1.ตอบ มีผลดีเพื่อได้สนองความต้องการของประชากรสร้างความเจริญสะดวกสบายให้กับสังคม  ประชาชนรู้จักการออมเพื่อประกอบธุรกิจต่างๆ  ในระบบเศรษฐกิจก็มีการขยายตัวมีสภาพคล่องมีกำไรมากขึ้น

2. ตอบ มีข้อเสีย คือ ถ้าระบบเศรษฐกิจและประชาชนเกิดนำเงินกู้ไปเพื่อการเก็งกำไร  ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยและไม่สามารถชำระคืนเงินได้ ก็ส่งผลเสียต่อสถาบันการเงินเป็นอย่างมาก ธุรกิจไม่มีการการขยายตัวเศรษฐกิจย้ำแย่  ข้าวยากหมากแพงส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก

3. ตอบ มีความเหมือนกันกับหน้าที่ในองค์กรธุรกิจอื่น เพราะมีการวางแผน  มีการจัดหาบุคลากร มีการควบคุม มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ มีการรับผิดชอบงาน เพื่อให้ได้มาซึ่งความประสบผลสำเร็จในเป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้ในองค์กรของเรา

4. ตอบ มีแนวทางในการปฏิบัติงานคือ จะต้องมีใจรักงาน มีความซื่อสัตย์ต่อองค์กร มีความรอบคอบ มีความคล่องแคล่วว่องไว  มีความรู้ที่ตรงกับสายงาน มีความใจเมตตา  ยุติธรรมและสุจริต

5. ตอบ ปัจจุบันควรมีการควบคุมสินเชื่อให้ดีมากกว่าเพราะช่วงนี้เศรษฐกิจก็อยู่ในช่วงที่ไม่ได้อยู่ในวิกฤต ถ้าเรามีการควบคุมสินเชื่อไม่ปล่อยกู้มากเกินความสามารถของผู้กู้ มีกฎหมายเข้ามาควบคุมดูแล ก็จะทำให้เศรษฐกิจเป็นไปอย่างเหมาะสม

6. ตอบ สองกิจการนี้มีวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อที่ไม่แตกต่างกันเพราะกิจการทั้งสองนี้ต่างก็มุ่งที่จะแสวงหาผลกำไรเหมือนกัน

7. ตอบ ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายการให้สินเชื่อคือ กฎหมาย  เงินทุนจดทะเบียนของธนาคาร  ความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้  ลักษณะผู้ฝากเงินกับธนาคาร  ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ  นโบยภาครัฐบาล

8. ตอบ ต่างกันเพราะสินเชื่อธุรกิจต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงจากหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้อย่างรอบคอบเนื่องจากธุรกิจมีขนาดใหญ่กว่าบุคคลอาจจะต้องมีหลักฐานมีหลักประกันที่นำมาวิเคราะห์มากกว่าเพราะธุรกิจมีขนาดใหญ่อาจส่งผลเสียต่อสถาบันการเงินมากกว่าบุคคล

9. ตอบ ก็จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสำหรับผู้ที่กู้ยืม ผ่อนนาน สำหรับผู้ที่ฝากปรจำก็ให้ดอกเบี้ยสูง มีการจัดการด้านการบริการที่ดีไม่ว่าจะเป็นพนักงานเครื่องดื่มของแถมแจกช่วงจัดรายการต่างๆ มีโปรโมชั่นโดยมีสิ่งของสมนาคุณให้เพื่อจูงใจลูกค้าให้มากขึ้น

10. ตอบ คิดว่าสนับสนุนการให้สินเชื่อต่อประชาชนไม่ว่าจะเป็นการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นดอกเบี้ยต่ำ  การปล่อยสินเชื่อกู้ยืมโครงการสร้างบ้าน  การปล่อยสินเชื่อ หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งล้านบาทเพื่อกระจายสภาพคล่องทางการเงินสู่ชนบท