ดิฉันได้มีโอกาส observe ดูการทดสอบผู้ป่วยที่มีปัญหา low vision ซึ่งจากการสอบถามปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน แล้วพบว่าผู้ป่วยกำลังเรียนหนังสืออยู่และมีปัญหาในการจด lecture จาก white board เนื่องจากเวลาอ่านที่กระดานมันจะสะท้อนแสงทำให้มองลำบาก และปวดตามาก ทำให้ผู้ป่วยจดกระดานไม่ทันแต่หากเป็นการ lecture ผ่านจอ LCD ผู้ป่วยสามารถที่จะมองเห็นได้ ดังนั้น อ. ศุภลักษณ์ จึงได้มีการทดสอบการมองเห็น จากกระดาน white board และเปรียบเทียบกับการมองที่จอคอมพิวเตอร์ และมีการสังเกตจำนวนครั้งของการเกิด ngstagmus แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งมีวิธีการคือ
ผู้ป่วยนั่งอยู่หน้ากระดาน white board เป็นระยะทางประมาณ 1 เมตร จากนั้นลองให้ผู้ป่วยอ่านกระดานและจดทีละบรรทัด ผู้บำบัดสังเกต ngstagmus ที่เกิดขึ้นขณะทำกิจกรรมที่ 104 ครั้งใน 1 นาที ผู้ป่วยบอกว่าปวดตาและแทบจะมองไม่เห็นเลย จากนั้นให้ผู้ป่วยพักสายตาโดยการหลับตาสักพัก แล้วลองทดสอบอีกรอบโดยเลื่อนกระดานเข้ามาใกล้อีก 50 เมตร ให้ผู้ป่วยอ่านตัวหนังสือเหมือนครั้งแรก พบ ngstagmus ที่เกิดขึ้นขณะทำกิจกรรมที่ 95 ครั้งใน 1 นาที ผู้ป่วยมองเห็นและจดได้มากขึ้น จากนั้นลองให้พิมพ์ข้อความขนาดใหญ่ลงในคอมพิวเตอร์ สังเกตพบ ngstagmus ที่เกิดขึ้นขณะทำกิจกรรมที่ 85 ครั้งใน 1 นาที อ.ป๊อป ขอเสริมว่า ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ป่วยควรนั่งฟัง lecture ที่มีอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ช่วย มากกว่าที่จะนั่งจดจากกระดาน แต่ผู้ป่วยบอกว่าจะอดทนเพียงหนึ่งวิชาที่ใช้กระดานในชั้นเรียนใหญ่ ซึ่งใช้เวลาอีกไม่กี่เดือน พอขึ้นเทอมใหม่ก็จะเรียนได้มีความสุขขึ้นในชั้นเรียนเล็กและมีการจดจากการสัมมนาและจอคอมพิวเตอร์มากขึ้น สำหรับอุปกรณ์ช่วยอื่นๆ เช่น แว่นและกล้องขยายขนาดสูง ใช้ได้ไม่สะดวกในขณะเรียน แต่มีโปรแกรมขยายตัวหนังสือในคอมพิวเตอร์ที่ช่วยอยู่ที่บ้าน ตอนนี้พอใจที่จะใช้แว่นสายตาอยู่
การทดสอบต่อไปคือการตั้งสมมติฐานว่า หากมี impaired visual function จำนวนครั้งของการเกิด ngstagmus ก่อนการหมุนเก้าอี้น่าจะมากกว่าหลังหมุนเก้าอี้ หรือหากมี impaired visual & vestibular function จำนวนครั้งของการเกิด ngstagmus ก่อนการหมุนเก้าอี้น่าจะน้อยกว่าหลังหมุนเก้าอี้ หรือหากมี impaired vestibular function จำนวนครั้งของการเกิด ngstagmus จากการหมุนเก้าอี้แบบหลับตาน่าจะมากกว่าการหมุนเก้าอี้แบบลืมตา....หลังการทดสอบพบว่าngstagmus ที่เกิดขึ้นก่อนหมุนเก้าอี้ลืมตา (10 รอบ) คือ 80 ครั้งใน 1 นาที หลังหมุนลืมตาคือ 70 ครั้งใน 1 นาที หลังหมุนหลับตาคือ 57 ครั้งใน 1 นาที ดังนั้นจึงสรุปว่าปัญหาของ ngstagmus เกิดจาก visual function อ.ป๊อป ขอเสริมว่า เมื่อสอบถามลักษณะการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน visual function ของผู้ป่วยนี้ overload จนเกิด visual fatigue มากขึ้นเรื่อยๆ แบบสะสมทำให้ tolerance of visual function ต่ำ
วิธีการรักษาผู้ป่วยรายนี้ ขอให้ท่านผู้สนใจลองติดตามจากบันทึกครั้งก่อนที่ http://gotoknow.org/blog/otpop/148489 ซึ่งใช้ประสบการณ์ทางคลินิกกิจกรรมบำบัดกับการจัดการความล้าด้วยตนเอง ความรู้ทางจิตประสาทสรีรวิทยาของการออกกำลังกาย และความรู้ที่อ่านเพิ่มเติมจากเรื่อง low vision rehabilitation ครับ