BAR-AAR

BAR การประเมินบุคคลและผลงานทางวิชาการในสายงานได้ดำเนินการเกือบ20 ปีแล้ว รูปแบบยังเหมือนเดิม หลักการที่ใช้คือผู้ขอรับการประเมินจัดส่งเอกสารผลงาน ผู้ประเมินหรือกรรมการอ่านแล้วประเมินผ่านไม่ผ่าน ให้แก้ไข(ส่วนใหญ่) มากบ้าง น้อยบ้าง เรื่องที่ทำก็ซ้ำๆ ทำให้รู้สึกว่าไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่เกิดประโยชน์ในเชิงพัฒนา จึงปรึกษาในกลุ่มกรรมการ 4 คน(ทั้งหมด6 คน) น่าจะพัฒนาทั้งกรรมการและผู้ขอรับการประเมิน โดยขอเปลี่ยนรูปแบบให้นำเสนอปากเปล่าถึงสิ่งที่ได้จัดทำผลงาน ประกอบจากที่ส่งเอกสารให้กรรมการอ่านแล้ว โดยคาดหวังว่าจะได้มีความคิดในการพัฒนางานที่ชัดเจนขึ้น ส่งเสริมผู้ขอประเมินได้พัฒนาการนำเสนอและการเขียน รวมถึงเข้าใจตรงกันว่าจะให้แก้ไขอะไร เพราะเหตุใด เมื่อเข้าใจในการประเมินระดับนี้แล้ว ระดับที่สูงกว่านี้น่าจะทำได้ดีมีคุณภาพยิ่งขึ้น ในวันที่ให้ผู้ขอประเมินนำเสนอคนแรกใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ผู้ขอประเมินเสนอผลงานของตนเองที่เน้นรูปแบบ ตามแบบฟอร์มกลางมากเกินไปทำให้เนื้อหาไม่ตรงกับที่ต้องการนำเสนอ กรรมการจึงให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ทีละช่วง คนต่อๆไปเข้าร่วมรับฟังด้วยจึงใช้เวลาไม่มาก ในเวลาเฉลี่ยคนละ 1 ชั่วโมง บางคนนำเสนอได้ดีแต่เขียนไม่รู้เรื่อง เสนอให้เขียนอย่างที่เล่าจะดีกว่า เป้าหมายกับตัวชี้วัดไม่ตรงกันก็เป็นปัญหาใหญ่ การกำหนดเป้าหมายไม่ใช่เรื่องในบทบาทหน้าที่เพราะนำหัวข้อปัญหาหรือเรื่องของหน่วยงานมาพัฒนาซึ่งไม่ตรงประเด็นของวิชาชีพ เมื่อสิ้นสุดการนำเสนอทั้งหมด 8 คน ใช้เวลาเกือบ 10 ชั่วโมง สอบถามความเห็นจากผู้นำเสนอเห็นด้วยกับรูปแบบนี้แม้ไม่ได้เตรียมตัวมานำเสนอเนื่องจากผู้ประสานงานไม่ได้แจ้ง แต่เป็นเรื่องที่ทำมากับมือจึงเล่าได้ และเห็นว่าได้ข้อเสนอโดยตรงจากกรรมการจึงเข้าใจชัดเจนกว่าการตอบแบบเอกสาร และเข้าใจกรรมการยิ่งขึ้นว่าทำไมถึงตรวจละเอียด ส่วนกรรมการเองได้สรุปประเมินผลการทำงานครั้งนี้ AAR เห็นว่าเป็นวิธีการที่ดีเพราะได้สื่อสารสองทางกับผู้ขอรับการประเมิน แม้จะใช้เวลามากแต่เห็นว่าคุ้มค่า ครั้งต่อไปจะนำเรื่องเข้าไม่เกิน 5 เรื่อง เพื่อไม่ให้ใช้เวลามากเกินไป และจะต้องติดตามประเมินผลการแก้ไขเอกสารและการจัดทำเอกสารเลื่อนระดับครั้งต่อไปของผู้ขอรับการประเมิน (ระดับ 6 ขึ้นระดับ 7 ใช้เวลา 1 ปีเท่านั้น) การยึดประโยชน์ที่จะได้รับมากกว่าทำตามระเบียบน่าจะดีกว่าหรือต้องแก้ระเบียบดี