ที่ท่าน้ำมีต้นสนุ่น เรียงรายอยู่หลายต้น พอน้ำท่วมใบที่เคยเขียวเต็มต้นก็เหลืองร่วง พอน้ำลดหมดก็พากันทิ้งใบเหลือแต่กิ่งก้าน มองดูเหมือนต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมแล้วยืนต้นตาย

 อากาศที่เย็นสบาย มีลมพัดตลอดในช่วงกลางวัน และหนาวในตอนเช้าและเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ทำให้เป็นช่วงที่สบายที่สุดของปี อีกทั้งแมลงและยุงไม่ค่อยมีมารบกวนเท่าตอนที่ร้อนและฝนตก สายน้ำป่าสักก็ไหลเอื่อยเย็นตา มวลความสุขเป็นที่รู้กันในระหว่างผองกัลยาณมิตร ช่วงนี้ที่บ้านจึงมีผู้มาเยือนตลอด ที่สนิทมากก็พาลูกหลานมาพักค้างแรม

ต้นไม้ดูสดชื่นรับลมหนาว พลอยทำให้อยากแบ่งปันความสุขสดชื่นที่พบทุกวัน มาเล่ารายวัน หากตอนนี้มีบันทึกเรื่องต้นไม้ ดอกไม้ พืชผักบ่อยไปหน่อย หวังว่าท่านผู้อ่านคงนึกออกว่าผู้เขียนอยู่ในช่วงอารมณ์สุนทรีย์ที่ออกจะล้นไปสักหน่อย คงไม่ว่ากันนะคะ

ที่ท่าน้ำมีต้นสนุ่น เรียงรายอยู่หลายต้น พอน้ำท่วมใบที่เคยเขียวเต็มต้นก็เหลืองร่วง พอน้ำลดหมดก็พากันทิ้งใบเหลือแต่กิ่งก้าน มองดูเหมือนต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมแล้วยืนต้นตาย

ทว่าไม่นาน เมื่ออากาศเริ่มเย็น ก้านที่เคยเห็นเป็นสีน้ำตาลก็ค่อยเปลี่ยนเป็นสีเขียวและมีใบอ่อนสีเขียวแซมแดงในหลายเฉดผลิออกมาแสดงสัญญาณชีวิต

สนุ่นนั้นเป็นไม้ทนน้ำ เป็นพืชในตระกูลเดียวกับต้นไม้ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Willow เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง อยู่ในวงศ์ SALICACEAE ชอบขึ้นที่ชายน้ำ มีลำต้น เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลอ่อน สูงราว 6-10 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาจำนวนมาก ทำให้เป็นทรงพุ่ม เปลือกต้นที่ปลายกิ่งก้านเป็นสีแดงออกน้ำตาล

ใบ เป็นใบเดี่ยว ขึ้นเวียนสลับตามกิ่ง รูปทรงหอกกว้าง 2-3 ซม. ยาว 6-10 ซม. โคนใบสอบ ปลายใบแหลมใต้ติ่ง ขอบใบเป็นหยัก ใบอ่อนมีสีแดงน้ำตาล

ดอก ออกเป็นดอกช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกย่อยจำนวนมาก สีขาว แต่ไม่มีกลีบแยกเพศอยู่คนละต้น

ผล ทรงรี ขนาดเล็ก พอแห้งแล้วจะแตก

นอกจาก "สนุ่น" จะเป็นไม้ริมน้ำที่สวยงามสามารถนำไปปลูกตกแต่งสระหรือบึงน้ำได้ แล้วยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพรได้อีกด้วย คือ เปลือก เป็นยาบำรุงหัวใจ หากนำมาต้มเอาน้ำอาบแก้ไข้ แก้หวัด คัดจมูกได้ เพราะในเปลือกมีสาร "salicin" ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดไข้ แก้ปวด เช่นเดียวกับยาแอสไพริน ส่วน ใบ ใช้ใบสดคั้นเอาน้ำแก้พิษงูสวัด

 (ข้อมูลอธิบายลักษณะและประโยชน์ของต้นสนุ่นได้จาก http://www.komchadluek.net/news/2004/10-28/farm1-15170487.htm)

เพียงอึดใจเดียวหลังที่ผลิใบอ่อนสีแสนสวย ก็ออกดอกเป็นช่อๆ ไม่นานหลังจากนี้เขาก็จะกลายเป็นผลหรือฝัก ทีนี้ล่ะเตรียมจามได้เลย เพราะฝักจะแตกออกเป็นปุยๆสีขาว ให้ลมได้พัดพา กระจายพันธุ์ไปเติบโตตามที่ต่างๆตามแต่ลมจะพัดพาไป ลมมักหอบเจ้าปุยนี้มาติดตามมุ้งลวดที่บ้าน ทำให้พี่น้อยต้องเหนื่อยกับการแปรงออกอย่างยากเย็น

 

ต้นสนุ่นที่ท่าน้ำยังเป็นเพื่อนทุกยามเมื่อเราลงไปที่ท่าน้ำ ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็น เป็นส่วนหนึ่งของความงามทุกฤดูกาล

ภาพยามเย็นแสนงามด้วยสีสันนี้ ก็ได้ยืนเก็บภาพข้างต้นสนุ่น

เห็นวงจรชีวิตของต้นสนุ่นแล้ว ได้รับรู้ถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ให้พลังแก่ต้นสนุ่นที่จะยืนหยัด สู้แดด ทนน้ำ ไม่ยอมตาย ยอมแพ้ง่ายๆ มีประโยชน์สารพัดแม้คนมักมองข้ามหรือลืมเลือน แต่ต้นสนุ่นไม่ท้อถอยที่จะมีชีวิตอยู่ และถ่ายทอดวิเศษคุณด้วยการสร้างลูกสร้างหลานให้สืบเผ่าพันธุ์ยังประโยชน์ตราบเท่าที่โลกนี้ยังดำรงอยู่