หลายต่อหลายครั้ง..คนให้ความช่วยเหลือกลับต้องเป็นฝ่ายที่หงุดหงิดใจและโมโหเสียเอง.. จนหลายที..คนที่ได้รับความช่วยเหลือต้องมาเป็นฝ่ายปลอบให้ใจเย็น.. "..ที่ผ่านมาตั้งเกือบ 40 ปี ผมยังรอได้เลยครับ นี่อีกนิดเดียวไม่เป็นไรหรอกครับอาจารย์ ผมยังรอไหว.."

นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่หลายๆ คน ต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยความสำเร็จของการพิสูจน์ความมีสัญชาติไทยของพี่บ๊อบบี้ ความหวังที่เลือนลางปรากฏขึ้นอีกครั้ง ประมาณช่วงกลางปีที่แล้ว เมื่อพี่บ๊อบบี้ได้มีโอกาสพบกับคุณแม่ ความสำเร็จเหมือนมายืนรออยู่แล้วที่หน้าประตู หากเพียงแค่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความเป็นแม่-ลูกของทั้งคู่เท่านั้น ซึ่งหลักฐานที่จะมีน้ำหนักดีที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น การตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม หรือ DNA

ฟังแล้วก็ไม่น่ายาก แค่พี่บ๊อบบี้เดินจูงมือคุณแม่ไปโรงพยาบาลซักแห่งที่รับตรวจ อาจจะเจ็บตัวเล็กน้อย จากนั้นก็รอผลการตรวจอีกประมาณ 1 เดือน หากไม่มีอะไรผิดพลาด การทำเรื่องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรในฐานะคนสัญชาติไทย ก็คงจะใช้เวลาไม่เท่าไหร่ เมื่อหลักฐานชัดเจนเพียงพอ

แต่ราวกับว่า.. คนบนฟ้าต้องการจะทดสอบความอดทนของพี่บ๊อบบี้อีกครั้งหนึ่ง เรื่องราวจึงไม่ง่ายดายอย่างที่เข้าใจ

แต่อย่างน้อย ณ วันนี้ พี่บ๊อบบี้ก็ได้อดทนรอคอย จนสามารถพาทั้งคุณพ่อและคุณแม่ไปตรวจ DNA พร้อมกันได้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า..

เมื่อจัดแจงโทรไปขอทราบข้อมูล เพื่อเตรียมตัวก่อนที่จะไปตรวจ DNA ที่ "สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ" ก็ได้ความมาว่า..

"การตรวจ DNA เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงความมีสัญชาติไทย เพื่อยื่นเรื่องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรในฐานะคนสัญชาติไทย จะต้องเตรียมการดังนี้:

1. ติดต่อไปที่อำเภอที่ต้องการเพิ่มชื่อ เพื่อให้ทางอำเภอส่ง "หนังสือส่งตัว" มาที่สถาบันนิติเวชฯ

2. เตรียมสำเนาบัตรประชาชนของคุณพ่อและคุณแม่ ท่านละ 2 ใบ

เรื่องค่าใช้จ่าย เจ้าหน้าที่แจ้งว่า อยู่ที่คนละ 3,000 บาท อย่างกรณีพี่บ๊อบบี้ ตรวจทั้ง 3 คน พ่อ-แม่-ลูก ก็ 9,000 บาท ส่วนเรื่องระยะเวลาในการดำเนินการ จะอยู่ราวๆ 1 เดือน -  1 เดือน ครึ่ง"

คนที่ทุกข์ทรมานมากที่สุดกับการรอคอยครั้งนี้ ก็คงหนีไม่พ้น "พี่บ๊อบบี้" แต่คนที่ค่อยช่วยเหลือ เอาใจช่วยลุ้นอยู่ข้างหลัง ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่

หลายต่อหลายครั้ง..คนให้ความช่วยเหลือกลับต้องเป็นฝ่ายที่หงุดหงิดใจและโมโหเสียเอง.. จนหลายที..คนที่ได้รับความช่วยเหลือต้องมาเป็นฝ่ายปลอบให้ใจเย็น..

"..ที่ผ่านมาตั้งเกือบ 40 ปี ผมยังรอได้เลยครับ นี่อีกนิดเดียวไม่เป็นไรหรอกครับอาจารย์ ผมยังรอไหว.." 

หวังว่า..การรอคอยคงจะสิ้นสุดเสียทีในไม่ช้า..