[5 วิธีการทำให้ตัว K เข้าถึงเกษตรกรและนำไปปฏิบัติ]
การทำงานส่งเสริมการเกษตร จึงถูกปรับเป็น ตัว K ก็มอบให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับไป และ ตัว R นั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับไป เพราะฉะนั้นถ้าตัว K เกิดขึ้นหรือมาภายใต้เป้าหมายการปรับพฤติกรรมของเกษตรกรจริง ตัว R ก็จะถูกตอบว่า “K นี้ต้องใช้ R อะไร?”
ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการให้เกษตรกรมีพฤติกรรมในเรื่องของการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงทั้งทางด้านของการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ซึ่งการประกอบอาชีพนั้นเกษตรกรมีวิธีการลดต้นทุนการผลิตโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ฉะนั้น ตัว K ที่จะทำให้เกษตรกรรู้ว่า “จะเอาทรัพยากรในพื้นที่มาใช้ลดต้นทุนการผลิตนั้น...ทำอย่างไรได้?” เช่น พื้นที่มีสิ่งที่นำมาใช้ทำอินทรีย์ได้ คือ การทำปุ๋ยหมัก ดังนั้น ตัว K ก็คือ วิธีการทำปุ๋ยหมัก ฉะนั้นในการทำปุ๋ยหมักจะต้องใช้ปัจจัยในเรื่องอะไรบ้าง? ซึ่งอาจจะต้องมีตัวหัวเชื้อ, ปุ๋ยเคมี, และอื่น ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็น ตัว R ที่จำเป็นโดยจะต้องมีที่หน่วยงานอื่นจะเป็นผู้ออก จึงทำให้เกษตรกรได้รับทั้ง K และ R
ในการทำงานส่งเสริมการเกษตรที่เกิดขึ้นในขณะนี้ที่มีการปรับพฤติกรรมหลาย ๆ เรื่องได้เกิดเหตุการณ์ในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของตัวของเกษตรกรเอง ทำให้ตัว K จึงมีหลากหลาย ได้แก่ ตัว K ที่เกิดจากการผลิตจากงานวิจัย จากการผลิตของบุคลากรภาครัฐ ซึ่งถือว่าเป็นการวิจัยทางวิชาการ ในขณะเดียวกันตัว K ก็เกิดจากการปรับปรุงของเกษตรกรเองหรือการคิดของเกษตรกรเองที่มีวิธีการหลากหลาย ที่เรียกว่า ภูมิปัญญาชาวบ้าน หรือเป็นความรู้ของชาวบ้าน หรือ Innovation
ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงมีหลากหลายมากที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเกษตรกรเยอะแยะ ถูกนำไปให้โดยเจ้าหน้าที่เยอะแยะ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงมีเยอะมากจนไม่มีใครที่จะนำเข้ามาใช้เป็นข้อมูลของนักส่งเสริมการเกษตรได้ ดังนั้น การจัดการที่จะทำให้ตัว K เป็นหมวดเป็นหมู่ได้และทำให้คนเข้าถึงได้นั้น จึงจำเป็นต้องมีวิธีการเข้าไปจัดการ โดยวิธีการจัดการนั้นมีเครื่องมือก็คือ KM ที่จะเข้าไปจัดการตัว K ที่มีอยู่มากมายและเยอะแยะคือ การเข้าไปจัดระบบ เพื่อให้คนเข้าถึง K ได้ง่ายขึ้น.
หวัดดีครับ
เรียน คุณหนุ่ม ร้อยเกาะ
เก็บ K เป็น Portfolio ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะค่ะ