คำถามบทที่1

คำตอบมีดังนี้

1.มีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนคือช่วยสนองความต้องการของมนุษย์และสร้างความเจริญความสะดวกสะบายให้กับสังคม ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พ่อค้านักธุรกิจมียอดขายสินค้าหรือบริการมากขึ้น มีกำไรมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจก็มีความเจริญแข็งแกร่งขึ้น

2. ผลเสียก็มีอยู่บ้างคือ มีการกูไปเพื่อการเก็งกำไร ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย แล้วไม่สามารถชำระคืนได้ตามสัญญา ก็จะเกิดวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายต่อระบบเศรษฐกิจ ดังที่กรณีวิกฤตการณ์ทางการเงินในภมิภาคเอเชียในปี    พ.ศ.2540 เป็นต้น

3.หน้าที่ในการจัดการสินเชื่อ มีความเหมือนกับหน้าที่ในองค์กรธรุกิจอื่น คือ มีการวางแผน การจัดองค์กร การจัดอัตรากำลังคน การจัดสายการบังคับบัญชา และมีการควบคุม

4.มีแนวทางในการปฏิบัติงาน คือ จะต้องมีความรอบคอบ  กระตือรือร้น ซื่อสัตย์ ต้องได้รับการอบรมความรู้ในงานอย่างสม่ำเสมอ คำนึงถึงจริยธรรมทั้งต่อองค์กร ต่อผู้ร่วมอาชีพเดียวกัน ต่อลูกค้า ต่อส้งคมส่วนรวม และมีคุณธรรม

5. คิดว่า ปัจจุบันน่าจะเหมาะสมมากกว่า เพราะเป็นข้อมูลที่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ล้าสมัย

6. กิจการค้าปลีกและค้าส่งมีวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อที่ไม่ต่างกัน เพราะต่างก็มุ่งเพิ่มปริมาณการขาย ซึ่งส่งผลให้มีกำไรเพิ่มขึ้นด้วย

7. ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายการให้สินเชื่อ ได้แก่ กฎหมาย  เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร  ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้  ลักษณะของผู้ฝากกับธนาคาร  ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ  นโยบายของภาครัฐ

8. ไม่ต่างกัน เพราะการพิจารณาสินเชื่อทั้งของธรุกิจ และของบุคคลนั้นต่างต้องให้ความสนใจมากในเรื่องของคูฃุณภาพสินทรัพย์  ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อต้องทันเหตุการณ์ ครบถ้วนเหมาะสม ต้องมีหลักประกัน ต้องมีการเจรจาต่อรอง     และดำรงจุดยืนของธนาคาร

9. จะแสวงหาลูกค้ารายใหม่ จากงานเปิดตัวสินค้าหรือบริการของธุรกิจใหม่ที่เข้ามาสู่ตลาดเศรษฐกิจ ซึ่งในงานก็จะมีผู้ที่ประกอบธุรกิจอื่นๆเข้ามาร่วมด้วย  แล้วเรก็จะไปพูดคุยกับพวกเขา

10.  คิดว่าสนับสนุน  เพราะต้องการให้ประชาชนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้นำเงินไปใช้จ่าย ไปลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ระบบเศรษฐกิจก็จะมีเงินหมุนเวียนมากขึ้น เศรษฐก็จะดีขึ้น