ฤๅ…ฟางเส้นสุดท้าย…จะถูกเผา
ในอดีตชาวนาใช้แรงงานจากสัตว์เลี้ยงในการทำนาโดยอาศัยฟางข้าวเป็นอาหารให้สัตว์เลี้ยงกินในฤดูแล้งที่ไม่มีหญ้าฟางข้าวจึงเป็นผลพลอยได้จากการทำนาที่มีคุณค่าซึ่งต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีโดยส่วนใหญ่นิยมเก็บโดยก่อเป็นลอมฟาง ปัจจุบันรถไถนารุ่นต่างๆได้เข้ามาแทนที่แรงงานสัตว์เกือบทั้งหมดฟางข้าวจึงลดความสำคัญลง…ในสายตาของชาวนายิ่งไปกว่านั้นชาวนาหลายคนกลับมองว่าฟางข้าวเป็นภาระที่จะต้องจัดการและวิธีจัดการกับฟางข้าวที่แห้งกรอบบนที่นาอันกว้างใหญ่ได้ง่ายและประหยัดต้นทุนมากที่สุด…คือ…การเผาฟาง…ในที่นา 1 ไร่มีฟางข้าวประมาณ 0.32-1.60 ตันต่อหนึ่งฤดูปลูกประกอบด้วยธาตุอาหารคือไนโตรเจน 9 กิโลกรัมฟอสฟอรัสและกำมะถัน 2 กิโลกรัมโปรแตสเซียม25 กิโลกรัมซิลิกา 70 กิโลกรัมแคลเซียม 6 กิโลกรัมแมกนีเซียม 2 กิโลกรัมรวมธาตุอาหาร 114 กิโลกรัม… <p style="margin: 0cm 7.1pt 0pt 0cm" class="MsoBodyTextIndent3">ถ้าจัดการฟางโดยการเผา นอกจากความร้อน 4,300 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม แล้ว จะได้เพียง ขี้เถ้า ถ่าน และสารระเหย 73.0,18.3 และ 74.4 % ตามลำดับ และอาจก่อให้เกิดปัญหาอัคคีภัย มลพิษทางอากาศ หรือเกิดปัญหาจราจรได้</p>การเผาฟาง 50 ตัน (ที่นาประมาณ 50 ไร่) จะสูญเสียไนโตรเจน 45 กิโลกรัมฟอสฟอรัส 10 กิโลกรัมโปรแตสเซียม 125 กิโลกรัมกำมะถัน 10 กิโลกรัมและจะสูญเสียอินทรีย์วัตถุที่เป็นตัวปรับสภาพดินให้เหมาะสมต่อการทำนาซึ่งดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงจะต้องมีอินทรีย์วัตถุสูงกว่า 3.5 % แต่ในดินนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่เป็นดินทรายมีอินทรีย์วัตถุเพียง 0.72 % ดินนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงต้องการฟางข้าวเป็นอย่างมาก <p style="margin: 0cm 7.1pt 0pt 0cm" class="MsoBodyTextIndent2">เปลี่ยนวิกฤต…เป็นโอกาส…เปลี่ยนภาระที่ต้องจัดการฟางข้าว เป็นโอกาสที่จะเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์ให้แก่ดินโดยการใช้ฟางข้าว ตัวอย่างเช่น ที่สถานีทดลองข้าวจังหวัดสุรินทร์ มีอินทรีย์วัตถุในดินต่ำมาก เนื้อดินเป็นดินทราย การเจริญเติบโตข้าวไม่ดี ปักดำลำบาก ต้องรีบปักดำหลังการทำเทือกภายใน 6 ชั่วโมง เพราะดินจะยุบตัว แน่น แข็ง ปักดำไม่ได้ จึงใช้วิธีไถกลบตอซังทุกปี และนำฟางข้าวมาทำปุ๋ยหมักใส่กลับลงไปในนา รวม 18 ปี ปรากฏว่า ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นจากเดิม 200 กิโลกรัม/ไร่ เป็น 550 กิโลกรัม/ไร่ อินทรีย์วัตถุเพิ่มจาก 0.2 % เป็น 0.8 % ซึ่งสอดคล้องกับการทดลองใช้ฟางข้าวคลุมดินโดยไม่ไถพรวนในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ติดต่อกัน 4 ปี ทำให้อินทรีย์วัตถุเพิ่มขึ้น 25 % และยังช่วยลดความเป็นพิษของดินเค็มลง ส่งผลให้ได้ผลผลิตข้าวมากกว่าแปลงที่ใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว โดยได้ข้าวประมาณ 500 กิโลกรัม/ไร่</p> …ฟางข้าว…เผาเองหรือปล่อยให้ไฟลามทุ่ง…เสียโอกาสเท่ากัน……ก่อนฟางเส้นสุดท้ายจะถูกเผา…ก่อนปุ๋ยอินทรีย์จะกลายเป็นเถ้า…ไถกลบฟางเข้า…แล้วข้าวจะงาม…*********************** <div style="border-right: medium none; padding-right: 0cm; border-top: medium none; padding-left: 0cm; padding-bottom: 1pt; border-left: medium none; padding-top: 0cm; border-bottom: windowtext 3pt dotted">
งานข้าว: 12 นายปรีดา บุตรดีวงศ์ :นวก.6 ว :เรียบเรียง</div>