"...กฎหมายก็คือสิ่งพ่วงต่อของวัตถุทุนนิยม..."

เรื่องของทุนนิยมหรือวัตถุนิยมนั้น มันเป็นกิเลสขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งจะห้ามเสียเลยทีเดียวนั้นคงมิได้ มันเป็นอุปาทานที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่วัยเยาว์ ความเคยชินต่อสภาวะแวดล้อมจึงเป็นตัวกำหนดลักษณะนิสัยสันดานของบุคคล กฎหมายจึงมิใช่คำตอบของสังคมโดยรวมทั้งหมด เพราะกฎหมายก็คือสิ่งพ่วงต่อของวัตถุทุนนิยม เกิดขึ้นมาเพื่อรับใช้วัตถุทุนนิยมเป็นการเฉพาะ

ในสังคมของวัตถุทุนนิยมจึงจำเป็นอย่างที่สุดที่จะต้องมีกฎหมายไว้เพื่อคุ้มครองคน-สัตว์-สิ่งของเหล่านั้น แต่ทว่ากฎหมายเองนั้นมันก็มิได้ควบคุม คุ้มครอง หรือป้องกันลงไปถึงลักษณะนิสัยสันดานเฉพาะบุคคลมิให้เกิดขึ้นได้ และเมื่อถึงจุด-จุดหนึ่ง กฎหมายก็จะถูกละเลย หรือถูกฉีก หรือล่วงละเมิด หรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งในที่สุดมันก็จะกลายเป็นแค่เพียง...กระดาษหนาๆเพียงปึกหนึ่งเท่านั้น

คนเราจะไม่ยอมตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายตลอดไป โดยเฉพาะกฎหมายที่ทำให้ตนต้องตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม กฎหมายที่ล้าหลังคร่ำครึ กฎหมายที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะชน เป็นต้น

กฎหมายที่ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขอยู่ตลอดเวลา นั่นมิได้หมายความว่าเป็นกฎหมายที่ถูกแก้ไขเพื่อความทันสมัยเสมอไป  เพราะเงื่อนไขทางสังคมมันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากแต่มันหมายถึงคนที่ถูกเลือกเข้าไปทำหน้าที่เพื่อกำหนดตัวบทกฎหมายเหล่านั้น ไร้คุณภาพ ไร้ศักยภาพ ไร้วิสัยทัศน์ ไร้สามัญสำนึก ไร้คุณธรรมจริยธรรม จึงทำให้กฎหมายที่ออกมาพิกลพิการ ไม่รู้จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของกฎหมายว่าคืออะไร และเป็นไปเพื่ออะไร

หลักธรรมคำสอนอันบริสุทธิ์ของศาสนาต่างๆ จึงเป็นยาขม ของสังคมวัตถุทุนนิยม ที่ไม่มีวันเอื้อประโยชน์ให้กับกิเลสอันยืดยาวของมนุษย์ หากแต่มันเป็นกฎหมายอมตะ ที่ไม่มีวันถูกฉีกหรือทำลายลงไป ไม่ว่ามนุษย์หน้าไหนก็ไม่มีวันที่จะเอาชนะมันได้ แม้แต่วัตถุทุนนิยมกลมโตที่ถูกลากมาถ่วงคอไว้เป็นพวงพยอม เหล่านั้น ก็ไม่สามารถฝืนความเป็นเช่นนั้นไปได้เช่นกัน

กฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์สูงสุด คือกฎแห่งธรรมชาติอันมิอาจล่วงละเมิดได้แม้เศษเสี้ยว แล้วแต่ว่าคุณ,ท่าน,เธอจะยอมรับมัน(ได้)หรือเปล่าเท่านั้นเอง

____________________________________________________________