ปักดำถี่ได้ฟาง…ปักดำห่างได้ข้าว…จริงหรือ…
เมื่อทำการปลูกข้าวชาวนาย่อมต้องการให้ได้ข้าวมากที่สุดระยะของการปักดำมีผลโดยตรงต่อการเพิ่มผลผลิตข้าวหลายคนเชื่อว่า“การปักดำข้าวให้ห่างจะช่วยให้ได้รวงข้าวที่โตขึ้นได้ข้าวมากกว่าการปักดำถี่โดยเฉพาะที่นาที่อุดมสมบูรณ์เช่นที่นาที่อยู่ติดกับคอกสัตว์ใกล้หมู่บ้านถ้าปักดำถี่จะทำให้ข้าวเจริญทางลำต้นมากจนไม่ออกรวงซึ่งเรียกว่าอาการเฝือใบ” แต่ชาวนาบางคนกลับบอกว่า“การปักดำข้าวห่างถึงแม้จะได้รวงข้าวที่โตขึ้นแต่ได้จำนวนรวงที่น้อยกว่าการปักดำถี่ผลผลิตจึงไม่น่าจะมากกว่าและการปักดำห่างยังพบปัญหาวัชพืชเป็นจำนวนมากผลผลิตจึงน่าจะลดลง”ชาวนาทั้ง 2 รายได้ข้อมูลจากการประมาณการในที่นาคนละผืนหรือคนละปีกันและถึงแม้ว่าจะเป็นที่นาติดกันปีเดียวกันแต่ถ้าการปฏิบัติดูแลรักษาแตกต่างกันการคำนวณผลผลิตไม่ชัดเจนผลสรุปที่ได้ก็อาจคลาดเคลื่อนได้การพิสูจน์เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องดำเนินการในพื้นที่เดียวกันมีการดูแลรักษาที่เหมือนกันเพื่อเปรียบเทียบผลผลิตของข้าวที่ปักดำถี่และห่างตัวอย่างเช่นการทดลองของไชยยศสุพัฒนกุลและเบญจพลสุวรรณสิงห์เรื่อง“อิทธิพลของรูปแบบปักดำข้าวและระยะปักดำข้าวต่อผลผลิตข้าวและปริมาณวัชพืช“ณที่นาเขตบางเขนกรุงเทพฯโดยใช้ข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี 90 ในฤดูนาปี 2542 โดยปักดำเป็นแถวตรงและเป็นแถวเหลื่อม(ดำสับหว่าง) ใช้ระยะห่างของการปักดำ 3 ระยะได้ผลดังนี้ <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoNormalTable" style="margin: auto auto auto 19.6pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
</tbody></table>จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่า การปักดำถี่ทำให้ได้จำนวนต้นข้าว จำนวนรวงข้าว ฟาง และผลผลิตข้าวมากกว่าปักดำห่าง <p style="margin: 0cm 7.1pt 0pt 0cm; text-indent: 0cm" class="MsoBodyTextIndent3">นอกจากนี้ ยังมีวัชพืชน้อยกว่าด้วย แต่การปักดำเป็นแถว และการปักดำสลับแถว(ดำสับหว่าง)ไม่มีผลแตกต่างกัน</p><p style="margin: 0cm 7.1pt 0pt 0cm" class="MsoBodyTextIndent3">อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างนี้ก็เป็นการทดลองที่กรุงเทพฯ ใช้ข้าวสุพรรณบุรี 90 ในปี 2542 แต่ถ้าเป็นที่นาของท่าน ใช้พันธุ์ข้าวที่ท่านปลูก ท่านต้องเป็นคนที่ทดลองเอง </p>สำหรับอาการ”เฝือใบ” เกิดจากการปักดำข้าวเร็วเกินไป ข้าวเจริญเติบโตทางลำต้นนานจนลำต้นแก่ก่อนถึงช่วงที่เหมาะสมในการออกรวง ก่อให้เกิดระยะเฉื่อย ทำให้เกิดการเฝือใบ วิธีแก้คือ กำหนดช่วงปลูกข้าวให้เหมาะสม(ศูนย์ข่าวข้าว:ฉบับที่ 4) …ปักดำถี่ได้ทั้งฟางได้ทั้งข้าว…ปักดำห่างได้น้อยกว่า…วัชพืชมากกว่า…********************** <div style="border-right: medium none; padding-right: 0cm; border-top: medium none; padding-left: 0cm; padding-bottom: 1pt; border-left: medium none; padding-top: 0cm; border-bottom: windowtext 3pt dotted">
งานข้าว: 13 นายปรีดา บุตรดีวงศ์ :นวก.6 ว :เรียบเรียง</div>
ได้มีโอกาสอ่านวารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 9/2550 เรื่องการปลูกข้าวแบบปราณีต หรือการปลูกข้าวต้นเดี่ยว ที่สามารถประหยัดเมล็ดพันธ์และให้ผลผลิตสูง ซึ่งมีหัวใจสำคัญที่แตกต่างจากการปลูกข้าวแบบดั้งเดิม คือการใช้ต้นกล้าอายุยังน้อย (8-10 วัน) ใช้ปักดำทีละต้นและคอยควบคุมน้ำเข้าออกให้ต้นเข้าได้น้ำและอากาศที่พอเพียง ข้าวต้นเดี่ยวจะแตกกอถึง 60 -65 ต้น หรือเฉลี่ย 50 ต้น สามารถเพิ่มผลผลิตจาก 400-500 กก.ต่อไร่ เป็น 720 กก.ต่อไร่และยังสามารถลดต้นทุนเรื่องเมล็ดพันธ์ ได้อย่างดี
อ่านโดยละเอียดแล้วรู้สึกทึ่งมาก ชาวนาไทยเป็นนักวิจัยในพื้นที่ในการพัฒนานวัตกรรมการปลูกข้าวด้วยตนเอง เรียนรู้และพัฒนาจากวิถีชาวนา เรียนรู้จากการปฏิบัติ จากภูมิปัญญาอย่างแท้จริง และได้อ่านที่คุณเกษตร(อยู่)จังหวัดเล่ามาก็ชื่นชมที่มีบุคลากรที่เปี่ยมคุณภาพอยู่ในวงการเกษตรไทย ชื่นชมจริงๆค่ะ
ขอบคุณที่กรุณา
ชื่นชมผลงานครับ ผมกำลังปลูกข้าวอยู่ จริงๆแล้วรับราชการแต่อยากทำนาเพื่อให้รู้ว่าเราก็ทำได้ อีกอย่างหนึ่งต้องการลบล้างพฤติกรรมชาวนาในการใช้สารเคมีผิดๆ ปลูกข้าวแบบSRI ถ้าทำได้ก็จะดีมากๆ แต่ความเป็นจริงคงใช้แรงงานมาก แต่แนวคิดการปูกข้าวแบบถี่ ๆ ผมจะลองทำดู
ดีใจที่มีแนวร่วมทำนาที่ถูกต้องครับ ชาวนามีความเชื่อที่ปลูกฝังมานาน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่อนข้างลำบากครับ แต่ก็ต้องทำเพราะเรารู้ว่าเรากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องครับ
แต่คนที่ไม่เคยทำการเกษตร แล้วคิดอยากทำก็ขอให้ค่อยๆทำนะครับ (ไม่ได้ว่าคุณอำนาจนะครับ) วันก่อนไปเยี่ยมสวน พบ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งปลูกพุทรา โดยไม่รู้ว่าเมื่อเก็บผลแล้วต้องตัดต้นทิ้งเพื่อให้แตกใหม่ เรียกว่าไม่ศึกษาเรียนรู้ก่อนทำ คงเทียบเคียงกับต้นไม้อื่นที่ปลูก ทำให้เสียรู้พ่อค้าปุ๋ย และสารเคมีลงทุนกับต้นพุทราแก่ๆอยู่ตั้งนาน
คุณอำนาจลองดูเรื่องการปลูกข้าวไร่ละ 1 ตัน ประกอบนะครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
ผมลืมบอกคุณปรีชาว่าผมซื้อหนังสือการปลูกข้าวแบบปราณีตมาอ่านดูหลายรอบ ผมคงทำลำบากแต่แนวคิดการทำให้นาแห้งฟังแล้วเข้าท่าดี ผมเชื่อว่าทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรง่ายหรอกครับ ต้องศึกษาจากผู้รู้ก่อน ขอบคุณนะคับสำหรับคำแนะนำแล้วผมจะ mail ไปปรึกษาบ่อยๆ
คุรปรีชาครับ ผมทั้งรับราชการและค้าขาย รายได้แต่ละเดือนมากว่าทำนาปีรวมกับนาปรัง แต่ผมก็เข็นขี้ไก่ขี้วัวด้วยตัวเองตอนกลางคืนไปใส่นา 260 ถุงป๋ย 8 ไร่ ชาวนาเขากลัวว่าจะเฝือใบ คุณลองดูการทำนาแบบตัดใบแล้ว disscuss กับผมหน่อยว่ามันเป็นไปได้เปล่า ขนาดเขาหว่านถี่ๆ ยังได้มากกว่าดำด้วยซ้ำ
ผมไม่อยากพึ่งเคมี คนอื่นจะได้เอาอย่าง
อำนาจ5
นับถือในความขยันครับ
นอกจากใส่ปุ๋ยตอนกลางคืนแล้วยังค้นคว้าข้อมูลตอนดึก ๆอีก
ผมเคยทดลองตัดใบข้าวเพื่อทดสอบว่าในช่วงแรกของการเจริญเติบโตถ้าข้าวถูกแมลงศัตรูพืชทำลาย เช่น หนอนกระทู้กินใบ หนอนกอ หรือหนูกัดต้น ข้าวจะสามารถแตกกอชดเชยได้หรือไม่ ผลปรากฏว่าสามารถแตกกอชดเชยได้ไม่มีปัญหา แต่ก็ไม่เคยเปรียบเทียบว่าระหว่างการตัดใบ กับไม่ตัดใบผลผลิตต่างกันหรือไม่ พอไปดูข้อมูลเรื่องนี้ก็บอกแต่เพียงว่าผลผลิตเพิ่ม แต่ไม่ระบุชัดเจนว่าเพิ่มเท่าไหร่ คุ้มค่าแรงในการตัดหรือไม่
อีกประเด็นคือเขาใส่ปุ๋ยยูเรีย 5 กระสอบผสมเกลือ 1 กระสอบในนา 7 ไร่ มีข้อสังเกตดังนี้ครับ
* ใส่ปุ๋ยมากเกินไปหรือเปล่าครับ ปกติยูเรีย 1 กระสอบใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้า(ก่อนตั้งท้อง)ได้ 5 - 10 ไร่
* ไม่ชัดเจนว่าใส่ช่วงไหน ถ้าใส่หลังตัดต้น ข้าวจะแตกกอชดเชยได้ไม่ยากเพราะได้อาหารมาก ตัดต้นทิ้งแล้วเปลืองปุ๋ยให้แตกใหม่ทำไมครับ
* การใส่เกลือผสมปุ๋ย กับการใส่ปุ๋ยเฉย ๆ หรือใส่เกลือเฉย ๆ ให้ผลแตกต่างกันหรือไม่ ?
* การใส่เกลือผสมปุ๋ยแล้วตัดใบ การใส่เกลือผสมปุ๋ยแล้วไม่ตัดใบ หรือการตัดใบโดยไม่ใส่ปุ๋ย ยังมีคำถาม ? คงต้องรอการทดสอบต่อไปครับ
เมื่อวานออกพื้นที่ไปคุยกับคนที่ปลูกยาสูบหลังนา เขาไปดูแลแปลงยาสูบทุกวันจนมืดค่ำ แต่เวลาทำนาเขาไม่ได้สนใจเท่ายาสูบ แล้วเขาก็บอกผลผลิตต่ำ ไม่คุ้ม
พอมาฟังคุณอำนาจพูดถึงการทำนาแบบปราณีต เอาใจใส่ ผลผลิตน่าจะดีกว่าทำทิ้งขว้างแนนอนครับ
ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนครับ