1.การมีระบบสินเชื่อมีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชน คือ ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นักธุรกิจมียอดขายสินค้าหรือบริการมากขึ้น ตลาดมีการขายยตัวเพิ่มขึ้น
2.ผลเสีย การปล่อยสินเชื่อโดยการขาดความรู้นั้นจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียมากขึ้น
3.ต่างจากองค์กรอื่น คือ ผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาลูกค้าเพื่ออนุมัติสินเชื่อให้ลูกหนี้ มีการตามเก็บหรือรับชำระหนี้ทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย ค่างวด รวมถึงเอกสารสำคัญติดต่อกับหน่วยงานภายในและภายนอก
4.ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านายไปก่อน ให้ทำอะไรก็ทำแต่ต้องดูว่างานที่สั่งนั้นดีหรือไม่ดี ควรพิจารณาก่อนด้วย
5.ในปัจจุบันมีการควบคุมสินเชื่อได้ดีกว่า เพราะการพิจารณาสินเชื่อในปัจจุบันธนาคารจะพิจารณาลูกค้าทุกรายจากสำนักงานใหญ่เท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติทางเศรรษฐกิจเหมือนปี 2540อีก
6.กิจการค้าปลีกและค้าส่งไม่ต่างกันทั้ง 2 กิจการก็มุ่งที่เพิ่มปริมาณการขาย ซึ่งส่งผลให้กิจการมีกำไรเพิ่มขึ้น
7.กฎหมาย เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ นโบยภาครัฐบาล
8.ต่างกัน คือ สินเชื่อธุรกิจ พนักงานสินเชื่อจะไปพบลูกค้าที่สถานประกอบกิจการของลูกค้า เพื่อสัมภาษณ์ขอหลักฐานทางการเงิน ผลการดำเนินงานที่จำเป็นในทางกฏหมายมาพิจารณาสินเชื่อ ส่วนสินเชื่อบุคคล มักจะเป็นลูกค้ารายย่อย จะกรอกข้อมูลส่วนตัว ฐานะทางการเงิน เพื่อขอซื้อบ้านหรือทำการค้าขนาดเล็กๆ เพื่อตรวจสอบประวัติและพิจารณา
9.หาลูกค้ารายใหม่โดย ลูกค้า walk in ให้พนักงานสินเชื่อทำงานด้านการตลาดสินเชื่อเพื่อเสนอบริการสู่ลูกค้าเป้าหมาย
10.ปัจจุบันธนาคารพานิชย์ให้การสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชน ธนาคารมีการให้สินเชื่อที่หลากหลายสำหรับประชาชน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย รถยนต์ เป็นต้น