ไม่เรียกว่าบุญแล้วจะเรียกว่าอะไร.....บุญและบุญจริงๆ

     เมื่อมีโอกาสได้ไปศาลาลุงชิน....สำหรับนักปฏิบัติทั้งหลายในกรุงเทพฯ.คงคุ้นเคยกับศาลาลุงชิน....เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 50 ที่ผ่านมาพวกเราร่วมๆ 30 ชีวิตได้มีโอกาสร่วมกันเช่าเหมารถตู้โดยการนำของสมาชิกชมรมจริยธรรมและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวรก็ร่วมไปด้วย การออกเดินทางออกจากพิษณุโลกโดยขึ้นรถที่หน้าตึกผู้ป่วยนอกออกเดินทางตั้งแต่02.00 น.เข้ากทม.ไปกราบนมัสการพระอาจารย์ปราโมทย์ ปราโมชโช ที่ศาลาลุงชินอยู่แถวๆหลังเมืองทอง 1. ซึ่งพระอาจารย์จะมาแสดงธรรมทุกอาทิตย์ที่3ของเดือน ก็เดินทางถึงศาลา 7.00 น มีผู้คนมากมายนั่ง ยืน เดินกันอยู่แล้ว พวกเราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีมีญาติธรรมแนะนำ มีอาหารการกินรอไว้มากมาย มีห้องน้ำ พร้อมใช้สะอาดสะอ้าน แต่ที่นั่งต้องรีบจับจองกันเองเพื่อจะได้นั่งหน้าๆ (จะได้เห็นพระอาจารย์ชื่นชมบุญบารมีไง อิ...อิ..อิ)พระอาจารย์ก็มาถึงศาลาประมาณ 8.30 น.แล้วก็เทศนา ครึ่งชั่วโมง ให้สอบถามและส่งอารมณ์ส่งการบ้านอีก 1 ชั่วโมงกว่าๆ แล้วพระอาจารย์ก็เดินทางกลับประมาณ 10.00 น พวกเราก็อนุโมทนาและได้บุญตามๆกัน...แถมยังได้สื่อเป็นหนังสือ CD มาให้ชมรมอีกด้วย...แค่นี้ก็สุขใจแล้ว...แถมขากลับยังมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเองบนรถอีกและได้แวะกราบนมัสการหลวงพ่อจร้ญ ที่จ.สิงห์บุรีด้วย.อย่างนี้ไม่เรียกว่าบุญแล้วจะเรียกว่าอะไร.....บุญและบุญจริงๆอาจารย์เทศน์ว่าเท่าที่ผู้บันทึกจับความได้"วิปัสสนาคือการเห็นตามจริง ว่าทุกสิ่งข้างนอกและข้างในเราไม่เที่ยง บังคับควบคุมให้เป็นไปตามอยากไม่ได้ เพื่อปล่อยวางจากความยึดมั่นถือมั่นผิดๆ พ้นจากอุปาทานครอบงำให้ทุกข์ใจกับเรื่องที่ไม่ควรเป็นธุระของเราผู้ปฏิบัติวิปัสสนาแค่เปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ จากนักเรียกร้อง นักต่อสู้บูชาตัณหา และนักสำคัญตัวผิด มาเป็นคนดู คนรู้ คนต่อสู้เพื่อบูชาความจริงตามสิ่งที่ปรากฏแสดงเสียแทน"