กระบวนการในการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2540 มาตรา 92
บัญญัติว่า
“ร่างพระราชบัญญัติจะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา”
ซึ่งมาตรา 90
บัญญัติว่า “รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา”
ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว
ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัติจากรัฐสภาเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย
และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ ตามมาตรา
93
การเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อตราขึ้นเป็นกฎหมายนั้น
มีขั้นตอน ดังนี้
1.คณะรัฐมนตรี
หรือ ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 50,000 คนขึ้นไป หรือ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอร่างพระราชบัญญัติต่อสภาผู้แทนราษฎร
ตามมาตรา 172 ซึ่งบัญญัติว่า
การเสนอร่างพระราชบัญญัติให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน
2. เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอตาม ข้อ
1 และลงมติให้ความเห็นชอบแล้ว
สภาผู้แทนราษฎรจึงเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภาตามมาตรา174
ซึ่งบัญญัติว่า
เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอตามมาตรา172
และลงมติเห็นชอบแล้วให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อวุฒิสภา
3. ชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา
เมื่อวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว
3.1 ถ้าวุฒิสภาเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมาตามข้อ
2 มาตรา175 วรรคหนึ่ง (1)
ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 93
3.2
ถ้าวุฒิสภาไม่เห็นชอบด้วยให้ยับยั้ง และส่งกลับคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร
ตามมาตรา175 วรรคหนึ่ง (2) ในกรณีนี้มาตรา 176 บัญญัติว่า
ร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้นั้นสภาผู้แทนราษฎรสามารถยกร่างขึ้นพิจารณาใหม่ได้ก็ต่อเมื่อ
180วันล่วงพ้นไปแล้วแต่ถ้าร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้นั้นเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน
สภาผู้แทนราษฎรสามารถยกร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นพิจารณาใหม่ได้ทันที
ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างพระราชบัญญัตินั้นด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา
ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 93
3.3 ถ้าวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 175
วรรคหนึ่ง (3) ซึ่งบัญญัติว่า
เมื่อวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว
ถ้าแก้ไขเพิ่มเติมให้ส่งร่างที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นไปยังสภาผู้แทนราษฎร
3.3.1ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมให้ดำเนินการต่อไปตาม
มาตรา 93
3.3.2
ถ้าเป็นกรณีอื่น มาตรา 175วรรคหนึ่ง(3) บัญญัติว่า
ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ
มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด
ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ
และให้คณะกรรมาธิการร่วมรายงานและเสนอร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้วต่อสภาทั้งสอง
3.3.2.1
ถ้าสภาทั้งสองต่างเห็นชอบด้วยร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้ว
ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 93
3.3.2.2
ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วยร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้ว
ก็ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัติไว้ก่อน ตามมาตรา175
วรรคหนึ่ง (3) ในกรณีนี้มาตรา 176 บัญญัติว่า
ร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้นั้นสภาผู้แทนราษฎรสามารถยกร่างขึ้นพิจารณาใหม่ได้ก็ต่อเมื่อ
180วันล่วงพ้นไปแล้วแต่ถ้าร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้นั้นเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน
สภาผู้แทนราษฎรสามารถยกร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นพิจารณาใหม่ได้ทันที
ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างเดิมตามข้อ 1
หรือร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณา
ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา
ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 93
ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ความเห็นชอบคะแนนเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง
ร่างพระราชบัญญัตินี้ก็จะตกไป
กระบวนการในการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อสภาผู้แทนราษฎรตามข้อ
1
สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้วุฒิสภาพิจารณาตามข้อ
2 เมื่อวุฒิสภาพิจารณาแล้วตามข้อ 3
ได้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นตามข้อ 3.3
และได้ส่งร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่แก้ไขนั้นกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา
จึงได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันตามข้อ 3.3.2
คณะกรรมาธิการร่วมรายงานและเสนอร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้วต่อสภาทั้งสอง ขณะนี้
พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ในขั้นที่ 3.3.2.2 คือ
วุฒิสภามีมติไม่ให้ความเห็นชอบด้วยร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณา
แต่สภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้พิจารณาลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่
ซึ่งในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณา
สภาผู้แทนราษฎรก็สามารถที่จะลงมติเพื่อยืนยันตามร่างนั้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงจะถือว่าร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
และดำเนินการตามมาตรา 93 ต่อไป
และในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรไม่ให้ความเห็นชอบกับร่างที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณา
สภาผู้แทนราษฎรก็สามารถที่จะลงมติเพื่อยืนยันตามร่างพระราชบัญญัติเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงจะถือว่าร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
และดำเนินการตามมาตรา 93 ต่อไปคือ
นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายในยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัติจากรัฐสภาเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย
และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้
นางสาวจิณห์จุฑาดา
ชินธนาชัยโรจน์
นางเพียงเพ็ญ
ภาคอุทัย
9 ธันวาคม
2548