ประทับใจมากๆกับชาวม.อ.ทุกๆท่านและจำนวนคนในขบวนพาเหรด

มีความประทับใจกับวันลอยกระทงเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันที่เตือนให้นึกถึงวันแรกที่ครอบครัวของเรากลับมาถึงเมืองไทย หลังจากหายไปกว่า 6 ปี นั่นคือวันลอยกระทงปี 2548

วันนั้นเราไม่ทันได้ชื่นชมกับขบวนพาเหรด แม้จะมองเห็นอยู่ตรงหน้าเพราะรถติดและเรากำลังเหนื่อยกันเป็นอย่างมาก แถมด้วยตื่นเต้นกับการจราจรบนท้องถนนบ้านเราที่มีรถมากมาย ซ้อนกันไม่รู้กี่ชั้นบนถนนแค่ 2 เลน แล้วยังมีมอร์เตอร์ไซต์ซอกแซกซ้ายขวาไม่หยุดหย่อน

ปีต่อมา เราไปร่วมลอยกระทงและชมกระทงที่ประกวดจากคณะต่างๆที่ตึกฟักทอง ได้ความรู้สึกว่าเป็นงานที่จัดโดยนักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ชื่นชมแต่ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมาย

มาปีนี้มีเหตุให้อยากไปชมผลงานของพี่วั้นที่ได้รับมอบหมายให้เป็นพิธีกรสำหรับพาเหรดและการแสดงของโรงเรียนม.อ.วิทยานุสรณ์ และเนื่องจากไม่มีหมายกำหนดการละเอียด ทำให้คุณแม่ต้องไปตั้งแต่เริ่มๆงานคือ 4 โมงที่ขบวนพาเหรดจะเคลื่อนจากประตู 109 เข้ามาทางประตู 108 แล้วไปเสร็จสิ้นที่โรงยิมเนเซียม พิธีกรสำหรับขบวนพาเหรดก็จะอยู่ตรงหัวมุมทางเข้าโรงยิมฯนั่นเอง

ต้องขอบคุณลูกวั้นที่ทำให้คุณแม่ได้มีโอกาสดูขบวนพาเหรดตั้งแต่เริ่มต้น ได้เห็นว่าคนม.อ.ของเรานั้นร่วมแรงร่วมใจกันอย่างน่าประทับใจ มีขบวนต่างๆจากหลากหลายคณะรวมทั้งจากวิทยาเขตตรัง สุราษฎร์ ภูเก็ตอีกด้วย และแทบทุกหน่วยงานจะมีผู้บริหารมาร่วมเดินในขบวนด้วยชุดไทยแบบต่างๆ แสดงให้เห็นว่าท่านให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสนับสนุนประเพณีลอยกระทงของไทยเราอย่างจริงจัง รวมทั้งผู้บริหารจากคณะแพทย์ของเราด้วย ประทับใจมากๆค่ะ

ขบวนพาเหรดเกือบทั้งหมดก็ให้ความสำคัญกับการตามรอยพระราชดำริต่างๆของพ่อหลวงของเรา เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนม์ 80 พรรษา นอกจากนั้น การแสดงหนึ่งจากโรงเรียนม.อ.วิทยานุสรณ์ก็ยังนำเอาเพลง "ทรงพระเจริญ"ที่เรากำลังประทับใจมาประกอบ ทำเอาถ่าย MV ไปตื้นตันใจไปด้วย พี่วั้นก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีน่าชื่นใจ 

จากสิ่งที่ได้เห็นในวันนี้ ทำให้รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์แห่งนี้ค่ะ ตั้งใจไว้ว่าปีหน้าจะไม่พลาดการชมขบวนพาเหรดงานลอยกระทงแบบนี้แน่นอน