเกี่ยวกับการปรับองค์กร วิธีการทำงาน เเนวทางเเก้ไขคือ พนักงานสินเชื่อต้องทำการตลาด เพื่อเเสวงหาโอกาสในธุรกิจ เเละต้องท่ำงานอย่างมีระบบ มิใช่อยู่เฉยๆให้ลูกค้าเข้ามา คือต้องทำความรู้จักกับตลาดเป็นอย่างดี
การควบคุมเเละการบริหารสินเชื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไข คือ ถ้าไม่ควบคุมให้ดี ก็จะมีปัญหา โดยหลักการคือ ถ้าคิดว่าไม่สามารถควบคุมลูกค้าให้อยู่ในกรอบไม่ได้ ก้ไม่ควรจะเป็นสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติตั้งเเต่เริ่ม
8. ตอบ ไม่ต่างกัน เพราะ มีความสัมพันธ์กันทั้ง2 ด้าน ทั้งประชาชน เเละธุรกิจ คือเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์เเละสร้างความเจริญสะดวกสบายให้กับสังคม ซึ่งการที่จะมีสินเชื่อก็จะต้องควบคู่ไปกับการที่มีผู้ออมเงินในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นก็จะทำให้สังคมได้รับประโยชน์ทั้ง 2 ด้าน คือ ประชาชนรู้จักการออมเเละมีวินัยในการชำระคืนหนี้สินที่ได้ก่อขึ้นมา
10. ตอบ ให้ เพราะ ธนาคารไทยพานิชย์จะเป็นธนาคารที่ให้ความสนใจในเรื่องของคุณภาพสินทรัพย์ ถ้าพนักงานสินเชื่อไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ ธนาคารก็จะเกิดปัญหาไม่มีเงินฝากใหม่เข้ามาให้ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้
คำถามบทที่1
2.ตอบ มีข้อเสีย คือ
-ปัญหาการที่ระบบสินเชื่อขาดความรู้ความเข้าถึงภาวะต่างๆในขณะที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ เช่น ผลเสียจากการปล่อยสินเชื่อน้อยเกินไปในคณะที่เศรษฐกิจเกิดภาวะเงินฝืด เพราะในช่วงภาวะเงินฝืดช่วงนี้เป็นช่วงที่ธุรกิจเกิดการซบเซาทำให้ผุ้ประกอบการต่างๆต้องการเงินเพื่อไปหมุนเวียนในกิจการทำให้ต้องหาทางเพื่อเปลี่ยนสินค้าให้เป็นเงินทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียและการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงอยู่แล้วลดลงไปอีกเป็นทำให้ภาคธุรกิจต้องปิดตัวลง ประชาชนไม่มีเงินจับจ่ายซื้อสินค้าอีกด้วย
-ปัญหาที่เกิดจากการที่ปล่อยสินเชื่อโดยขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ผู้ปล่อยสินเชื่อทำงานไม่รอบคอบขาดความรู้ทางด้านการปล่อยเงินกู้ ระบบการปล่อยสินเชื่อที่เก่าล้าสมัย เป็นผลทำให้เกิดหนี้เสียทำให้เศรษฐกิจเกิดเกิดการเติบโตล้าช้าประชาชนเป็นหนี้มากขึ้น ธนาคารมิสามารถเรียกเก็บหนี้ได้
-แนวทางแก้ไข การควบคุมตัวองค์กรในการปล่อยเชื่อให้มีการใช้ข้อมุลที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ต่างๆมีการวางแผนที่ชัดเจนเพื่อที่จะให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ตามที่ว่างไว้ การพัฒนาตัวบุคคลให้มีความรู้ความสามารถให้มากขึ้นการส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อที่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และประชาชน ให้มากขึ้น
8.ตอบ ต่างกัน คือ การปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจกับการปล่อยสินเชื่อบุคคลต่างกันตรงที่การปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจนั้นอาจมีความเสี่ยงสูงมากกว่าการปล่อยสินเชื่อบุคคล การปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจนั้นเป็นการขอสินเชื่อให้วงเงินที่สูงส่วนใหญ่จะไว้หมุนเวี่ยนกับกิจการของตนจึงมีความเสียงที่สูงมากเมื่อกิจการนั้นล้มลงหรือไม่สามารถใช้หนี้ได้ ต่างกับการที่ปล่อยสินเชื่อกับบุคคลที่ส่วนใหญ่จะปล่อยสินเชื่อให้กับการกู้ซื้อ บ้าน รถ เครื่องใช้ต่างๆภายในบ้านที่มีวงเงินกู้ที่ต่ำกว่าและมีความเสี่ยงน้อยกว่า
10.ตอบ สนับสนุนในการให้สินเชื่อ เพราะการให้สินเชื่อกับประชาชนเป็นรากฐานในทางเศรษฐกิจพื้นฐานเมื่อประชาชนขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนก็เท่ากับว่าส่งเสริมให้ธุรกิจมีการเจริญเติบโตทำให้ธนาคารมีเงินไหลเวียนในระบบมากขึ้นเมื่อมีเงินไหลเวียนธนาคารก็มีรายได้จากการปล่อยกู้ยืมเงินและเมื่อมีการลงทุนประชาชนก็มีรายได้และนำเงินมาฝากกับธนาคาร ธนาคารก็นำเงินฝากของประชาชนปล่อยกู้สินเชื่อต่อไปได้อีกในที่สุดก็เป็นผลดีต่อทั้งธนาราคพาณิชย์เองและกับประชาชนด้วย
2.ตอบ มีข้อเสีย
ปัญหาการที่เกิดจากการปล่อยสินเชื่อโดยขาดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องทำให้เกิดผลเสีย เช่น ผลเสียกรณีสินเชื่อการเกษตรที่ธนาคารไมสามารถควบคุมลูกค้าได้ทำให้การเรียกเก็บหนีได้ยากเป็นผลเสียทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ช้า
แนวทางในการแก้ปัญหาคือในการปล่อยสินเชื่อนั้นต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์มีการวางแผนที่ดีการจัดบุคคลให้ตรงกับสายงานและมีความรู้ความสามารถก็จะสามารถควบคุมองค์กรการปล่อยสินเชื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้
8.ตอบ ต่างกันคือการปล่อยสินเชื่อธุรกิจเป็นธุรกิจนขาดใหญ่ต้องใช้เงินทุนในการหมุนเวียนมากความเสี่ยงจึงมีมากขึ้นถ้าหากกิจการเกิดล้มลงต่างกับการปล่อยสินเชื่อบุคคลมีวงเงินที่น้อยกว่าและความเสี่ยงก้อมีน้อยด้วย
10.ตอบ สนับสนุนการให้สินเชื่อเพราะการให้สินเชื่อกับประชาชนเป็นการทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตมากขึ้นและการให้สินเชื่อนั้นจะทำให้ประชาชนรู้จักออมเงินไว้กับธนาคารเพื่อที่ตัวเองจะได้มาขอสินเชื่อไปใช้ในการทำกิจการเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองและการฝากเงินของประชาชนธนาคารก็สามารถเอาเงินนี้ไปใช้ในการปล่อยเงินกู้ได้อีกทำให้เกิดผลดีต่อธนาคารและประชาชนและทำให้เศรษฐกิจเจริญต่อไป
คำตอบมีดังนี้
1.มีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนคือช่วยสนองความต้องการของมนุษย์และสร้างความเจริญความสะดวกสะบายให้กับสังคม ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พ่อค้านักธุรกิจมียอดขายสินค้าหรือบริการมากขึ้น มีกำไรมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจก็มีความเจริญแข็งแกร่งขึ้น
2. ผลเสียก็มีอยู่บ้างคือ มีการกูไปเพื่อการเก็งกำไร ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย แล้วไม่สามารถชำระคืนได้ตามสัญญา ก็จะเกิดวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายต่อระบบเศรษฐกิจ ดังที่กรณีวิกฤตการณ์ทางการเงินในภมิภาคเอเชียในปี พ.ศ.2540 เป็นต้น
3.หน้าที่ในการจัดการสินเชื่อ มีความเหมือนกับหน้าที่ในองค์กรธรุกิจอื่น คือ มีการวางแผน การจัดองค์กร การจัดอัตรากำลังคน การจัดสายการบังคับบัญชา และมีการควบคุม
4.มีแนวทางในการปฏิบัติงาน คือ จะต้องมีความรอบคอบ กระตือรือร้น ซื่อสัตย์ ต้องได้รับการอบรมความรู้ในงานอย่างสม่ำเสมอ คำนึงถึงจริยธรรมทั้งต่อองค์กร ต่อผู้ร่วมอาชีพเดียวกัน ต่อลูกค้า ต่อส้งคมส่วนรวม และมีคุณธรรม
5. คิดว่า ปัจจุบันน่าจะเหมาะสมมากกว่า เพราะเป็นข้อมูลที่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ล้าสมัย
6. กิจการค้าปลีกและค้าส่งมีวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อที่ไม่ต่างกัน เพราะต่างก็มุ่งเพิ่มปริมาณการขาย ซึ่งส่งผลให้มีกำไรเพิ่มขึ้นด้วย
7. ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายการให้สินเชื่อ ได้แก่ กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะของผู้ฝากกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโยบายของภาครัฐ
8. ไม่ต่างกัน เพราะการพิจารณาสินเชื่อทั้งของธรุกิจ และของบุคคลนั้นต่างต้องให้ความสนใจมากในเรื่องของคูฃุณภาพสินทรัพย์ ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อต้องทันเหตุการณ์ ครบถ้วนเหมาะสม ต้องมีหลักประกัน ต้องมีการเจรจาต่อรอง และดำรงจุดยืนของธนาคาร
9. จะแสวงหาลูกค้ารายใหม่ จากงานเปิดตัวสินค้าหรือบริการของธุรกิจใหม่ที่เข้ามาสู่ตลาดเศรษฐกิจ ซึ่งในงานก็จะมีผู้ที่ประกอบธุรกิจอื่นๆเข้ามาร่วมด้วย แล้วเรก็จะไปพูดคุยกับพวกเขา
10. คิดว่าสนับสนุน เพราะต้องการให้ประชาชนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้นำเงินไปใช้จ่าย ไปลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ระบบเศรษฐกิจก็จะมีเงินหมุนเวียนมากขึ้น เศรษฐก็จะดีขึ้น
คำถามบทที่ 1
ข้อ 2 ตอบ มีบ้างคือ
-ผลเสียของระบบสินเชื่อที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทำให้ในเศรษฐกิจมีการกู้ยืมสินเชื่อกันมากขึ้นส่งผลให้มีเงินสะพัดมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ค่าเงินบามมีสภาวะที่แข็งตัว(เกิดสภาวะเงินเฟ้อ) ส่งผลให้เศรษฐกิจมีความชะลอตัวถึงกับหยุดชะงัก ทำให้ประเทศต้องเผชิญกับสภาวะที่ขาดดุล สิ่งนี้จะเห็นได้ชัดจากเหตุการณ์ที่ผ่านมานี้เองซึ่งประเทศไทยได้ประสบกกับปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า
-ผลเสียที่มีต่อประชาชน ที่เห็นได้ชัดก็เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาลงทำให้บางบริษัทต้องปิดกิจการ ทำให้ประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก มีอัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น สินค้าและบริการมีราคาเพิ่มมากขึ้น แต่เงินหายากทำให้บางครอบครัวมีรายได้ที่ลดน้อยลง ส่งผลให้เกิดอาชญากรรมและมีผลต่อประเทศต่อไป
แนวทางแก้ไข การแก้ไขนั้นอาจทำได้ไม่ยากถ้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีการชะลอการปล่อยสินเชื่อ หรือไม่ก็ปล่อยสินเชื่อในกรณีเท่าที่จำเป็น คือปล่อยเท่าที่เห็นสมควร การปล่อยสินเชื่อก็นึกถึงประชาชนและประเทศชาติบ้างไม่ควรปล่อยมากจนเกินไปและควรรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน
ข้อ 8 ตอบ ต่างกัน คือสินเชื่อธุรกิจอาจจะปล่อยกับภาคธุรกิจ เช่น ปล่อยกับบริษัทที่ขาดเงินทุนหมุนเวียน แต่ สินเชื่อบุคคลอาจจะปล่อยเป็นรายบุคคลซึ่งไม่จำเป็นต้องมีธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามการปล่อยสินเชื่อก็ต้องนึกถึงหลักความจริงคือปล่อยแต่เท่าที่สมควร
ข้อ 10 ตอบ สนับสนุน เพราะจากเท่าที่เห็นมาธนาคารพาณิชน์มีการปล่อยสินเชื่อกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อการลงทุน เป็นต้น ซึ่งทำให้ประชาชนในปัจจุบันมีการขอสินเชื่อกันมากขึ้น ทำให้ธนาคารพาณิชย์ออกมาให้บริการด้านการเงินกันมากขึ้น
2.ตอบ มีผลเสีย เพราะการที่ปล่อยสินเชื่อไปโดยขาดความรู้และข้อมูลที่แท้จริงจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียตามมาได้ เช่นการปล่อยวงเงินสินเชื่อให้กับนักลงทุนที่ทำธุรกิจแล้วธุรกิจเกิดปัญหาไม่สามารถนำเงินมาชำระหนี้ได้ทำให้เกิดปัยหาหนี้เสียตามมา
แนวทางการแก้ไข คือการจะปล่อยสินเชื่อนั้นจะต้องมีความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องมาประกอบกับการพิจารณาการให้สินเชื่อในแต่ละครั้งเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้
8.ตอบ ต่างกัน เพราะการปล่อยสินเชื่อธุรกิจจะมีความเสี่ยงมากกว่าการปล่อยสินเชื่อบุคคล เพราะสินเชื่อธุรกิจจะต้องใช้วงเงินกู้มากกว่า ส่วนการปล่อยสินเชื่อให้กับบุคคลนั้นจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะโดยทั่วไปแล้วสินเชื่อบุคคลจะกู้เงินไปเพื่อซื้อบ้านที่อยู่อาศัย และรถยนต์เป็นต้น วงเงินการปล่อยสินเชื่อก็จะน้อยกว่าสินเชื่อธุรกิจ
10.ตอบ สนับสนุนการให้สินเชื่อ เพราะต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญเติบโตและขยายตัวไปในทางที่ดีขึ้น และต้องการให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีเงินหมุนเวียนภายในประเทสมากยิ่งขึ้น
1.ตอบ มีผลดีเพื่อได้สนองความต้องการของประชากรสร้างความเจริญสะดวกสบายให้กับสังคม ประชาชนรู้จักการออมเพื่อประกอบธุรกิจต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจก็มีการขยายตัวมีสภาพคล่องมีกำไรมากขึ้น
2. ตอบ มีข้อเสีย คือ ถ้าระบบเศรษฐกิจและประชาชนเกิดนำเงินกู้ไปเพื่อการเก็งกำไร ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยและไม่สามารถชำระคืนเงินได้ ก็ส่งผลเสียต่อสถาบันการเงินเป็นอย่างมาก ธุรกิจไม่มีการการขยายตัวเศรษฐกิจย้ำแย่ ข้าวยากหมากแพงส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก
3. ตอบ มีความเหมือนกันกับหน้าที่ในองค์กรธุรกิจอื่น เพราะมีการวางแผน มีการจัดหาบุคลากร มีการควบคุม มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ มีการรับผิดชอบงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งความประสบผลสำเร็จในเป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้ในองค์กรของเรา
4. ตอบ มีแนวทางในการปฏิบัติงานคือ จะต้องมีใจรักงาน มีความซื่อสัตย์ต่อองค์กร มีความรอบคอบ มีความคล่องแคล่วว่องไว มีความรู้ที่ตรงกับสายงาน มีความใจเมตตา ยุติธรรมและสุจริต
5. ตอบ ปัจจุบันควรมีการควบคุมสินเชื่อให้ดีมากกว่าเพราะช่วงนี้เศรษฐกิจก็อยู่ในช่วงที่ไม่ได้อยู่ในวิกฤต ถ้าเรามีการควบคุมสินเชื่อไม่ปล่อยกู้มากเกินความสามารถของผู้กู้ มีกฎหมายเข้ามาควบคุมดูแล ก็จะทำให้เศรษฐกิจเป็นไปอย่างเหมาะสม
6. ตอบ สองกิจการนี้มีวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อที่ไม่แตกต่างกันเพราะกิจการทั้งสองนี้ต่างก็มุ่งที่จะแสวงหาผลกำไรเหมือนกัน
7. ตอบ ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายการให้สินเชื่อคือ กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโบยภาครัฐบาล
8. ตอบ ต่างกันเพราะสินเชื่อธุรกิจต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงจากหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้อย่างรอบคอบเนื่องจากธุรกิจมีขนาดใหญ่กว่าบุคคลอาจจะต้องมีหลักฐานมีหลักประกันที่นำมาวิเคราะห์มากกว่าเพราะธุรกิจมีขนาดใหญ่อาจส่งผลเสียต่อสถาบันการเงินมากกว่าบุคคล
9. ตอบ ก็จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสำหรับผู้ที่กู้ยืม ผ่อนนาน สำหรับผู้ที่ฝากปรจำก็ให้ดอกเบี้ยสูง มีการจัดการด้านการบริการที่ดีไม่ว่าจะเป็นพนักงานเครื่องดื่มของแถมแจกช่วงจัดรายการต่างๆ มีโปรโมชั่นโดยมีสิ่งของสมนาคุณให้เพื่อจูงใจลูกค้าให้มากขึ้น
10. ตอบ คิดว่าสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชนไม่ว่าจะเป็นการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นดอกเบี้ยต่ำ การปล่อยสินเชื่อกู้ยืมโครงการสร้างบ้าน การปล่อยสินเชื่อ หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งล้านบาทเพื่อกระจายสภาพคล่องทางการเงินสู่ชนบท
ข้อ2.
ผลเสียของระบบสินเชื่อต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนมีบ้างหรือไม่ ถ้ามีจงยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม และโปรดเสนอแนวทางแก้ไข
ตอบ ผลเสียของสินเชื่อที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของไทยคือ ปริมาณการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจที่สร้างปัญหา อาทิเช่น ธนาคารปล่อยสินเชื่อในปริมาณที่มาก ในสภาวะที่ประเทศกำลังก่อตัวสู่สภาวะเงินเฟ้อหรือกำลังเฟ้อในระดับปานกลาง 5% พอธนาคารได้ปล่อนสินเชื่อในปริมาณที่มาก เพื่อผลประโยชน์ของธนาคาร แต่กลับสร้างปัญหาให้ระบบเศรษฐกิจ และประชาชนโดยรวม คือจากเงินเฟ้อที่ในอยู่ในระดับปานกลางกลับก่อตัวเพิ่มขึ้นในระดับรุนแรง มากกว่า 5% ขึ้นไป สร้างปัญหาในระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก อาทิเช่น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงมาก เพราะค่าเงินบาทลดลง เนื่องจากมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากเกินไป วิธีที่จะแก้ไขได้ก็คือ รัฐบาลควรออกพันธบัตรออกจำหน่ายเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการลดปริมานเงินในระบบเศรษฐกิจให้ลดลง , รัฐบาลควรเพิ่มอัตราเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ เพื่อลดปริมาณเงินสดสำรองส่วนเกินให้น้อยลง เป็นการลดปริมาณการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ และรัฐบาลควรตรวจสอบการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์อีกทางหนึ่งด้วย
ส่วนกรณีปัญหาของสภาวะเงินฟืด คือมีปริมาณการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจน้อยเกินไป อาทิเช่น เหตุการณ์วิกฤตการณ์ ปี 40 หรือภาวะฟองสบู่แตก คือเหตุการณ์ในตอนนั้นเกิดจากการลงทุนในตลาดหุ้น และหลายๆปัจจัยร่วมกัน คือในตลาดหุ้นมีการปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับหุ้น และมีการปั่นหุ้น ทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้น พอราคาหุ้นสูงขึ้นมากก็ทำให้ฟองสบู่แตก คือชาวต่างชาติที่มาลงทุนหุ้นในประเทศไทยรีบขายหุ้นกันหมด เพราะว่ากลัวขาดทุนมาก และประชาชนในประเทศไทยก็พากันขายหุ้นออกหมดเหมือนกัน เลยทำให้ปริมาณเงินลงทุนภายในประเทศลดลงเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจมีการหมุนเวียนในระดับที่น้อยลงเป็นอย่างมาก ในส่วนของระบบสินเชื่อก็ลดการปล่อยสินเชื่อน้อยลง เพราะประชาชนฝากเงินน้อยลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ และสถาการณ์ในขณะนั้น ธนาคารก็มีเงินในระบบน้อยลง และเกรงว่าจะเกิดหนี้สูญ เนื่องจากค่าแรงงานก็ต่ำลง ประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก พอเกิดปัญหาในระบบเศรษฐกิจอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงของปัญหาในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากธนาคารไม่ยอมปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น วิธีแก้ไขปัญหาภาวะเงินฝืดคือ รัฐบาลควรซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล เพื่อให้มีปริมาณการหมุนเวียนของเงินเพิ่มมากขึ้น , รัฐบาลควรลดอัตราเงินสดสำรอง เพื่อให้ธนาคารมีเงินสดสำรองส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อสู่ระบบเพิ่มขึ้น และธนาคารควรสนับสนุนให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อแก่ระบบเศรษฐกิจในจำนวนมากขึ้น เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ และ มีเงินหมุนเวียนภายในระบบเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
ข้อ8.
ท่านคิดว่าการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจกับสินเชื่อบุคคลต่างกันหรือไม่ จงอภิปราย
ตอบ การพิจารณาสินเชื่อธุรกิจจะต่างจากการพิจารณาสินเชื่อบุคคล เพราะว่าการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ เป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนภายในระบบเศรษฐกิจ ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในส่วนนี้รัฐบาลจะส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อมาก โดยเฉพาะธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว แต่จะเน้นให้ปล่อยสินเชื่อให้น้อยลงในที่ธุรกิจเน้นการเก็งกำไร ที่ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น และธุรกิจที่มีภาพลักษณ์ไม่ดีต่อสังคม
ส่วนการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจบุคคลจะเป็นการปล่อยสินเชื่อให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป เพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น มีธุรกรรมการซื้อขายเพิ่มขึ้น เป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดธุรกรรมการซื้อขายภายในระบบเศรษฐกิจขึ้น มีเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นเช่นกัน รัฐบาลไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้เงินเกินตัว แต่ธนาคารกลับชอบเพราะผลประโยชน์ที่จะได้รับนั่นก็คือดอกเบี้ย โดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตที่ธนาคารจะได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการรวมถึงดอกเบี้ยด้วย ซึ่งเป็นจำนวนที่มาก ทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อในส่วนนี้มาก แต่สินเชื่อก็มีอัตราความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน แต่ธนาคารก็จะพิจารณาที่ละเอียด เพราะความน่าเชื่อถือจะต่างจากสินเชื่อธุรกิจ กิจการธุรกิจจะมีความน่าเชื่อถือที่มากกว่า เพราะมีการจดทะเบียนนิติบุคคล มีสถานที่ตั้งที่แน่นอน ส่วนสินเชื่อบุคคล ส่วนใหญ่หนี้สูญจะเกิดจากการขอสินเชื่อบุคคล เพราะฉะนั้นธนาคารจึงพิจารณาอย่างละเอียดก่อนการปล่อยสินเชื่อทุกครั้ง
ข้อ3.
ท่านคิดว่าธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชนหรือไม่อย่างไร
ตอบ ธนาคารพาณิชย์ให้การสนับสนุน จะเห็นได้จากการลดอัตราดอกเบี้ยให้น้อยลง ซึ่งเป็นการช่วยกระตุ้นให้ประชาชนหันมาขอสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีเงินมาใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคมากขึ้น ทำให้ในระบบเศรษฐกิจเกิดธุรกรรมการซื้อขายในปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้มีปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นเป็นอย่างมาก
ข้อสุดท้าย ที่พิมพ์ว่าข้อ 3. คือข้อ10. พิมพ์ผิดค่ะ!
1.การมีระบบสินเชื่อมีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชน คือ ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นักธุรกิจมียอดขายสินค้าหรือบริการมากขึ้น ตลาดมีการขายยตัวเพิ่มขึ้น
2.ผลเสีย การปล่อยสินเชื่อโดยการขาดความรู้นั้นจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียมากขึ้น
3.ต่างจากองค์กรอื่น คือ ผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาลูกค้าเพื่ออนุมัติสินเชื่อให้ลูกหนี้ มีการตามเก็บหรือรับชำระหนี้ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย ค่างวด รวมถึงเอกสารสำคัญติดต่อกับหน่วยงานภายในและภายนอก
4.ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายไปก่อน ให้ทำอะไรก็ทำแต่ต้องดูว่างานที่สั่งนั้นดีหรือไม่ดี ควรพิจารณาก่อนด้วย
5.ในปัจจุบันมีการควบคุมสินเชื่อได้ดีกว่า เพราะการพิจารณาสินเชื่อในปัจจุบันธนาคารจะพิจารณาลูกค้าทุกรายจากสำนักงานใหญ่เท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติทางเศรรษฐกิจเหมือนปี 2540อีก
6.กิจการค้าปลีกและค้าส่งไม่ต่างกันทั้ง 2 กิจการก็มุ่งที่เพิ่มปริมาณการขาย ซึ่งส่งผลให้กิจการมีกำไรเพิ่มขึ้น
7.กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโบยภาครัฐบาล
8.ต่างกัน คือ สินเชื่อธุรกิจ พนักงานสินเชื่อจะไปพบลูกค้าที่สถานประกอบกิจการของลูกค้า เพื่อสัมภาษณ์ขอหลักฐานทางการเงิน ผลการดำเนินงานที่จำเป็นในทางกฏหมายมาพิจารณาสินเชื่อ ส่วนสินเชื่อบุคคล มักจะเป็นลูกค้ารายย่อย จะกรอกข้อมูลส่วนตัว ฐานะทางการเงิน เพื่อขอซื้อบ้านหรือทำการค้าขนาดเล็กๆ เพื่อตรวจสอบประวัติและพิจารณา
9.หาลูกค้ารายใหม่โดย ลูกค้า walk in ให้พนักงานสินเชื่อทำงานด้านการตลาดสินเชื่อเพื่อเสนอบริการสู่ลูกค้าเป้าหมาย
10.ปัจจุบันธนาคารพานิชย์ให้การสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชน ธนาคารมีการให้สินเชื่อที่หลากหลายสำหรับประชาชน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย รถยนต์ เป็นต้น
ข้อ2 ตอบ...มี ถ้าการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ ก็ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชน เช่น การที่ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ามากเกินไป โดยไม่ได้ศึกษารายละเอียดประวัติของลูกค้าให้ดี รวมไปถึงความสามารถในการผ่อนส่งเงินคืน เช่นธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าไปลงทุนในธุรกิจ แต่ธุรกิจไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี ก็ทำให้ขาดทุน และไม่สามารถชำระเงินแกทางธนาคาร ธนาคารเกิดหนี้สูญ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับลูกค้าหลายๆราย ธนาคารก็จะประสบปัญหาขาดทุน อาจต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากต่างประเทศ เหมือนกับคั้งที่ประเทศไทยเคยประสบปัญหานี้มาแล้วเมื่อปี40 เกิดปัญหาเศรษฐกิจ ข้าวยาหมากแพงส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวมอย่างแน่นอน
แนวทางแก้ไข ต้องควบคุมตัวองค์กรในการปล่อยเชื่อให้มีการใช้ข้อมุลที่ทันต่อเหตุการณ์ต่างๆมีการวางแผนที่ชัดเจนเพื่อที่จะให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ตามที่ว่างไว้ การพัฒนาตัวบุคคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความสามารถให้มากขึ้นการส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อที่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และประชาชน ให้มากขึ้น
ข้อ8 ต่างกันตรงสินเชื่อธุรกิจความเสี่ยงค่อนข้างที่จะสูงกว่า เพราะขอไปทำธุรกิจ ถ้าเกิดบริหารจัดการไม่ดีก็อาจประสบปัญหาขาดทุนได้ ส่วนสินเชื่อบุคคลส่วนใหญ่เป็นการกู้เงินเพื่อไปซื้อบ้านซื้อรถ เน้นไปทางปัจจัย4 ความเสี่ยงจะน้อยกว่า
ข้อ10 สนับสนุนในการให้สินเชื่อ เพราะการให้สินเชื่อกับประชาชนเป็นรากฐานในทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงเป็การระจายรายได้ ประชาชนขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนก็เท่ากับว่าส่งเสริมเศรษฐกิจให้มีการเจริญเติบโตทำให้ธนาคารมีเงินไหลเวียนในระบบมากขึ้น ธนาคารก็มีรายได้จากการปล่อยกู้ยืมเงินและเมื่อมีการลงทุนประชาชนก็มีรายได้และนำเงินมาฝากกับธนาคาร ธนาคารก็นำเงินฝากของประชาชนปล่อยกู้สินเชื่อต่อไปได้อีกในที่สุดก็เป็นผลดีต่อทั้งธนาราคพาณิชย์เองและกับประชาชน รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศ
2.ตอบ มีข้อเสีย คือ การที่พนักงานปล่อยสินเชื่อทำงานโดยที่ขาดความรู้ความสามารถและข้อมูลที่ถูกต้องเช่นถ้าปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ามากๆและเมื่อถึงเวลาชำระหนี้ลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้อาจทำให้เกิดหนี้เสียหรือหนี้สูญและอาจส่งผลถึงการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจได้
แนวทางแก้ไขคือทางธนาคารหรือธุรกิจการปล่อยสินเชื่อต้องจัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่ตรงกับสายงานและก่อนที่จะปล่อยสินเชื่อพนักงานควรตรวจสอบข้อมูลและความถูกต้องให้ชัดเจนเพื่อจะได้ไม่ทำให้เกิดผลเสียขึ้น
8.ตอบ ต่างกัน เพราะในการปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจจะมีความเสี่ยงมากกว่าการปล่อยสินเชื่อบุคคลเพราะการกู้ของสินเชื่อธุรกิจจะกู้ในวงเงินที่มากซึ่งเมื่อธุรกิจไม่สามารถชำระเงินได้ก็จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าสินเชื่อบุคคลที่มักจะกู้ในวงเงินที่น้อยส่วนมากก็จะกู้เพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์เป็นต้น
10.ตอบ สนับสนุนการให้สินเชื่อกับประชาชนสังเกตุจากการที่ธนาคารจะลดอัตราดอกเบี้ยเช่นการปล่อยสินเชื่อมากดอกเบี้ยต่ำซึ่งจะกระตุ้นให้ประชาชนกู้เงินกับแบงค์มากขึ้นจึงส่งผลให้แบงค์มีเงินหมุนเวียนมากซึ่งส่งผลดีให้ทั้งกับธนาคารเองและเศรษฐกิจด้วย
ข้อ 2 ตอบ
ข้อ 8 ตอบ
ต่างกัน เพราะในการปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจจะมีความเสี่ยงมากกว่าการปล่อยสินเชื่อบุคคลเพราะการกู้ของสินเชื่อธุรกิจจะกู้ในวงเงินที่มากซึ่งเมื่อธุรกิจไม่สามารถชำระเงินได้ก็จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าสินเชื่อบุคคลที่มักจะกู้ในวงเงินที่น้อยส่วนมากก็จะกู้เพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์เป็นต้น
ข้อ 10 ตอบ
สนับสนุนในการให้สินเชื่อ เพราะการให้สินเชื่อกับประชาชนเป็นรากฐานในทางเศรษฐกิจพื้นฐานเมื่อประชาชนขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนก็เท่ากับว่าส่งเสริมให้ธุรกิจมีการเจริญเติบโตทำให้ธนาคารมีเงินไหลเวียนในระบบมากขึ้นเมื่อมีเงินไหลเวียนธนาคารก็มีรายได้จากการปล่อยกู้ยืมเงินและเมื่อมีการลงทุนประชาชนก็มีรายได้และนำเงินมาฝากกับธนาคาร ธนาคารก็นำเงินฝากของประชาชนปล่อยกู้สินเชื่อต่อไปได้อีกในที่สุดก็เป็นผลดีต่อทั้งธนาราคพาณิชย์เองและกับประชาชนด้วย
ข้อ 2) ตอบ
ผลเสียต่อประชาชน คือ ทำให้ประชาชนเป็นคนฟุ่มเฟือย ไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ไม่มีมาตราฐานในการครองชีพ และเมื่อทำการกู้ยืมแล้วไม่สามารถชำระได้ตามสัญญาก็จะส่งผลให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ต่อระบบเศรษฐกิจไทย
ข้อ 8) ตอบ
สินเชื่อธุรกิจ(Business Credit) เป็นสินเชื่อที่องค์กรธุรกิจกู้มาเพื่อใช้ในการทำการค้า การลงทุน การอุตสาหกรรมต่างๆ
หลักการพิจารณาที่ควรดู คือ ธุรกิจนั้นมีความต้องการของตลาดมากน้อยเพียงใด กระทำการอันผิดกฎหมายหรือไม่ ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด
สินเชื่อบุคคล ส่วนใหญ่จะใช้ในการอุ)โภคบริโภค (Consumer Credit) เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต เช่น ปัจจัย 4 และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ
หลักการพิจารณา คือ มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ตรงต่อเวลาหรือไม่ มีบุคคลคำประกันหรือเปล่า
ข้อ 10) ตอบ
ในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต่างก็ยกกลเม็ดในการให้สินเชื่อไม่ว่าจะเป็น การให้บริการที่ประทับใจ เสนอดอกเบี้ยในราคาที่ตำ และให้วงเงินกู้ 100 %
คำถามประจำบทที่ 1
ข้อ1.ตอบ การมีระบบสินเชื่อมีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจช่วยแก้ปัญหามาตรฐานการครองชีพของประชาชนเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์และสร้างความสะดวกสบายให้กับสังคม
ข้อ2.ตอบ มี ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงสภาวะที่ระบบเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวถ้าหากธนาคารปล่อยสินเชื่อมากเกินไปอาจมีประชาชนที่หวังผลจากการขอสินเชื่อไปเพื่อการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยหรือการเก็งกำไรแต่อาจเกิดปัญหาทางการเงินทำให้ไม่สามารถชำระคืนตามสัญญากะบธนาคารได้แนวทางแก้ไขคือ การอนุมัติให้สินเชื่อในแต่ละครั้งควรพิจารณาให้รอบคอบรวมทั้งความมั่นคงทางการเงินของลูกค้า
ข้อ3.ตอบ หน้าที่ในการจัดการสินเชื่อมีความเหมือนกับองค์กรธุรกิจในด้านการจัดการมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือการทำกำไรเข้าองคืกรให้ได้มากที่สุดื แต่การจัดการสินเชื่อจะต่างกับองคืกรธุรกิจคือการดำเนินงานที่จะให้ได้มาซึ่งกำไรจะต้องสังเกตสภาพแวดล้อมควบคู่กับดูข้อมูลกค้าก่อนที่จะให้สินเชื่อ
ข้อ4. ตอบ จะต้องมีการวางแผนกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานที่ดีโดยใช้หลักนโยบายของธนาคาร ซึ่งนโยบายแต่ละอย่างก็ควรที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ทันกับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและนอกองค์กร
ข้อ5. ตอบ มี ปัจจุบันเนื่องจากภาวะของระบบเศรษฐกิจในปีปัจุบันมีความแตกต่างจากปี 2539 ซึ่งเป็นช่วงที่มีวิกฤติทางการเงินและเนื่องจากปีปัจจุบันประชาชนมีระบบการเงินที่มั่นคงขึ้น ดังนั้นการควบคุมสินเชื่อของธนาคารก็เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
ข้อ6. ตอบ
ข้อ7. ตอบ กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโบยภาครัฐบาล
ข้อ8. ตอบ ถ้าสินเชื่อธุรกิจ ต้องพิจารณาจากข้อมูลหลายๆแหล่งและต้องดูสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันและหาข้อมูลที่สำคัญเพื่อนำมาพิจารณาการให้สินเชื่อ แต่สินเชื่อบุคคลจะต้องมาดูข้อมูลประวัติของบุคคลซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลไม่ซับว้อนและยุ่งยาก
ข้อ9. ตอบ จากแหล่งท้องถิ่นของลูกค้ารายเก่า หรือในท้องถิ่นของธนาคารคู่แข่ง
ข้อ10. ตอบ สนับสนุน เพราะว่าจะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจการขายและบริการสูงขึ้นดังนั้นก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจมีผลดีตามไปด้วยเช่นกัน
ข้อ2.ตอบ
ผลเสียของระบบสินเชื่อจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนถึงการให้สิ่นเชื่อจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจแต่การให้สินเชื่อจะต้องคำนึงถึงหลายๆด้าน เช่น สภาพเศรษฐกิจในขณะนั้น เพราะการให้สินเชื่อจะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจดังนั้นถ้าหากมีการให้สินเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น หากธนาคารพาณิชย์มีการให้สินเชื่อกับธุรกิจในปริมาณมากในภาวะเงินเฟ้อก็จะส่งผลให้ยิ่งมีเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นก็จะยิ่งทำให้ภาวะเงินเฟ้อมีเพิ่มมากขึ้น หรือถ้าหากมีการให้สินเชื่อที่น้อยเกินไปก็จะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจไม่มีการขยายตัว
แนวทางการแก้ไข ให้คำนึงถึงสภาพของเศรษฐกิจในขณะนั้นว่ามีสภาพคล่องมากน้อยเพียงใดจะสามารถให้สินเชื่อได้มากน้อยเพียงใด
ข้อ 8. ตอบ
ต่างกันการให้สินเชื่อกับธุรกิจจะมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากการทำธุรกิจจะต้องใช้เงินจำนวนมากส่วนการให้สินเชื่อบุคคลจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าเพราะจะนำไปใช้ในการซื้อรถ ซื้อบ้าน จำนวนเงินน้อยกว่า
ข้อ 10. ตอบ
ธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันให้การสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชนจะเห็นได้จากการลดอัตราดอกเบี้ยและจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวเนื่องจากประชาชนมีการใช้จ่ายมากขึ้น
1. ตอบ มีผลดีต่อประชาชน เพราะบางครั้งประชนชนที่ยังขาดแคลนกำลังทรัพย์ประชาชนยังสามารถที่ใช้ระบบสินเชื่อได้เพื่อที่จะสร้างความมั่นคงให้กับตนเองได้
2. ตอบ มี เช่น ถ้าทางธนาคารเกิดการปล่อยสินเชื่อมากเกินไป ก็อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความเคยตัวใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ก็อาจทำให้ประชาชนไม่สามารถชำระคืนตามสัญญาก็เป็นได้
3. ตอบ หน้าที่ที่เหมือนกันก็คือต่างหวังผลกำไรด้วยกันทั้งคู่ แต่การจัดการสินเชื่อจะต่างกับองค์กรธุรกิจคือ การดำเนินงานที่จะให้ได้มาด้วยกำไรต้องศึกษาข้อมูลและสังเกตสภาพแวดล้อมไปด้วย
4. ตอบ เราอาจจะทำตามนโยบายของธนาคาร และเราก็ควรวางแผนงานกำหนดแนวทางที่ดีในการปฏิบัติงานเพื่อผลลัพท์ที่ดีต่อองค์กรและตัวเรา
5. ตอบ ปัจจุบันเพราะเนื่องจางสภาพเศรษฐกิจของ ปี 2539 นั้นอยู่ในช่วงเกิดปัญหาทางเศรฐกิจ แต่ปัจจุบันประชาชนมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงขึ้นทำให้ควบคุมสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
6. ตอบ คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย และปริมาณระยะเวลาในการให้สินเชื่อ
7. ตอบ กฎหมาย เงินทุน ลักษณะผู้ฝากเงิน นโยบายของรัฐบาล บุคลากร
8. ตอบ สินเชื่อธุรกิจอาจจะต้องพิจารณาจากหลายๆอย่าด้วยกัน แต่สินเชื่อบุคคลจะพิจารณาจากประวัติบุคคลหรือตัวบุคคลนั้นๆ
9. ตอบ อาจจะให้ลูกค้ารายเก่าช่วยแนะนำเพื่อนหรือคนในท้องถิ่นให้ หรืออาจจะเป็นในท้องถิ่นของเราเอง
10. ตอบ สบับสนุนเพราะทางธนาคารเองก็หวังจะให้ความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจดีขึ้นและก็หวังความเจริญขององค์กรด้วย
4. คิดว่าควรทำตามนโยบายองค์ให้ดีที่สุด มีแนวทางในการแก้ไขอย่างรอบคอม เพื่อจุดมุ่งที่ดีสำหรับองค์กร
5. คิดว่าปัจจุบันดีกว่า เพราะช่วง 2539 เป็นช่างวิกฤตเศรณฐกิจไทย ทำให้การให้สินเชื่อเป็นไปได้ลำบาก
6. คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย และปริมาณระยะเวลาในการให้สินเชื่อ
7. กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโบยภาครัฐบาล
8. ต่างกัน สินเชื่อธุรกิจจะพิจารณาจากหลายๆด้านแต่สินเชื่อบุคคลจะพิจารณาจากประวัติของบุคคลนั้นๆ
9. อาจจะเป็นเพื่อนของลูกค้ารายเก่าหรือคนในท้องถิ่นของเรา
10. สนันสนุนเพราะทางธนาคารเองก็อยากให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น และเป็นผลดีขององค์กร
# หัวข้อ
**ตัวหนา**
*ตัวเอียง*
[ลิงก์](url)

- รายการ
> อ้างอิง
ทราบแล้วค่ะ
ความหมายของสินเชื่อ
สินเชื่อมีความหมายคล้ายเงินตราที่เราใช้เป็นตัวแทนวัดมูลค่าสิ่งของที่จะซื้อหาแลกเปลี่ยนระหว่างกัน โดยมีสมมุติฐานว่า เมื่อฝ่ายหนึ่งส่งมอบสินค้าหรือบริการให้อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งก็คือลูกหนี้แล้ว ผู้ส่งมอบหรือเจ้าหนี้ย่อมคาดหวังว่า ลูกหนี้จะปฏิบัติตามข้อตกลงต่อกัน ว่าจะชำระราคาให้ตามวัน เวลา สถานที่ และจำนวนตามที่ได้ตกลงกัน
ความสำคัญของสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจ <p>การที่คนๆ หนึ่งเมื่อเรียนหนังสือจนสำเร็จการศึกษาและเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน ในฐานะลูกจ้าง หรือมนุษย์เงินเดือน ย่อมเป็นไปได้ยากมากที่จะเป็นเจ้าของปัจจัย 4 รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่คนนั้นต้องการได้ บางคนแม้ความสามารถสูงก็ต้องเก็บเงินเกือบทั้งชีวิต เพื่อที่จะได้เป็นเจ้าของบ้านสักหลังซึ่งอยู่บริเวณชานเมือง โดยไม่สามารถมีรถยนต์ส่วนตัวไว้ใช้สอย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคนนั้นหรือสังคมแห่งนั้น ยังไม่มีมาตรฐานการครองชีพที่ดี ผู้ประกอบการก็เช่นเดียวกัน การทำการค้าแบบเงินสดแต่เพียงอย่างเดียวเพื่อได้กำไรมาขยายกิจการต่อไป ยิ่งเป็นไปได้ยากเพราะจะทำได้ช้ามาก สินเชื่อจึงเป็นทางแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์และสร้างความเจริญสะดวกสบายให้กับสังคม ซึ่งการที่จะมีสินเชื่อก็จะต้องควบคู่ไปกับการที่มีผู้ออมเงินในระบบเศรษฐกิจ </p> <h2 style="margin: 0in 0in 0pt"> สรุป </h2> จะเห็นว่าการให้สินเชื่อมีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งในแง่ประชาชนผู้รับสินเชื่อ ธุรกิจที่ได้สินเชื่อเพื่อการค้าและผู้ให้สินเชื่อ คือธนาคารหรือผู้ขายสินค้า ในแง่ผู้ให้สินเชื่อจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างดี กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานให้เข้าใจกันในทุกระดับขององค์กร และมีวัตถุประสงค์ ในการให้สินเชื่อที่ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าเป็นกิจการธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบภายนอกที่กำกับดูแลอยู่ด้วย เพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องและบรรลุวัตถุประสงค์ของธนาคารต่อไป <p>ขอให้นักศึกษาที่รักทุกคนส่งการบ้านบทนี้ข้อ 2 ,8,10 ก่อน21.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม 2550 ครับ</p>
คำถามประจำบทที่1
1. ตอบ มีบ้างเล้กน้อย คือ
- ถ้าข้อมูลการวิเคราะห์เเละการตัดสินใจอนุมัตืสินเชื่อไม่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ครบถ้วน หรืออาจไม่ตรงกับความเป็นจริง ก้ออาจจะทำให้ตัดสินใจไปบนข้อมูลที่ไม่มีความเหมาะสม
-ปัญหาเกี่ยวกับการปรับองค์กร วิธีการทำงาน เเนวทางเเก้ไขคือ พนักงานสินเชื่อต้องทำการตลาด เพื่อเเสวงหาโอกาสในธุรกิจ เเละต้องท่ำงานอย่างมีระบบ มิใช่อยู่เฉยๆให้ลูกค้าเข้ามา คือต้องทำความรู้จักกับตลาดเป็นอย่างดี
การควบคุมเเละการบริหารสินเชื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไข คือ ถ้าไม่ควบคุมให้ดี ก็จะมีปัญหา โดยหลักการคือ ถ้าคิดว่าไม่สามารถควบคุมลูกค้าให้อยู่ในกรอบไม่ได้ ก้ไม่ควรจะเป็นสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติตั้งเเต่เริ่ม
8. ตอบ ไม่ต่างกัน เพราะ มีความสัมพันธ์กันทั้ง2 ด้าน ทั้งประชาชน เเละธุรกิจ คือเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์เเละสร้างความเจริญสะดวกสบายให้กับสังคม ซึ่งการที่จะมีสินเชื่อก็จะต้องควบคู่ไปกับการที่มีผู้ออมเงินในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นก็จะทำให้สังคมได้รับประโยชน์ทั้ง 2 ด้าน คือ ประชาชนรู้จักการออมเเละมีวินัยในการชำระคืนหนี้สินที่ได้ก่อขึ้นมา
10. ตอบ ให้ เพราะ ธนาคารไทยพานิชย์จะเป็นธนาคารที่ให้ความสนใจในเรื่องของคุณภาพสินทรัพย์ ถ้าพนักงานสินเชื่อไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ ธนาคารก็จะเกิดปัญหาไม่มีเงินฝากใหม่เข้ามาให้ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้
คำถามบทที่1
2.ตอบ มีข้อเสีย คือ
-ปัญหาการที่ระบบสินเชื่อขาดความรู้ความเข้าถึงภาวะต่างๆในขณะที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ เช่น ผลเสียจากการปล่อยสินเชื่อน้อยเกินไปในคณะที่เศรษฐกิจเกิดภาวะเงินฝืด เพราะในช่วงภาวะเงินฝืดช่วงนี้เป็นช่วงที่ธุรกิจเกิดการซบเซาทำให้ผุ้ประกอบการต่างๆต้องการเงินเพื่อไปหมุนเวียนในกิจการทำให้ต้องหาทางเพื่อเปลี่ยนสินค้าให้เป็นเงินทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียและการปล่อยสินเชื่อที่ลดลงอยู่แล้วลดลงไปอีกเป็นทำให้ภาคธุรกิจต้องปิดตัวลง ประชาชนไม่มีเงินจับจ่ายซื้อสินค้าอีกด้วย
-ปัญหาที่เกิดจากการที่ปล่อยสินเชื่อโดยขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ผู้ปล่อยสินเชื่อทำงานไม่รอบคอบขาดความรู้ทางด้านการปล่อยเงินกู้ ระบบการปล่อยสินเชื่อที่เก่าล้าสมัย เป็นผลทำให้เกิดหนี้เสียทำให้เศรษฐกิจเกิดเกิดการเติบโตล้าช้าประชาชนเป็นหนี้มากขึ้น ธนาคารมิสามารถเรียกเก็บหนี้ได้
-แนวทางแก้ไข การควบคุมตัวองค์กรในการปล่อยเชื่อให้มีการใช้ข้อมุลที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ต่างๆมีการวางแผนที่ชัดเจนเพื่อที่จะให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ตามที่ว่างไว้ การพัฒนาตัวบุคคลให้มีความรู้ความสามารถให้มากขึ้นการส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อที่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และประชาชน ให้มากขึ้น
8.ตอบ ต่างกัน คือ การปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจกับการปล่อยสินเชื่อบุคคลต่างกันตรงที่การปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจนั้นอาจมีความเสี่ยงสูงมากกว่าการปล่อยสินเชื่อบุคคล การปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจนั้นเป็นการขอสินเชื่อให้วงเงินที่สูงส่วนใหญ่จะไว้หมุนเวี่ยนกับกิจการของตนจึงมีความเสียงที่สูงมากเมื่อกิจการนั้นล้มลงหรือไม่สามารถใช้หนี้ได้ ต่างกับการที่ปล่อยสินเชื่อกับบุคคลที่ส่วนใหญ่จะปล่อยสินเชื่อให้กับการกู้ซื้อ บ้าน รถ เครื่องใช้ต่างๆภายในบ้านที่มีวงเงินกู้ที่ต่ำกว่าและมีความเสี่ยงน้อยกว่า
10.ตอบ สนับสนุนในการให้สินเชื่อ เพราะการให้สินเชื่อกับประชาชนเป็นรากฐานในทางเศรษฐกิจพื้นฐานเมื่อประชาชนขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนก็เท่ากับว่าส่งเสริมให้ธุรกิจมีการเจริญเติบโตทำให้ธนาคารมีเงินไหลเวียนในระบบมากขึ้นเมื่อมีเงินไหลเวียนธนาคารก็มีรายได้จากการปล่อยกู้ยืมเงินและเมื่อมีการลงทุนประชาชนก็มีรายได้และนำเงินมาฝากกับธนาคาร ธนาคารก็นำเงินฝากของประชาชนปล่อยกู้สินเชื่อต่อไปได้อีกในที่สุดก็เป็นผลดีต่อทั้งธนาราคพาณิชย์เองและกับประชาชนด้วย
คำถามบทที่1
2.ตอบ มีข้อเสีย
ปัญหาการที่เกิดจากการปล่อยสินเชื่อโดยขาดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องทำให้เกิดผลเสีย เช่น ผลเสียกรณีสินเชื่อการเกษตรที่ธนาคารไมสามารถควบคุมลูกค้าได้ทำให้การเรียกเก็บหนีได้ยากเป็นผลเสียทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ช้า
แนวทางในการแก้ปัญหาคือในการปล่อยสินเชื่อนั้นต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์มีการวางแผนที่ดีการจัดบุคคลให้ตรงกับสายงานและมีความรู้ความสามารถก็จะสามารถควบคุมองค์กรการปล่อยสินเชื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้
8.ตอบ ต่างกันคือการปล่อยสินเชื่อธุรกิจเป็นธุรกิจนขาดใหญ่ต้องใช้เงินทุนในการหมุนเวียนมากความเสี่ยงจึงมีมากขึ้นถ้าหากกิจการเกิดล้มลงต่างกับการปล่อยสินเชื่อบุคคลมีวงเงินที่น้อยกว่าและความเสี่ยงก้อมีน้อยด้วย
10.ตอบ สนับสนุนการให้สินเชื่อเพราะการให้สินเชื่อกับประชาชนเป็นการทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตมากขึ้นและการให้สินเชื่อนั้นจะทำให้ประชาชนรู้จักออมเงินไว้กับธนาคารเพื่อที่ตัวเองจะได้มาขอสินเชื่อไปใช้ในการทำกิจการเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเองและการฝากเงินของประชาชนธนาคารก็สามารถเอาเงินนี้ไปใช้ในการปล่อยเงินกู้ได้อีกทำให้เกิดผลดีต่อธนาคารและประชาชนและทำให้เศรษฐกิจเจริญต่อไป
คำถามบทที่1
คำตอบมีดังนี้
1.มีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนคือช่วยสนองความต้องการของมนุษย์และสร้างความเจริญความสะดวกสะบายให้กับสังคม ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พ่อค้านักธุรกิจมียอดขายสินค้าหรือบริการมากขึ้น มีกำไรมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจก็มีความเจริญแข็งแกร่งขึ้น
2. ผลเสียก็มีอยู่บ้างคือ มีการกูไปเพื่อการเก็งกำไร ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย แล้วไม่สามารถชำระคืนได้ตามสัญญา ก็จะเกิดวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายต่อระบบเศรษฐกิจ ดังที่กรณีวิกฤตการณ์ทางการเงินในภมิภาคเอเชียในปี พ.ศ.2540 เป็นต้น
3.หน้าที่ในการจัดการสินเชื่อ มีความเหมือนกับหน้าที่ในองค์กรธรุกิจอื่น คือ มีการวางแผน การจัดองค์กร การจัดอัตรากำลังคน การจัดสายการบังคับบัญชา และมีการควบคุม
4.มีแนวทางในการปฏิบัติงาน คือ จะต้องมีความรอบคอบ กระตือรือร้น ซื่อสัตย์ ต้องได้รับการอบรมความรู้ในงานอย่างสม่ำเสมอ คำนึงถึงจริยธรรมทั้งต่อองค์กร ต่อผู้ร่วมอาชีพเดียวกัน ต่อลูกค้า ต่อส้งคมส่วนรวม และมีคุณธรรม
5. คิดว่า ปัจจุบันน่าจะเหมาะสมมากกว่า เพราะเป็นข้อมูลที่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ล้าสมัย
6. กิจการค้าปลีกและค้าส่งมีวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อที่ไม่ต่างกัน เพราะต่างก็มุ่งเพิ่มปริมาณการขาย ซึ่งส่งผลให้มีกำไรเพิ่มขึ้นด้วย
7. ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายการให้สินเชื่อ ได้แก่ กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะของผู้ฝากกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโยบายของภาครัฐ
8. ไม่ต่างกัน เพราะการพิจารณาสินเชื่อทั้งของธรุกิจ และของบุคคลนั้นต่างต้องให้ความสนใจมากในเรื่องของคูฃุณภาพสินทรัพย์ ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อต้องทันเหตุการณ์ ครบถ้วนเหมาะสม ต้องมีหลักประกัน ต้องมีการเจรจาต่อรอง และดำรงจุดยืนของธนาคาร
9. จะแสวงหาลูกค้ารายใหม่ จากงานเปิดตัวสินค้าหรือบริการของธุรกิจใหม่ที่เข้ามาสู่ตลาดเศรษฐกิจ ซึ่งในงานก็จะมีผู้ที่ประกอบธุรกิจอื่นๆเข้ามาร่วมด้วย แล้วเรก็จะไปพูดคุยกับพวกเขา
10. คิดว่าสนับสนุน เพราะต้องการให้ประชาชนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้นำเงินไปใช้จ่าย ไปลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ระบบเศรษฐกิจก็จะมีเงินหมุนเวียนมากขึ้น เศรษฐก็จะดีขึ้น
คำถามบทที่ 1
ข้อ 2 ตอบ มีบ้างคือ
-ผลเสียของระบบสินเชื่อที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทำให้ในเศรษฐกิจมีการกู้ยืมสินเชื่อกันมากขึ้นส่งผลให้มีเงินสะพัดมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ค่าเงินบามมีสภาวะที่แข็งตัว(เกิดสภาวะเงินเฟ้อ) ส่งผลให้เศรษฐกิจมีความชะลอตัวถึงกับหยุดชะงัก ทำให้ประเทศต้องเผชิญกับสภาวะที่ขาดดุล สิ่งนี้จะเห็นได้ชัดจากเหตุการณ์ที่ผ่านมานี้เองซึ่งประเทศไทยได้ประสบกกับปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า
-ผลเสียที่มีต่อประชาชน ที่เห็นได้ชัดก็เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาลงทำให้บางบริษัทต้องปิดกิจการ ทำให้ประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก มีอัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น สินค้าและบริการมีราคาเพิ่มมากขึ้น แต่เงินหายากทำให้บางครอบครัวมีรายได้ที่ลดน้อยลง ส่งผลให้เกิดอาชญากรรมและมีผลต่อประเทศต่อไป
แนวทางแก้ไข การแก้ไขนั้นอาจทำได้ไม่ยากถ้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีการชะลอการปล่อยสินเชื่อ หรือไม่ก็ปล่อยสินเชื่อในกรณีเท่าที่จำเป็น คือปล่อยเท่าที่เห็นสมควร การปล่อยสินเชื่อก็นึกถึงประชาชนและประเทศชาติบ้างไม่ควรปล่อยมากจนเกินไปและควรรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน
ข้อ 8 ตอบ ต่างกัน คือสินเชื่อธุรกิจอาจจะปล่อยกับภาคธุรกิจ เช่น ปล่อยกับบริษัทที่ขาดเงินทุนหมุนเวียน แต่ สินเชื่อบุคคลอาจจะปล่อยเป็นรายบุคคลซึ่งไม่จำเป็นต้องมีธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามการปล่อยสินเชื่อก็ต้องนึกถึงหลักความจริงคือปล่อยแต่เท่าที่สมควร
ข้อ 10 ตอบ สนับสนุน เพราะจากเท่าที่เห็นมาธนาคารพาณิชน์มีการปล่อยสินเชื่อกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อการลงทุน เป็นต้น ซึ่งทำให้ประชาชนในปัจจุบันมีการขอสินเชื่อกันมากขึ้น ทำให้ธนาคารพาณิชย์ออกมาให้บริการด้านการเงินกันมากขึ้น
2.ตอบ มีผลเสีย เพราะการที่ปล่อยสินเชื่อไปโดยขาดความรู้และข้อมูลที่แท้จริงจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียตามมาได้ เช่นการปล่อยวงเงินสินเชื่อให้กับนักลงทุนที่ทำธุรกิจแล้วธุรกิจเกิดปัญหาไม่สามารถนำเงินมาชำระหนี้ได้ทำให้เกิดปัยหาหนี้เสียตามมา
แนวทางการแก้ไข คือการจะปล่อยสินเชื่อนั้นจะต้องมีความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องมาประกอบกับการพิจารณาการให้สินเชื่อในแต่ละครั้งเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมาได้
8.ตอบ ต่างกัน เพราะการปล่อยสินเชื่อธุรกิจจะมีความเสี่ยงมากกว่าการปล่อยสินเชื่อบุคคล เพราะสินเชื่อธุรกิจจะต้องใช้วงเงินกู้มากกว่า ส่วนการปล่อยสินเชื่อให้กับบุคคลนั้นจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะโดยทั่วไปแล้วสินเชื่อบุคคลจะกู้เงินไปเพื่อซื้อบ้านที่อยู่อาศัย และรถยนต์เป็นต้น วงเงินการปล่อยสินเชื่อก็จะน้อยกว่าสินเชื่อธุรกิจ
10.ตอบ สนับสนุนการให้สินเชื่อ เพราะต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเจริญเติบโตและขยายตัวไปในทางที่ดีขึ้น และต้องการให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีเงินหมุนเวียนภายในประเทสมากยิ่งขึ้น
1.ตอบ มีผลดีเพื่อได้สนองความต้องการของประชากรสร้างความเจริญสะดวกสบายให้กับสังคม ประชาชนรู้จักการออมเพื่อประกอบธุรกิจต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจก็มีการขยายตัวมีสภาพคล่องมีกำไรมากขึ้น
2. ตอบ มีข้อเสีย คือ ถ้าระบบเศรษฐกิจและประชาชนเกิดนำเงินกู้ไปเพื่อการเก็งกำไร ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยและไม่สามารถชำระคืนเงินได้ ก็ส่งผลเสียต่อสถาบันการเงินเป็นอย่างมาก ธุรกิจไม่มีการการขยายตัวเศรษฐกิจย้ำแย่ ข้าวยากหมากแพงส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก
3. ตอบ มีความเหมือนกันกับหน้าที่ในองค์กรธุรกิจอื่น เพราะมีการวางแผน มีการจัดหาบุคลากร มีการควบคุม มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ มีการรับผิดชอบงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งความประสบผลสำเร็จในเป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้ในองค์กรของเรา
4. ตอบ มีแนวทางในการปฏิบัติงานคือ จะต้องมีใจรักงาน มีความซื่อสัตย์ต่อองค์กร มีความรอบคอบ มีความคล่องแคล่วว่องไว มีความรู้ที่ตรงกับสายงาน มีความใจเมตตา ยุติธรรมและสุจริต
5. ตอบ ปัจจุบันควรมีการควบคุมสินเชื่อให้ดีมากกว่าเพราะช่วงนี้เศรษฐกิจก็อยู่ในช่วงที่ไม่ได้อยู่ในวิกฤต ถ้าเรามีการควบคุมสินเชื่อไม่ปล่อยกู้มากเกินความสามารถของผู้กู้ มีกฎหมายเข้ามาควบคุมดูแล ก็จะทำให้เศรษฐกิจเป็นไปอย่างเหมาะสม
6. ตอบ สองกิจการนี้มีวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อที่ไม่แตกต่างกันเพราะกิจการทั้งสองนี้ต่างก็มุ่งที่จะแสวงหาผลกำไรเหมือนกัน
7. ตอบ ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายการให้สินเชื่อคือ กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโบยภาครัฐบาล
8. ตอบ ต่างกันเพราะสินเชื่อธุรกิจต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงจากหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้อย่างรอบคอบเนื่องจากธุรกิจมีขนาดใหญ่กว่าบุคคลอาจจะต้องมีหลักฐานมีหลักประกันที่นำมาวิเคราะห์มากกว่าเพราะธุรกิจมีขนาดใหญ่อาจส่งผลเสียต่อสถาบันการเงินมากกว่าบุคคล
9. ตอบ ก็จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสำหรับผู้ที่กู้ยืม ผ่อนนาน สำหรับผู้ที่ฝากปรจำก็ให้ดอกเบี้ยสูง มีการจัดการด้านการบริการที่ดีไม่ว่าจะเป็นพนักงานเครื่องดื่มของแถมแจกช่วงจัดรายการต่างๆ มีโปรโมชั่นโดยมีสิ่งของสมนาคุณให้เพื่อจูงใจลูกค้าให้มากขึ้น
10. ตอบ คิดว่าสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชนไม่ว่าจะเป็นการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นดอกเบี้ยต่ำ การปล่อยสินเชื่อกู้ยืมโครงการสร้างบ้าน การปล่อยสินเชื่อ หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งล้านบาทเพื่อกระจายสภาพคล่องทางการเงินสู่ชนบท
ข้อ2.
ผลเสียของระบบสินเชื่อต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนมีบ้างหรือไม่ ถ้ามีจงยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม และโปรดเสนอแนวทางแก้ไข
ตอบ ผลเสียของสินเชื่อที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของไทยคือ ปริมาณการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจที่สร้างปัญหา อาทิเช่น ธนาคารปล่อยสินเชื่อในปริมาณที่มาก ในสภาวะที่ประเทศกำลังก่อตัวสู่สภาวะเงินเฟ้อหรือกำลังเฟ้อในระดับปานกลาง 5% พอธนาคารได้ปล่อนสินเชื่อในปริมาณที่มาก เพื่อผลประโยชน์ของธนาคาร แต่กลับสร้างปัญหาให้ระบบเศรษฐกิจ และประชาชนโดยรวม คือจากเงินเฟ้อที่ในอยู่ในระดับปานกลางกลับก่อตัวเพิ่มขึ้นในระดับรุนแรง มากกว่า 5% ขึ้นไป สร้างปัญหาในระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก อาทิเช่น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงมาก เพราะค่าเงินบาทลดลง เนื่องจากมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากเกินไป วิธีที่จะแก้ไขได้ก็คือ รัฐบาลควรออกพันธบัตรออกจำหน่ายเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการลดปริมานเงินในระบบเศรษฐกิจให้ลดลง , รัฐบาลควรเพิ่มอัตราเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ เพื่อลดปริมาณเงินสดสำรองส่วนเกินให้น้อยลง เป็นการลดปริมาณการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ และรัฐบาลควรตรวจสอบการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์อีกทางหนึ่งด้วย
ส่วนกรณีปัญหาของสภาวะเงินฟืด คือมีปริมาณการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจน้อยเกินไป อาทิเช่น เหตุการณ์วิกฤตการณ์ ปี 40 หรือภาวะฟองสบู่แตก คือเหตุการณ์ในตอนนั้นเกิดจากการลงทุนในตลาดหุ้น และหลายๆปัจจัยร่วมกัน คือในตลาดหุ้นมีการปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับหุ้น และมีการปั่นหุ้น ทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้น พอราคาหุ้นสูงขึ้นมากก็ทำให้ฟองสบู่แตก คือชาวต่างชาติที่มาลงทุนหุ้นในประเทศไทยรีบขายหุ้นกันหมด เพราะว่ากลัวขาดทุนมาก และประชาชนในประเทศไทยก็พากันขายหุ้นออกหมดเหมือนกัน เลยทำให้ปริมาณเงินลงทุนภายในประเทศลดลงเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจมีการหมุนเวียนในระดับที่น้อยลงเป็นอย่างมาก ในส่วนของระบบสินเชื่อก็ลดการปล่อยสินเชื่อน้อยลง เพราะประชาชนฝากเงินน้อยลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ และสถาการณ์ในขณะนั้น ธนาคารก็มีเงินในระบบน้อยลง และเกรงว่าจะเกิดหนี้สูญ เนื่องจากค่าแรงงานก็ต่ำลง ประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก พอเกิดปัญหาในระบบเศรษฐกิจอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงของปัญหาในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากธนาคารไม่ยอมปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น วิธีแก้ไขปัญหาภาวะเงินฝืดคือ รัฐบาลควรซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล เพื่อให้มีปริมาณการหมุนเวียนของเงินเพิ่มมากขึ้น , รัฐบาลควรลดอัตราเงินสดสำรอง เพื่อให้ธนาคารมีเงินสดสำรองส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อสู่ระบบเพิ่มขึ้น และธนาคารควรสนับสนุนให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อแก่ระบบเศรษฐกิจในจำนวนมากขึ้น เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ และ มีเงินหมุนเวียนภายในระบบเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
ข้อ8.
ท่านคิดว่าการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจกับสินเชื่อบุคคลต่างกันหรือไม่ จงอภิปราย
ตอบ การพิจารณาสินเชื่อธุรกิจจะต่างจากการพิจารณาสินเชื่อบุคคล เพราะว่าการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ เป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนภายในระบบเศรษฐกิจ ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในส่วนนี้รัฐบาลจะส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อมาก โดยเฉพาะธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว แต่จะเน้นให้ปล่อยสินเชื่อให้น้อยลงในที่ธุรกิจเน้นการเก็งกำไร ที่ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น และธุรกิจที่มีภาพลักษณ์ไม่ดีต่อสังคม
ส่วนการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจบุคคลจะเป็นการปล่อยสินเชื่อให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป เพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น มีธุรกรรมการซื้อขายเพิ่มขึ้น เป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดธุรกรรมการซื้อขายภายในระบบเศรษฐกิจขึ้น มีเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นเช่นกัน รัฐบาลไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้เงินเกินตัว แต่ธนาคารกลับชอบเพราะผลประโยชน์ที่จะได้รับนั่นก็คือดอกเบี้ย โดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตที่ธนาคารจะได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการรวมถึงดอกเบี้ยด้วย ซึ่งเป็นจำนวนที่มาก ทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อในส่วนนี้มาก แต่สินเชื่อก็มีอัตราความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน แต่ธนาคารก็จะพิจารณาที่ละเอียด เพราะความน่าเชื่อถือจะต่างจากสินเชื่อธุรกิจ กิจการธุรกิจจะมีความน่าเชื่อถือที่มากกว่า เพราะมีการจดทะเบียนนิติบุคคล มีสถานที่ตั้งที่แน่นอน ส่วนสินเชื่อบุคคล ส่วนใหญ่หนี้สูญจะเกิดจากการขอสินเชื่อบุคคล เพราะฉะนั้นธนาคารจึงพิจารณาอย่างละเอียดก่อนการปล่อยสินเชื่อทุกครั้ง
ข้อ3.
ท่านคิดว่าธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชนหรือไม่อย่างไร
ตอบ ธนาคารพาณิชย์ให้การสนับสนุน จะเห็นได้จากการลดอัตราดอกเบี้ยให้น้อยลง ซึ่งเป็นการช่วยกระตุ้นให้ประชาชนหันมาขอสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีเงินมาใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคมากขึ้น ทำให้ในระบบเศรษฐกิจเกิดธุรกรรมการซื้อขายในปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้มีปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นเป็นอย่างมาก
ข้อสุดท้าย ที่พิมพ์ว่าข้อ 3. คือข้อ10. พิมพ์ผิดค่ะ!
1.การมีระบบสินเชื่อมีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชน คือ ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นักธุรกิจมียอดขายสินค้าหรือบริการมากขึ้น ตลาดมีการขายยตัวเพิ่มขึ้น
2.ผลเสีย การปล่อยสินเชื่อโดยการขาดความรู้นั้นจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียมากขึ้น
3.ต่างจากองค์กรอื่น คือ ผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาลูกค้าเพื่ออนุมัติสินเชื่อให้ลูกหนี้ มีการตามเก็บหรือรับชำระหนี้ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย ค่างวด รวมถึงเอกสารสำคัญติดต่อกับหน่วยงานภายในและภายนอก
4.ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายไปก่อน ให้ทำอะไรก็ทำแต่ต้องดูว่างานที่สั่งนั้นดีหรือไม่ดี ควรพิจารณาก่อนด้วย
5.ในปัจจุบันมีการควบคุมสินเชื่อได้ดีกว่า เพราะการพิจารณาสินเชื่อในปัจจุบันธนาคารจะพิจารณาลูกค้าทุกรายจากสำนักงานใหญ่เท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติทางเศรรษฐกิจเหมือนปี 2540อีก
6.กิจการค้าปลีกและค้าส่งไม่ต่างกันทั้ง 2 กิจการก็มุ่งที่เพิ่มปริมาณการขาย ซึ่งส่งผลให้กิจการมีกำไรเพิ่มขึ้น
7.กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโบยภาครัฐบาล
8.ต่างกัน คือ สินเชื่อธุรกิจ พนักงานสินเชื่อจะไปพบลูกค้าที่สถานประกอบกิจการของลูกค้า เพื่อสัมภาษณ์ขอหลักฐานทางการเงิน ผลการดำเนินงานที่จำเป็นในทางกฏหมายมาพิจารณาสินเชื่อ ส่วนสินเชื่อบุคคล มักจะเป็นลูกค้ารายย่อย จะกรอกข้อมูลส่วนตัว ฐานะทางการเงิน เพื่อขอซื้อบ้านหรือทำการค้าขนาดเล็กๆ เพื่อตรวจสอบประวัติและพิจารณา
9.หาลูกค้ารายใหม่โดย ลูกค้า walk in ให้พนักงานสินเชื่อทำงานด้านการตลาดสินเชื่อเพื่อเสนอบริการสู่ลูกค้าเป้าหมาย
10.ปัจจุบันธนาคารพานิชย์ให้การสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชน ธนาคารมีการให้สินเชื่อที่หลากหลายสำหรับประชาชน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย รถยนต์ เป็นต้น
ข้อ2 ตอบ...มี ถ้าการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ ก็ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชน เช่น การที่ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ามากเกินไป โดยไม่ได้ศึกษารายละเอียดประวัติของลูกค้าให้ดี รวมไปถึงความสามารถในการผ่อนส่งเงินคืน เช่นธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าไปลงทุนในธุรกิจ แต่ธุรกิจไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี ก็ทำให้ขาดทุน และไม่สามารถชำระเงินแกทางธนาคาร ธนาคารเกิดหนี้สูญ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับลูกค้าหลายๆราย ธนาคารก็จะประสบปัญหาขาดทุน อาจต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากต่างประเทศ เหมือนกับคั้งที่ประเทศไทยเคยประสบปัญหานี้มาแล้วเมื่อปี40 เกิดปัญหาเศรษฐกิจ ข้าวยาหมากแพงส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวมอย่างแน่นอน
แนวทางแก้ไข ต้องควบคุมตัวองค์กรในการปล่อยเชื่อให้มีการใช้ข้อมุลที่ทันต่อเหตุการณ์ต่างๆมีการวางแผนที่ชัดเจนเพื่อที่จะให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ตามที่ว่างไว้ การพัฒนาตัวบุคคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความสามารถให้มากขึ้นการส่งเสริมการปล่อยสินเชื่อที่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และประชาชน ให้มากขึ้น
ข้อ8 ต่างกันตรงสินเชื่อธุรกิจความเสี่ยงค่อนข้างที่จะสูงกว่า เพราะขอไปทำธุรกิจ ถ้าเกิดบริหารจัดการไม่ดีก็อาจประสบปัญหาขาดทุนได้ ส่วนสินเชื่อบุคคลส่วนใหญ่เป็นการกู้เงินเพื่อไปซื้อบ้านซื้อรถ เน้นไปทางปัจจัย4 ความเสี่ยงจะน้อยกว่า
ข้อ10 สนับสนุนในการให้สินเชื่อ เพราะการให้สินเชื่อกับประชาชนเป็นรากฐานในทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงเป็การระจายรายได้ ประชาชนขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนก็เท่ากับว่าส่งเสริมเศรษฐกิจให้มีการเจริญเติบโตทำให้ธนาคารมีเงินไหลเวียนในระบบมากขึ้น ธนาคารก็มีรายได้จากการปล่อยกู้ยืมเงินและเมื่อมีการลงทุนประชาชนก็มีรายได้และนำเงินมาฝากกับธนาคาร ธนาคารก็นำเงินฝากของประชาชนปล่อยกู้สินเชื่อต่อไปได้อีกในที่สุดก็เป็นผลดีต่อทั้งธนาราคพาณิชย์เองและกับประชาชน รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศ
2.ตอบ มีข้อเสีย คือ การที่พนักงานปล่อยสินเชื่อทำงานโดยที่ขาดความรู้ความสามารถและข้อมูลที่ถูกต้องเช่นถ้าปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ามากๆและเมื่อถึงเวลาชำระหนี้ลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้อาจทำให้เกิดหนี้เสียหรือหนี้สูญและอาจส่งผลถึงการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจได้
แนวทางแก้ไขคือทางธนาคารหรือธุรกิจการปล่อยสินเชื่อต้องจัดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่ตรงกับสายงานและก่อนที่จะปล่อยสินเชื่อพนักงานควรตรวจสอบข้อมูลและความถูกต้องให้ชัดเจนเพื่อจะได้ไม่ทำให้เกิดผลเสียขึ้น
8.ตอบ ต่างกัน เพราะในการปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจจะมีความเสี่ยงมากกว่าการปล่อยสินเชื่อบุคคลเพราะการกู้ของสินเชื่อธุรกิจจะกู้ในวงเงินที่มากซึ่งเมื่อธุรกิจไม่สามารถชำระเงินได้ก็จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าสินเชื่อบุคคลที่มักจะกู้ในวงเงินที่น้อยส่วนมากก็จะกู้เพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์เป็นต้น
10.ตอบ สนับสนุนการให้สินเชื่อกับประชาชนสังเกตุจากการที่ธนาคารจะลดอัตราดอกเบี้ยเช่นการปล่อยสินเชื่อมากดอกเบี้ยต่ำซึ่งจะกระตุ้นให้ประชาชนกู้เงินกับแบงค์มากขึ้นจึงส่งผลให้แบงค์มีเงินหมุนเวียนมากซึ่งส่งผลดีให้ทั้งกับธนาคารเองและเศรษฐกิจด้วย
คำถามบทที่ 1
ข้อ 2 ตอบ
-ผลเสียของระบบสินเชื่อที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทำให้ในเศรษฐกิจมีการกู้ยืมสินเชื่อกันมากขึ้นส่งผลให้มีเงินสะพัดมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ค่าเงินบามมีสภาวะที่แข็งตัว(เกิดสภาวะเงินเฟ้อ) ส่งผลให้เศรษฐกิจมีความชะลอตัวถึงกับหยุดชะงัก ทำให้ประเทศต้องเผชิญกับสภาวะที่ขาดดุล สิ่งนี้จะเห็นได้ชัดจากเหตุการณ์ที่ผ่านมานี้เองซึ่งประเทศไทยได้ประสบกกับปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า
-ผลเสียที่มีต่อประชาชน ที่เห็นได้ชัดก็เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาลงทำให้บางบริษัทต้องปิดกิจการ ทำให้ประชาชนตกงานเป็นจำนวนมาก มีอัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น สินค้าและบริการมีราคาเพิ่มมากขึ้น แต่เงินหายากทำให้บางครอบครัวมีรายได้ที่ลดน้อยลง ส่งผลให้เกิดอาชญากรรมและมีผลต่อประเทศต่อไป
ข้อ 8 ตอบ
ต่างกัน เพราะในการปล่อยสินเชื่อทางธุรกิจจะมีความเสี่ยงมากกว่าการปล่อยสินเชื่อบุคคลเพราะการกู้ของสินเชื่อธุรกิจจะกู้ในวงเงินที่มากซึ่งเมื่อธุรกิจไม่สามารถชำระเงินได้ก็จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าสินเชื่อบุคคลที่มักจะกู้ในวงเงินที่น้อยส่วนมากก็จะกู้เพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์เป็นต้น
ข้อ 10 ตอบ
สนับสนุนในการให้สินเชื่อ เพราะการให้สินเชื่อกับประชาชนเป็นรากฐานในทางเศรษฐกิจพื้นฐานเมื่อประชาชนขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนก็เท่ากับว่าส่งเสริมให้ธุรกิจมีการเจริญเติบโตทำให้ธนาคารมีเงินไหลเวียนในระบบมากขึ้นเมื่อมีเงินไหลเวียนธนาคารก็มีรายได้จากการปล่อยกู้ยืมเงินและเมื่อมีการลงทุนประชาชนก็มีรายได้และนำเงินมาฝากกับธนาคาร ธนาคารก็นำเงินฝากของประชาชนปล่อยกู้สินเชื่อต่อไปได้อีกในที่สุดก็เป็นผลดีต่อทั้งธนาราคพาณิชย์เองและกับประชาชนด้วย
ข้อ 2) ตอบ
ผลเสียต่อประชาชน คือ ทำให้ประชาชนเป็นคนฟุ่มเฟือย ไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ไม่มีมาตราฐานในการครองชีพ และเมื่อทำการกู้ยืมแล้วไม่สามารถชำระได้ตามสัญญาก็จะส่งผลให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ต่อระบบเศรษฐกิจไทย
ข้อ 8) ตอบ
สินเชื่อธุรกิจ(Business Credit) เป็นสินเชื่อที่องค์กรธุรกิจกู้มาเพื่อใช้ในการทำการค้า การลงทุน การอุตสาหกรรมต่างๆ
หลักการพิจารณาที่ควรดู คือ ธุรกิจนั้นมีความต้องการของตลาดมากน้อยเพียงใด กระทำการอันผิดกฎหมายหรือไม่ ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด
สินเชื่อบุคคล ส่วนใหญ่จะใช้ในการอุ)โภคบริโภค (Consumer Credit) เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต เช่น ปัจจัย 4 และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ
หลักการพิจารณา คือ มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ตรงต่อเวลาหรือไม่ มีบุคคลคำประกันหรือเปล่า
ข้อ 10) ตอบ
ในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต่างก็ยกกลเม็ดในการให้สินเชื่อไม่ว่าจะเป็น การให้บริการที่ประทับใจ เสนอดอกเบี้ยในราคาที่ตำ และให้วงเงินกู้ 100 %
คำถามประจำบทที่ 1
ข้อ1.ตอบ การมีระบบสินเชื่อมีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจช่วยแก้ปัญหามาตรฐานการครองชีพของประชาชนเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์และสร้างความสะดวกสบายให้กับสังคม
ข้อ2.ตอบ มี ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงสภาวะที่ระบบเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวถ้าหากธนาคารปล่อยสินเชื่อมากเกินไปอาจมีประชาชนที่หวังผลจากการขอสินเชื่อไปเพื่อการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยหรือการเก็งกำไรแต่อาจเกิดปัญหาทางการเงินทำให้ไม่สามารถชำระคืนตามสัญญากะบธนาคารได้แนวทางแก้ไขคือ การอนุมัติให้สินเชื่อในแต่ละครั้งควรพิจารณาให้รอบคอบรวมทั้งความมั่นคงทางการเงินของลูกค้า
ข้อ3.ตอบ หน้าที่ในการจัดการสินเชื่อมีความเหมือนกับองค์กรธุรกิจในด้านการจัดการมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือการทำกำไรเข้าองคืกรให้ได้มากที่สุดื แต่การจัดการสินเชื่อจะต่างกับองคืกรธุรกิจคือการดำเนินงานที่จะให้ได้มาซึ่งกำไรจะต้องสังเกตสภาพแวดล้อมควบคู่กับดูข้อมูลกค้าก่อนที่จะให้สินเชื่อ
ข้อ4. ตอบ จะต้องมีการวางแผนกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานที่ดีโดยใช้หลักนโยบายของธนาคาร ซึ่งนโยบายแต่ละอย่างก็ควรที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ทันกับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและนอกองค์กร
ข้อ5. ตอบ มี ปัจจุบันเนื่องจากภาวะของระบบเศรษฐกิจในปีปัจุบันมีความแตกต่างจากปี 2539 ซึ่งเป็นช่วงที่มีวิกฤติทางการเงินและเนื่องจากปีปัจจุบันประชาชนมีระบบการเงินที่มั่นคงขึ้น ดังนั้นการควบคุมสินเชื่อของธนาคารก็เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
ข้อ6. ตอบ
ข้อ7. ตอบ กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโบยภาครัฐบาล
ข้อ8. ตอบ ถ้าสินเชื่อธุรกิจ ต้องพิจารณาจากข้อมูลหลายๆแหล่งและต้องดูสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันและหาข้อมูลที่สำคัญเพื่อนำมาพิจารณาการให้สินเชื่อ แต่สินเชื่อบุคคลจะต้องมาดูข้อมูลประวัติของบุคคลซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลไม่ซับว้อนและยุ่งยาก
ข้อ9. ตอบ จากแหล่งท้องถิ่นของลูกค้ารายเก่า หรือในท้องถิ่นของธนาคารคู่แข่ง
ข้อ10. ตอบ สนับสนุน เพราะว่าจะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจการขายและบริการสูงขึ้นดังนั้นก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจมีผลดีตามไปด้วยเช่นกัน
ข้อ2.ตอบ
ผลเสียของระบบสินเชื่อจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนถึงการให้สิ่นเชื่อจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจแต่การให้สินเชื่อจะต้องคำนึงถึงหลายๆด้าน เช่น สภาพเศรษฐกิจในขณะนั้น เพราะการให้สินเชื่อจะมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจดังนั้นถ้าหากมีการให้สินเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น หากธนาคารพาณิชย์มีการให้สินเชื่อกับธุรกิจในปริมาณมากในภาวะเงินเฟ้อก็จะส่งผลให้ยิ่งมีเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นก็จะยิ่งทำให้ภาวะเงินเฟ้อมีเพิ่มมากขึ้น หรือถ้าหากมีการให้สินเชื่อที่น้อยเกินไปก็จะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจไม่มีการขยายตัว
แนวทางการแก้ไข ให้คำนึงถึงสภาพของเศรษฐกิจในขณะนั้นว่ามีสภาพคล่องมากน้อยเพียงใดจะสามารถให้สินเชื่อได้มากน้อยเพียงใด
ข้อ 8. ตอบ
ต่างกันการให้สินเชื่อกับธุรกิจจะมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากการทำธุรกิจจะต้องใช้เงินจำนวนมากส่วนการให้สินเชื่อบุคคลจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าเพราะจะนำไปใช้ในการซื้อรถ ซื้อบ้าน จำนวนเงินน้อยกว่า
ข้อ 10. ตอบ
ธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันให้การสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชนจะเห็นได้จากการลดอัตราดอกเบี้ยและจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวเนื่องจากประชาชนมีการใช้จ่ายมากขึ้น
คำถามประจำบทที่ 1
1. ตอบ มีผลดีต่อประชาชน เพราะบางครั้งประชนชนที่ยังขาดแคลนกำลังทรัพย์ประชาชนยังสามารถที่ใช้ระบบสินเชื่อได้เพื่อที่จะสร้างความมั่นคงให้กับตนเองได้
2. ตอบ มี เช่น ถ้าทางธนาคารเกิดการปล่อยสินเชื่อมากเกินไป ก็อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความเคยตัวใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ก็อาจทำให้ประชาชนไม่สามารถชำระคืนตามสัญญาก็เป็นได้
3. ตอบ หน้าที่ที่เหมือนกันก็คือต่างหวังผลกำไรด้วยกันทั้งคู่ แต่การจัดการสินเชื่อจะต่างกับองค์กรธุรกิจคือ การดำเนินงานที่จะให้ได้มาด้วยกำไรต้องศึกษาข้อมูลและสังเกตสภาพแวดล้อมไปด้วย
4. ตอบ เราอาจจะทำตามนโยบายของธนาคาร และเราก็ควรวางแผนงานกำหนดแนวทางที่ดีในการปฏิบัติงานเพื่อผลลัพท์ที่ดีต่อองค์กรและตัวเรา
5. ตอบ ปัจจุบันเพราะเนื่องจางสภาพเศรษฐกิจของ ปี 2539 นั้นอยู่ในช่วงเกิดปัญหาทางเศรฐกิจ แต่ปัจจุบันประชาชนมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงขึ้นทำให้ควบคุมสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
6. ตอบ คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย และปริมาณระยะเวลาในการให้สินเชื่อ
7. ตอบ กฎหมาย เงินทุน ลักษณะผู้ฝากเงิน นโยบายของรัฐบาล บุคลากร
8. ตอบ สินเชื่อธุรกิจอาจจะต้องพิจารณาจากหลายๆอย่าด้วยกัน แต่สินเชื่อบุคคลจะพิจารณาจากประวัติบุคคลหรือตัวบุคคลนั้นๆ
9. ตอบ อาจจะให้ลูกค้ารายเก่าช่วยแนะนำเพื่อนหรือคนในท้องถิ่นให้ หรืออาจจะเป็นในท้องถิ่นของเราเอง
10. ตอบ สบับสนุนเพราะทางธนาคารเองก็หวังจะให้ความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจดีขึ้นและก็หวังความเจริญขององค์กรด้วย
คำถามบทที่ 1
1.การมีระบบสินเชื่อมีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชน คือ ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นักธุรกิจมียอดขายสินค้าหรือบริการมากขึ้น ตลาดมีการขายยตัวเพิ่มขึ้น
2.ผลเสีย การปล่อยสินเชื่อโดยการขาดความรู้นั้นจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียมากขึ้น
3.ต่างจากองค์กรอื่น คือ ผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาลูกค้าเพื่ออนุมัติสินเชื่อให้ลูกหนี้ มีการตามเก็บหรือรับชำระหนี้ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย ค่างวด รวมถึงเอกสารสำคัญติดต่อกับหน่วยงานภายในและภายนอก
4. คิดว่าควรทำตามนโยบายองค์ให้ดีที่สุด มีแนวทางในการแก้ไขอย่างรอบคอม เพื่อจุดมุ่งที่ดีสำหรับองค์กร
5. คิดว่าปัจจุบันดีกว่า เพราะช่วง 2539 เป็นช่างวิกฤตเศรณฐกิจไทย ทำให้การให้สินเชื่อเป็นไปได้ลำบาก
6. คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย และปริมาณระยะเวลาในการให้สินเชื่อ
7. กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโบยภาครัฐบาล
8. ต่างกัน สินเชื่อธุรกิจจะพิจารณาจากหลายๆด้านแต่สินเชื่อบุคคลจะพิจารณาจากประวัติของบุคคลนั้นๆ
9. อาจจะเป็นเพื่อนของลูกค้ารายเก่าหรือคนในท้องถิ่นของเรา
10. สนันสนุนเพราะทางธนาคารเองก็อยากให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น และเป็นผลดีขององค์กร