หลายวันมาแล้ว
ที่เพื่อนส่งข่าวมา
บอกให้รู้ว่า...เพื่อนร่วมชั้นเรียน...สมัยมัธยมปลาย นัดหมายพบเจอเพื่อจะได้แลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบกัน...สถานที่คือโรงเรียนของพวกเรา เวลาคือเย็นย่ำของวันศุกร์ปลายเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้
ช่วงที่เพื่อนติดต่อมา เรากำลังทำเวทีอยู่ที่ลำปาง... ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนมากนัก... เพื่อนย้ำก่อนวางสายว่า... หากไม่ติดอะไร ตัวเองอย่าลืมมานะ ช่วยส่งข่าวบอกเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วยนะจ๊ะ แล้วเจอกันนะ
มาถึงวันนี้...เมื่อดูตารางนัดหมาย...บ่ายของวันศุกร์ที่ ๓๐ พฤศจิกายนนี้ เรามีประชุมประจำเดือนของภาควิชา จากนั้นในช่วงเย็น... ได้ตกลงรับนัดของลูกศิษย์ชมรมพุทธฯไว้ว่าจะอยู่ร่วมกิจกรรมโครงการ “ปฏิบัติธรรม ทำความดีเพื่อพ่อ” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน – ๒ ธันวาคม โดยหลังจากพิธีเปิดโครงการและสมาทานธุดงค์แล้ว เราจะช่วย “Inspire” นิสิตที่เข้าร่วมโครงการนี้ เพื่อที่นิสิตจะได้ใช้ช่วงเวลา ๓ วัน ๒ คืนของการปฏิบัติธรรม การทำความดีเพื่อพ่อครั้งนี้อย่างมีคุณค่าและมีความสุข
คำนวณเวลาดูแล้ว หากจะเดินทางไปพบเพื่อน กว่าจะทำหน้าที่เสร็จ ขับรถจากวิทยาเขตกำแพงแสนไปกรุงเทพฯ... โรงเรียนเราอยู่แถวพญาไท... เราคงไปถึงเมื่องานสังสรรค์ใกล้เลิกราแล้วเป็นแน่แท้
คงต้องโทรกลับไปหาเพื่อนและบอกเพื่อนว่า...วันศุกร์นี้คงไม่ได้ไปเจอเพื่อน ๆ แล้วละ เสียดายจัง คงต้องเป็นโอกาสหน้าละนะ ...ฝากความรักและคิดถึงให้เพื่อน ๆ ทุกคนด้วย
เราไม่ได้พบเพื่อน ๆ สมัยเรียนมัธยมปลายมานาน ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยแม้พวกเราจะแยกย้ายไปเรียนในคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยที่ตัวเองชื่นชอบ แต่ก็ยังมีเวลาได้นัดหมายเจอะเจอพบปะกันบ้าง หากหลังจากเรียนจบ...ด้วยว่าต่างคนต่างมีภาระหน้าที่ของชีวิต... เพื่อนสมัยมัธยมปลายที่ได้มีโอกาสพบเจอและติดต่อส่งข่าวกันสม่ำเสมอจึงมีด้วยกันเพียง ๕-๖ คน...
ภาพเก่า ๆ และเรื่องราวของวัยเยาว์ผุดขึ้นในความคิดคำนึง...ความทรงจำรำลึกที่แสนดี...รอยยิ้ม เสียงหัวเราะและวันวารที่สดใส... สามสิบกว่าปีผ่านไป...เพื่อน ๆ จะเป็นอย่างไรกันบ้างหนอ...
แม้วันเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน เรายังคงจำได้ดีถึงบางถ้อยคำแห่ง “มิตรภาพ ความรักและความผูกพัน” ที่พวกเรามีให้แก่กันและกัน
Whenever you are happy,
And then your hope comes true.
It makes one who love you,
Be especially happy too.
…….............
A Best Friend
Soothes the biggest hurts,
Applauds the smallest victories,
And likes you... just the way you are.
...................
โลกของวัยเยาว์ช่างบริสุทธิ์ สดใส และงดงามนัก
หากทว่า...ท่ามกลางพัฒนาการของสังคมที่มุ่งสู่ความทันสมัย ภายใต้กระบวนทัศน์ “กิเลสนิยม” ที่ความเป็น “มนุษย์” ถูกทอนค่าเป็นเพียงแค่ “แรงงาน” ....ที่ความเป็น “วิถีชีวิต” กลายเป็นเพียงมิติของ “การผลิต” ....ที่มิตรภาพและความเป็น “เพื่อน” ถูกนำมากล่าวอ้างเพียงเพื่อ "การงาน" และ “ผลประโยชน์”
ท่ามกลางสังคมที่ชิงดีชิงเด่นและแก่งแย่งแข่งขัน...จะมีใครสักกี่คนหนอ ที่จะชื่นชมยินดี ยามที่เราประสบความสำเร็จ... ใครสักกี่คนหนอ ที่มีความสุขมากกว่าเรา ยามที่ความใฝ่ฝันของเราเป็นความจริง...
และจะมีใครสักกี่คนหนอที่สามารถ “รัก” เราได้ในทุกสิ่งที่เราเป็น...“เข้าใจ” ในความบกพร่องความไม่สมบูรณ์แบบที่เรามี ... “ยอมรับ” และ “ให้อภัย” ในความผิดพลาดที่เราทำ... อีกทั้งช่วย “ชี้นำ” ให้เราเห็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงตัวเอง....
ใครคนนั้นที่เป็นดั่ง “มิตรแท้... เพื่อนที่แสนดี” ในชีวิต
ท่ามกลางเส้นทางแห่งการแสวงหา... เราจึงมักบอกลูกศิษย์เสมอว่า แม้ ณ วันนี้ ลูกศิษย์อาจจะไม่มั่นใจว่า “มี” มิตรแท้ในชีวิตหรือไม่.... แต่สิ่งที่ลูกศิษย์ต้องมั่นใจก็คือ ตัวของเราเองนั้นสามารถ “เป็น” มิตรแท้...เป็นเพื่อนที่แสนดีของชีวิตให้แก่ตัวเองได้
ใช่แล้วค่ะ...ไม่ว่าวันเวลาจะผันผ่านนานเท่าใด
เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อน...อยู่ในใจเสมอ
ทำให้นึกถึงโคลงบทที่กล่าวเอาไว้ว่า
....รักกันอยู่ขอบฟ้า เขาเขียว
เสมือนอยู่หอแห่งเดียว ร่วมห้อง
ชังกันบ่แลเหลียว ตาต่อ กันนา
เสมือนขอบฟ้ามาป้อง ป่าไม้ มาบัง....
อาจารย์สบายดีนะคะ มีช่วงไหนที่จะกลับมาเยี่ยมบ้านที่หนองขาวบ้างไหมคะ พี่ตุ้มจะขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวที่กำแพงแสนสักครั้งค่ะ
สวัสดีค่ะพี่
ดร. ทิพวัลย์ สีจันทร์
ตัวเองก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนสมัยเรียนสักเท่าไหร่เลยค่ะ ^ ^
แต่เพื่อนสนิท เกิด แก่ เจ็บ ตาย นี้พบเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันค่ะ ส่วนเพื่อนรักอีกคนก็คือการเจริญสติค่ะ เผื่อจะได้เป็นมิตรแท้กันในอนาคตค่ะ ^ ^
ผมก็จะไปงานเลี้ยงรุ่นเหมือนกันครับอาจารย์
เพื่อน ๆ มัธยมนัดกันวันเสาร์นี้ เสียดายที่อาจารย์ไม่ได้ไปนะครับ
Bonsoir ค่ะอาจารย์

ครั้งสุดท้ายที่เจอเพื่อนสมัยมัธยมคือที่งานศพพ่อตัวเอง เป็นธรรมดาแบบนี้ล่ะค่ะ ส่วนมากเพื่อนสมัยเด็กจะได้เจอกันตามงานแต่ง งานบวช งานศพ จะนัดกันเฉยๆ นี่หายาก : ) แต่ก็คิดถึงกันอยู่เสมอ มีโทรคุยกันบ้าง
พออ่านเรื่องนี้ก็ทำให้หวนนึกถึงความประทับใจในวันเกิดปีหนึ่งตอนเรียนม.4 เพื่อนหนีไปแอบเราทั้งห้อง เดินไปที่ไหนก็ไม่เจอใคร พอเจอเพื่อนสนิทสองคนเขาก็วิ่งหนีไป ตอนนั้นน้อยใจมาก งง ว่าเกิดอะไรขึ้น เย็นนั้นถึงรู้ว่า เขาไปซุ่มอัดเทปร้อง Happy Birthday กับพูดอวยพรเรากัน มิน่า อยากให้เราเซอร์ไพร์สนี่เอง ตอนรับเทปมาฟังน้ำตาซึม รักเพื่อนมาก ยังเก็บเทปไว้อยู่เลยค่ะ
ภารกิจเยอะจังเลยนะคะ ถ้าช่วงนี้คนใกล้ตัวอาจารย์มากรุงเทพฯ เมื่อไหร่ หนูจะฝากช็อกโกแลตขึ้นไปให้ทานค่ะ บอกไว้ตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์แล้วค่ะ เป็นของจากรัสเซีย หาซื้อที่นี่ลำบาก แต่รสชาดข้างในเป็นไงไม่รู้นะคะ รู้แต่ว่าฉลากสวยมาก หนูกินแบบอื่นไปแล้วก็อร่อยดี เลยหวังว่าอันที่จะฝากไปให้น่าจะอร่อยเหมือนกัน ที่ไม่กล้าส่งพัสดุเพราะกลัวละลายค่ะ ^ ^
บอกต่อน้องตุ๋ยนะคะว่า วันที่ 12 ธันวาคมนี้ พวกเรามีนัดกันมุทิตาจิตคุณพ่อ...ท่านอาจารย์ระพี สาคริก ที่สมก.บางเขนค่ะ หากไม่ติดภารกิจใด คงได้มีโอกาสเจอกันนะคะ...
นั่นซินะคะ...เสียดายจังที่ไม่ได้ไปพบเพื่อน ๆ ...หวังแต่ว่าโอกาสหน้าจะยังคงมี...ถ้ากาลเวลาไม่กลืนกินชีวิตเราไปเสียก่อน....
ขอให้คุณสุมิตรชัยมีความสุขกับเพื่อน ๆ ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้นะคะ
ความรักระหว่างเพื่อนไม่เคยจืดจางตามกาลเวลา...ตัวเองก็เช่นกันค่ะ มีเรื่องราวความทรงจำที่ประทับใจมากมาย....มีเพื่อนสมัยมัธยมต้นเล่นกีตาร์ร้องเพลงบันทึกเทปให้...แต่เทปม้วนนั้นเก็บไว้ที่ไหนแล้ว...คงต้องใช้เวลาค้นนานหน่อยค่ะ
Merci beaucoup นะคะสำหรับช็อกโกแลต....ไม่เคยชิมรสชาดของรัสเซียค่ะ เทียบกับช็อกโกแลตของเบลเยี่ยมแล้ว คุณ Petit Jazz ว่าอันไหน "tres bon" กว่ากันคะ
ม่ายรู้เหมือนกันค่ะ มันก็อร่อยทั้งคู่ พอดีไม่ได้กินเทียบกัน เคยกินของเบลเยี่ยมด้วยแต่มันคนละเวลา นานไปเลยจำความรู้สึกไม่ได้ค่ะ : ) อาจารย์ต้องลองเอาไปชิมดูแล้วกัน ถ้าให้คะแนนได้ก็บอกหนูด้วยนะคะ
ปล. อย่าลืมบอกคนใกล้ตัวอาจารย์ว่าให้รีบมารับของที่กรุงเทพฯ นะคะ ไม่งั้นนานไปอาจจะเหลือแต่ซองได้ 555 ^ ^
ในความมืด 03.00 น. พบความสว่างทางจิต มวลมิตรสหายคือเชื้อพลังขับเคลื่อนไปในถนนชีวิตที่สบสน ผู้คนที่ทั้งหน้าตาและจิตใจที่ยากจะเข้าใจ เข้าถึง เราคงหลงมาไกลในวงเวียนสังคมโลก ทำอย่างไรจะกลับสู่สังคมฐานไทย วิถีชีวิตไทย ร่างกายจิตวิญญาณความเป็นไทยที่อบอุ่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ "ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" จากลูกชาวนา